WorkBuddy นำเวิร์กสเปซอัจฉริยะที่ออกแบบโดยมี AI เป็นแกนหลักสู่ประเทศไทย ช่วยมืออาชีพเปลี่ยนไอเดียให้เป็นผลงานที่พร้อมใช้งาน

กรุงเทพฯ ประเทศไทย, Aug. 16, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — WorkBuddy นำเวิร์กสเปซอัจฉริยะบนเดสก์ท็อปที่ออกแบบโดยมี AI เป็นแกนหลักมาสู่ผู้ใช้ในประเทศไทย เพื่อให้กลุ่มคนทำงานมืออาชีพ นักพัฒนา ผู้ประกอบการ และทีมที่ทำงานข้ามประเทศ สามารถเปลี่ยนคำสั่งงานในชีวิตประจำวันให้เป็นผลงานที่เสร็จสมบูรณ์และพร้อมใช้งานจริง

WorkBuddy ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่เป็นแชตบอต แต่ได้รับการออกแบบให้เข้าใจเป้าหมาย แบ่งงานออกเป็นขั้นตอน และดำเนินการจนเสร็จ ผู้ใช้สามารถสั่งให้จัดทำรายงาน งานนำเสนอ สเปรดชีต และเอกสารต่าง ๆ ขณะที่เอเจนต์ AI หลายตัวสามารถทำงานแบบขนานในส่วนต่าง ๆ ของงานได้พร้อมกัน

ตลอดเดือนสิงหาคม 2026 ผู้ใช้ในประเทศไทยและทั่วโลกสามารถใช้งานโมเดลภาษาขนาดใหญ่ Hy3 บน WorkBuddy ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย จนถึงเวลา 23.59 น. ตามเวลาแปซิฟิก วันที่ 31 สิงหาคม 2026

WorkBuddy พื้นที่ทำงานบนเดสก์ท็อปที่ขับเคลื่อนด้วย AI
WorkBuddy นำเวิร์กสเปซอัจฉริยะบนเดสก์ท็อปที่ออกแบบโดยมี AI เป็นแกนหลักมาสู่ผู้ใช้ในประเทศไทย

WorkBuddy กำลังนำพื้นที่ทำงานบนเดสก์ท็อปที่ขับเคลื่อนด้วย AI มาสู่ผู้ใช้งานในประเทศไทย

ประสบการณ์การใช้งานประกอบด้วยความสามารถด้าน AI เฉพาะทาง ครอบคลุมการปฏิบัติงาน การออกแบบ ข้อมูล และการพัฒนา WorkBuddy ยังรองรับมาร์เก็ตเพลสสำหรับสกิล รวมถึงการเชื่อมต่อกับเครื่องมือด้านประสิทธิภาพการทำงานและการทำงานร่วมกันที่ใช้อย่างแพร่หลาย ช่วยให้ผู้ใช้สร้างเวิร์กโฟลว์ให้สอดคล้องกับวิธีการทำงานของตนเองได้

สำหรับผู้ใช้งานมืออาชีพรายบุคคล ประโยชน์ที่ได้รับมีความชัดเจน คือช่วยลดเวลาที่ใช้ในการสลับไปมาระหว่างเครื่องมือหรือทำขั้นตอนเดิมซ้ำ ๆ และสนับสนุนการเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นผลงานที่นำไปใช้ได้จริงมากขึ้น สำหรับนักพัฒนาและผู้ประกอบการ WorkBuddy ยังสามารถช่วยในการค้นคว้าข้อมูล การผลิตคอนเทนต์ การวิเคราะห์ และงานโครงการต่าง ๆ ได้

ณ เดือนสิงหาคม 2026 WorkBuddy Pro มีราคา 361 บาทต่อเดือนในประเทศไทย เป็นทางเลือกที่มีความคุ้มค่าและมีความได้เปรียบด้านราคา ช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงเวิร์กสเปซ AI สำหรับการทำงานระดับมืออาชีพได้ในราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น

ในประเทศไทย WorkBuddy ยังเพิ่มการรองรับที่ปรับให้เหมาะกับบริบทท้องถิ่นสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการทำความเข้าใจตลาดในภูมิภาค ผ่านความสามารถ Global Development Zone และ AI Navigator+ แพลตฟอร์มมอบองค์ความรู้เชิงลึกที่มุ่งเน้นแต่ละประเทศ ครอบคลุมประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ พร้อมรองรับด้านกลยุทธ์การตลาด การพัฒนาธุรกิจ การเงินและภาษี ทรัพยากรบุคคล การปฏิบัติตามกฎหมาย และกิจการสาธารณะ

WorkBuddy รวบรวมการเข้าถึงโมเดลต่างๆ ไว้ด้วยกันผ่าน TokenHub
Thai- WorkBuddy_นำเวิร์กสเปซอัจฉริยะที่ออกแบบโดยมี_AI_เป็นแกนหลักสู่ประเทศไทย_ช่วยมืออาชีพเปลี่ยนไอเดียให้เป็นผลงานที่พร้อมใช้งาน

WorkBuddy รวบรวมการเข้าถึงโมเดลต่างๆ ไว้ที่ TokenHub ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสลับใช้งานโมเดล AI ที่รองรับได้ โดยมุ่งเน้นที่เสถียรภาพในการใช้งานและการควบคุมต้นทุน

WorkBuddy ยังรวมการเข้าถึงโมเดลไว้ในที่เดียวผ่าน TokenHub ทำให้ผู้ใช้สามารถสลับระหว่างโมเดล AI ที่รองรับได้ โดยเน้นความเสถียรในการใช้งานและการควบคุมต้นทุน เมื่อผสานกับเอเจนต์เฉพาะทางและเวิร์กโฟลว์ที่เชื่อมต่อกัน ผู้ใช้จึงสามารถเข้าถึงความสามารถ AI หลายรูปแบบได้อย่างสะดวก โดยไม่ต้องประกอบเครื่องมือแยกต่างหากสำหรับแต่ละงาน

แพลตฟอร์มนี้ได้รับการสนับสนุนโดยโครงสร้างพื้นฐานของ Tencent Cloud ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงทรัพยากรคลาวด์ระดับภูมิภาคในกรุงเทพฯ สิงคโปร์ และจาการ์ตา ซึ่งเป็นพื้นฐานสำหรับการให้บริการ AI ที่ปรับให้เหมาะกับพื้นที่และมีความหน่วงต่ำทั่วภูมิภาค

เมื่อ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานในชีวิตประจำวัน WorkBuddy มุ่งช่วยให้ผู้คนจำนวนมากขึ้นใช้ AI ไม่เพียงเพื่อค้นหาคำตอบ แต่เพื่อทำงานจริงให้สำเร็จ ตั้งแต่การวางแผนและการค้นคว้า ไปจนถึงการสร้างสรรค์ การวิเคราะห์ และการส่งมอบผลงาน

ข้อมูลติดต่อสื่อมวลชน
ผู้ติดต่อ: Young Cao
อีเมล: [email protected]

สามารถรับชมรูปภาพประกอบของการแถลงนี้ได้ที่
https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/b2cb3bcc-345e-4112-ab7e-bcffd1dad697/th
https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/3265b31e-1fc6-4e43-9c96-968ca7b33f68/th

GlobeNewswire Distribution ID 9810853

iHerb ฉลองครบรอบ 30 ปี เดินหน้าทำให้สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีเข้าถึงได้สำหรับทุกคน ผ่านแคมเปญลดราคาทั่วโลกครั้งใหญ่

กิจกรรมครบรอบมอบส่วนลดสุดคุ้มจากกว่า 600 แบรนด์ พร้อมขยายแพลตฟอร์มช้อปปิ้งรองรับ 46 ภาษา สะท้อนความต้องการด้านสุขภาพและเวลเนสที่เติบโตทั่วโลก

เออร์ไวน์ รัฐแคลิฟอร์เนีย, Aug. 13, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — iHerb ผู้นำระดับโลกด้านอีคอมเมิร์ซสำหรับวิตามิน แร่ธาตุ อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ประกาศฉลองวาระครบรอบ 30 ปี ด้วยแคมเปญลดราคาครั้งใหญ่ที่สุดแห่งปีสำหรับลูกค้าทั่วโลก พร้อมเพิ่มภาษาใหม่บนแพลตฟอร์มช้อปปิ้งอีก 10 ภาษา ส่งผลให้ iHerb รองรับรวม 46 ภาษา ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสผู้บริโภคทั่วโลกที่หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ iHerb เติบโตจนมีลูกค้ากว่า 16 ล้านรายในประมาณ 180 ประเทศทั่วโลก

“ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา iHerb มุ่งมั่นสนับสนุนให้ผู้คนทั่วโลกสามารถให้ความสำคัญกับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีได้อย่างแท้จริง ความสำเร็จครั้งใหญ่นี้เป็นของลูกค้าและพนักงานทุกคนที่เติบโตมาพร้อมกับเรา” Emun Zabihi ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร iHerb กล่าว “ในอนาคต เราจะยังคงพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้า พร้อมลงทุนอย่างต่อเนื่องในเรื่องความน่าเชื่อถือ การเข้าถึง และความสะดวกสบาย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของคุณค่าที่ iHerb มอบให้”

โปรโมชันฉลองครบรอบ 30 ปี: ส่วนลดจากกว่า 600 แบรนด์
โปรโมชันครบรอบของ iHerb จะเริ่มในวันที่ 19 สิงหาคม ก่อนถึงเดือนครบรอบอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน การเริ่มต้นโปรโมชั่นก่อนกำหนดนี้ตรงกับช่วงฤดูกาลช้อปปิ้งที่คึกคักที่สุดแห่งปี เพื่อให้ลูกค้าสามารถเริ่มประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับสินค้าจำเป็นเพื่อสุขภาพในชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น โดยข้อเสนอสำคัญ ได้แก่

  • Anniversary Spotlight Event — รับส่วนลดสูงสุด 30% จากกว่า 600 แบรนด์ชั้นนำ อาทิ California Gold NutritionNutricostDoctor’s BestSwanson VitaminsMetagenicsAdvanced Clinicals ครอบคลุมหมวดสุขภาพ โภชนาการ ความงาม ของชำ และของใช้ในครัวเรือน
  • Daily Flash Deals — ส่วนลด 40–50% สำหรับสินค้าที่ร่วมรายการ ซึ่งจะเปลี่ยนใหม่ทุกวันตลอดช่วงการเฉลิมฉลอง
  • Rewards Bonus — รับ Rewards เพิ่มเติมเมื่อซื้อสินค้าตั้งแต่ 80 ดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป เพื่อนำไปใช้เป็นส่วนลดในการสั่งซื้อครั้งถัดไป
  • Welcome Incentive — ลูกค้าใหม่และผู้ที่สั่งซื้อผ่านแอปเป็นครั้งแรก รับส่วนลด 25% สำหรับยอดสั่งซื้อทั้งหมด
  • iHerb Deals — ส่วนลดต่อเนื่องสูงสุด 70% สำหรับสินค้านับพันรายการตลอดทั้งปีที่ iherb.com/deals

ขยายการเข้าถึงด้านสุขภาพด้วยภาษาใหม่ 10 ภาษา
iHerb ยังคงลงทุนเพื่อให้บริการลูกค้าทั่วโลกอย่างทั่วถึง ด้วยการขยายแพลตฟอร์มจาก 36 ภาษาเป็น 46 ภาษา ซึ่งนับเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซระดับโลกที่รองรับภาษาหลากหลายที่สุด

ประสบการณ์การใช้งานในแต่ละภาษาได้รับการแปลและปรับให้เป็นธรรมชาติตามการใช้งานจริง ช่วยให้ลูกค้าในทวีปอเมริกา ยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชีย สามารถเลือกชมสินค้า ค้นหาโซลูชันด้านสุขภาพ และสั่งซื้อสินค้าได้ในภาษาที่คุ้นเคย

ภาษาใหม่ที่เพิ่มเข้ามา ได้แก่

ภาษา ชื่อสกุล การถอดเสียง
European Spanish Español (España) Español
European Portuguese Português (Portugal) Português
Georgian ქართული Kartuli
Bosnian Bosanski Bosanski
Azerbaijani Azərbaycanca Azərbaycanca
Kazakh Қазақ тілі Qazaq tili
Armenian Հայերեն Hayeren
Farsi (Persian) فارسی Fārsī
Hindi हिंदी Hindi
Cantonese 廣東話 / 粤语 Gwóngdūngwá / Yuèyǔ

การขยายภาษาครั้งนี้สะท้อนพันธกิจอันยาวนานของ iHerb ในการลดข้อจำกัดในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และสร้างแพลตฟอร์มการช้อปปิ้งที่ทุกคนเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะใช้ภาษาใดก็ตาม

จากผลิตภัณฑ์หนึ่งชิ้น สู่แพลตฟอร์มเวลเนสระดับโลก
เมื่อ 30 ปีก่อนในเดือนกันยายน ผู้ก่อตั้ง iHerb เริ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชิ้นแรกทางออนไลน์จากอพาร์ตเมนต์ในเมืองพาซาดีนา รัฐแคลิฟอร์เนีย นับเป็นก้าวแรกของธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่เติบโตเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มเวลเนสแบบส่งตรงถึงผู้บริโภคที่ใหญ่ที่สุดในโลกในปัจจุบัน วันนี้ iHerb จัดส่งผลิตภัณฑ์สุขภาพและเวลเนสของแท้ให้ลูกค้าในประมาณ 180 ประเทศ ผ่านเครือข่ายโลจิสติกส์ระดับโลกที่มีคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าควบคุมอุณหภูมิ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน GMP และ/หรือ ISO เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าทุกชิ้นจะถึงมือลูกค้าด้วยคุณภาพและความสดใหม่ตามที่คาดหวัง

เกี่ยวกับ iHerb, LLC
iHerb เป็นผู้นำระดับโลกด้านอีคอมเมิร์ซที่เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและเวลเนส นำเสนอผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ราว 2,000 แบรนด์ ครอบคลุมโภชนาการสำหรับการออกกำลังกาย ความงาม ผลิตภัณฑ์อาบน้ำและดูแลร่างกาย ของชำ สินค้าเด็ก และสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง ด้วยทีมงานทั่วโลก iHerb ให้บริการลูกค้าที่ใช้งานกว่า 16 ล้านรายในประมาณ 180 ประเทศ และรองรับ 46 ภาษา เครือข่ายซัพพลายเชนระดับโลกของ iHerb ประกอบด้วยศูนย์เก็บสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าควบคุมอุณหภูมิ 9 แห่งในสหรัฐอเมริกา เอเชีย และตะวันออกกลาง เพื่อมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่สะดวกและเชื่อถือได้ iHerb ก่อตั้งขึ้นในปี 1996 และมีสำนักงานใหญ่ในเมืองเออร์ไวน์ รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยมีพันธกิจในการทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และข้อมูลด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ corporate.iherb.com

ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อ
[email protected]

GlobeNewswire Distribution ID 9809486

Space42 และ Leonardo DRS ลงนามบันทึกความเข้าใจ ยกระดับระบบภารกิจความมั่นคงแห่งชาติยุคใหม่

อาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, Aug. 13, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — Space42 บริษัท SpaceTech จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์และมีเครือข่ายครอบคลุมทั่วโลก ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ร่วมกับ Leonardo DRS เพื่อวางกรอบความร่วมมือในการผสานระบบภารกิจของ Leonardo DRS เข้ากับโครงข่ายการเชื่อมต่อผ่านดาวเทียมที่ปลอดภัยของ Space42 อันจะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ภายใต้บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ Leonardo DRS จะนำความเชี่ยวชาญด้านระบบภารกิจ C5ISR มาใช้ ขณะที่ Space42 จะสนับสนุนการสื่อสารผ่านดาวเทียมที่ปลอดภัย ใช้เทคโนโลยี AI และการเชื่อมต่อแบบนอกระยะสายตา (Beyond Line of Sight: BLOS) ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันสำรวจการออกแบบและบูรณาการขีดความสามารถด้านภารกิจขั้นสูงสำหรับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

Ahmed AlMehrzi ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพาณิชย์ กลุ่มลูกค้าภาครัฐ ของ Space42 กล่าวว่า “การก้าวสู่การเป็นผู้นำที่ได้รับความไว้วางใจด้านการเชื่อมต่อที่ปลอดภัย เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของ Space42 เรามุ่งกำหนดมาตรฐานใหม่ให้แก่เครือข่ายที่มีความยืดหยุ่นและพร้อมสำหรับภารกิจ การผสานโครงสร้างพื้นฐานดาวเทียมอธิปไตยและศักยภาพการสื่อสารที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของเรา เข้ากับระบบภารกิจขั้นสูงของ Leonardo DRS จะช่วยยกระดับการสื่อสารที่ได้รับการคุ้มครอง และสนับสนุนระบบนิเวศความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น”

“บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยืนยันความมุ่งมั่นของเรา ที่จะสนับสนุนวาระความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ด้วยขีดความสามารถแบบบูรณาการที่พิสูจน์แล้วและมีความก้าวหน้า” Denny Crumley รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป หน่วยธุรกิจ Land Electronics ของ Leonardo DRS กล่าว “เราภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับ Space42 ในโอกาสนี้ ขณะเดียวกันยังคงขยายธุรกิจระหว่างประเทศของเราผ่านพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ทั่วโลก”

ท่ามกลางภารกิจด้านความมั่นคงที่มีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกันมากขึ้น กองกำลังของประเทศจำเป็นต้องมีระบบภารกิจแบบบูรณาการ การสื่อสารผ่านดาวเทียมที่ปลอดภัย และการรับรู้สถานการณ์อย่างต่อเนื่อง Leonardo DRS มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาและบูรณาการเทคโนโลยี C5ISR สมรรถนะสูงที่มีความทนทาน รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานพาหนะที่มีความสำคัญต่อภารกิจสำหรับพันธมิตรนานาชาติ ขณะที่ Space42 นำเสนอการสื่อสารผ่านดาวเทียมและบริการอวกาศภายใต้โครงสร้างพื้นฐานอธิปไตย ช่วยขยายการเชื่อมต่อที่ปลอดภัยให้ครอบคลุมเกินกว่าโครงข่ายภาคพื้นดิน สนับสนุนการตัดสินใจอย่างมีข้อมูลและความต่อเนื่องในการปฏิบัติการของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

Leonardo DRS เป็นผู้ให้บริการระบบบริหารจัดการภารกิจขั้นสูง ระบบประมวลผลเครือข่าย และความสามารถในการบูรณาการยานพาหนะที่ได้รับความไว้วางใจจากกองทัพสหรัฐฯ และกองกำลังพันธมิตรทั่วโลก บริษัทนี้เป็นผู้นำที่ได้รับการยอมรับในการจัดหาโซลูชันด้านการประมวลผลทางยุทธวิธีประสิทธิภาพสูงที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว จอแสดงผลอัจฉริยะ การประมวลผลที่ขับเคลื่อนด้วย AI และโซลูชัน C4/C5/C6ISR แบบบูรณาการ ซึ่งช่วยลดภาระทางความคิดของผู้บัญชาการและลูกเรือที่ปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมด้านความปลอดภัยที่ซับซ้อน ระบบเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบการรับรู้สถานการณ์แบบเรียลไทม์ มีความสามารถในการปรับขนาด ไม่ขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์ม และรองรับสถาปัตยกรรมแบบเปิด

เกี่ยวกับ Space42

Space42 (ADX: SPACE42) เป็นบริษัทเทคโนโลยีอวกาศที่ทำงานด้วย AI ซึ่งมีฐานปฏิบัติการอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่ผนวกรวมศักยภาพด้านการสื่อสารผ่านดาวเทียม การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ และปัญญาประดิษฐ์ เพื่อให้ความสว่างแก่โลกจากอวกาศ Space42 ก่อตั้งขึ้นในปี 2024 โดยการควบรวมกิจการที่ประสบความสำเร็จระหว่าง Bayanat และ Yahsat ด้วยความครอบคลุมของบริษัทที่มีอยู่ในทั่วโลก จึงทำให้สามารถจัดการกับความต้องการของลูกค้าในกลุ่มรัฐบาล วิสาหกิจ และชุมชนต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว Space42 ประกอบด้วยสองหน่วยธุรกิจ ได้แก่ Space Services แล Smart Solutions Space Services มุ่งเน้นที่การดำเนินงานผ่านดาวเทียมในส่วนต้นน้ำสำหรับการให้บริการผ่านดาวเทียมทั้งแบบประจำที่และแบบเคลื่อนที่ Smart Solutions ผสานการรวบรวมข้อมูลที่มีตำแหน่งที่ตั้งเข้ากับการประมวลผลด้วย AI เพื่อให้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพิ่มการตระหนักรู้ในสถานการณ์ และปรับปรุงประสิทธิภาพด้านการดำเนินงาน ผู้ถือหุ้นรายหลัก ได้แก่ G42, Mubadala และ IHC

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่: www.space42.ai; ติดตามเราได้ทาง X: @space42ai

เกี่ยวกับ Leonardo DRS

Leonardo DRS, Inc. (Nasdaq: DRS) เป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีป้องกันประเทศขั้นสูงสำหรับกองทัพสหรัฐฯ และพันธมิตรทั่วโลก โดยมีความเชี่ยวชาญด้านระบบตรวจจับ การประมวลผลเครือข่าย การป้องกันกำลังพล ตลอดจนระบบพลังงานไฟฟ้าและระบบขับเคลื่อน เพื่อตอบสนองความต้องการของภารกิจที่ท้าทายที่สุดในยุคปัจจุบัน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ www.LeonardoDRS.com

คำแจ้งเตือนทางกฎหมายและคำแถลงข้อควรระวังเกี่ยวกับข้อมูลเชิงคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต 

ประกาศฉบับนี้อาจมีข้อความเชิงคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคตโดยอ้างอิงจากความคาดหวังและสมมติฐานในปัจจุบันที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ในอนาคต ข้อความเหล่านี้ซึ่งระบุด้วยคำต่าง ๆ เช่น “คาดว่า” “จะ” หรือคำที่คล้ายกัน มีความเสี่ยงและความไม่แน่นอน และอาจเป็นข้อความที่ไม่ถูกต้อง ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนถึงข้อมูลที่มีอยู่ ณ วันที่ระบุไว้ในเอกสารนี้ และบริษัทต่างๆ ขอปฏิเสธความรับผิดชอบใดๆ ในการปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน ทั้งนี้ไม่สามารถรับประกันได้ว่าข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าใด ๆ จะเกิดขึ้น และไม่ควรเชื่อถือข้อความเหล่านี้มากเกินควร ประกาศฉบับนี้ไม่ได้ถือเป็นการส่งเสริมทางการเงินหรือข้อเสนอในการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ในเขตอำนาจศาลใด ๆ

ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อ
Space42 Communications Team – [email protected]

สามารถดูภาพถ่ายที่ใช้ประกอบการประกาศนี้ได้ที่ http://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/dc7b26da-b9d2-4fdc-b09b-f1663bc011a4

GlobeNewswire Distribution ID 1001257336

Rampart ถอนอุทธรณ์คำตัดสินของ USPTO ที่สั่งให้สิทธิบัตรเป็นโมฆะ

เซนต์ พอล, มินนิโซตา, Aug. 13, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — Egg Medical ประกาศว่า Rampart IC, LLC (“Rampart”) ได้ถอนอุทธรณ์คำตัดสินในกระบวนการพิจารณาสิทธิบัตรใหม่ของ USPTO ซึ่งมีคำตัดสินว่าข้อถือสิทธิตามสิทธิบัตรของ Rampart เลขที่ 11,660,056 ฉบับที่ได้ออกให้ในคราแรกนั้น ตกเป็นโมฆะ การสั่งให้การเพิกถอนสิทธิบัตรของ USPTO นั้น ตั้งอยู่บนข้อต่อสู้ที่ว่า สิ่งประดิษฐ์ตามสิทธิบัตรเลขที่ ‘056 ที่ได้ออกให้ไปแล้วนั้น เป็นสิ่งที่มีผู้อื่นเคยประดิษฐ์ขึ้นมาก่อนแล้ว หรือเป็นเพียงสิ่งที่ดัดแปลงไปจากผลงานของผู้อื่นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งรวมถึงผลงานของบริษัท Egg Medical ด้วย

ข้อถือสิทธิที่มีแนวโน้มว่าจะยังคงมีผลบังคับต่อไปหลังกระบวนการพิจารณาสิทธิบัตรใหม่นั้น เป็นผลมาจากการที่ Rampart ได้ทำการจำกัดสาระสำคัญของข้อถือสิทธิที่เคยออกให้ในคราแรก ซึ่งส่งผลให้ขอบเขตคุ้มครองของสิทธิบัตรเลขที่ ‘056 แคบลง

กระบวนการพิจารณาสิทธิบัตรเลขที่ ‘056 ใหม่ดังกล่าว เกิดขึ้นจากการร้องขอโดยบริษัท Egg Medical หลังจากที่ Rampart ได้ยื่นฟ้อง Egg Medical ในข้อหาละเมิดสิทธิบัตรเลขที่ ‘056 ฉบับดั้งเดิมต่อศาลแขวงแห่งสหรัฐอเมริกา Egg Medical มิได้มีเจตนาที่จะก่อให้เกิดข้อพิพาทกับ Rampart แต่อย่างใด เมื่อพิจารณาจากการกระทำของ Rampart ทาง Egg Medical จึงได้ส่งหนังสือแจ้งเตือนเกี่ยวกับสิทธิบัตรที่มีมาก่อนหน้าของตน และเรียกร้องให้ Rampart ระงับและยุติการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิบัตรของ Egg Medical โดยทันที

Robert Wilson ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Egg Medical ได้ให้ความเห็นว่า “การปกป้องสิทธิในความเป็นผู้ประดิษฐ์มีความสำคัญอย่างยิ่ง เราขอขอบคุณสำนักงานสิทธิบัตรสำหรับกระบวนการพิจารณาสิทธิบัตรของ Rampart ใหม่อย่างครอบคลุมและถี่ถ้วน การเพิกถอนข้อถือสิทธิฉบับดั้งเดิมของสิทธิบัตรเลขที่ ‘056 และการพิจารณาออกข้อถือสิทธิที่แคบลงซึ่งไม่ครอบคลุมถึงสายผลิตภัณฑ์ใด ๆ ของเราเลยนั้น ช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและความถูกต้องชอบธรรมให้กับระบบสิทธิบัตรของสหรัฐอเมริกา”

Gavin Philips ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพาณิชย์ของ Egg Medical ได้กล่าวเสริมว่า “Egg Medical จะยังคงลงทุนในสิ่งที่สำคัญต่อลูกค้าของเราอย่างแท้จริง ซึ่งได้แก่ เทคโนโลยีที่ได้ให้นิยามแก่หมวดหมู่ อุปกรณ์ป้องกันรังสีขั้นสูง อันได้แก่ การลดการกระเจิงของรังสีครอบคลุมทั้งห้อง ซึ่งปกป้องทีมปฏิบัติการทั้งหมด โดยไม่ต้องมีการก่อสร้าง ไม่ก่อให้เกิดอันตรายจากการสะดุดล้มจากการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ และไม่รบกวนขั้นตอนการทำงาน”

เกี่ยวกับ Egg Medical

Egg Medical เป็นผู้นำระดับโลกด้านการป้องกันรังสี ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยมีเป้าหมายในการลดการรับสัมผัสรังสีของบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ซึ่งใช้การถ่ายภาพด้วยรังสีเอ็กซ์ในการทำหัตถการเพื่อการวินิจฉัยและรักษาโรคเพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วย

ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อมวลชน:

Susan Storm, [email protected]

GlobeNewswire Distribution ID 9808939

Axi Select จัดงานรวมตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ณ กรุงมาดริด ให้กับเหล่าเทรดเดอร์ Pro M และทีมผู้นำ Axi

ซิดนีย์, Aug. 12, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — เทรดเดอร์ Pro M ของ Axi Select ที่ได้รับเงินทุนสูงถึง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จำนวน 10 คน ได้มารวมตัวกัน ณ กรุงมาดริด เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษที่รวมเอาความสำเร็จ การให้คำแนะนำปรึกษา และการแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์อย่างมีความหมายร่วมกับคณะผู้บริหารของ Axi มาไว้ด้วยกัน

เมื่อก้าวขึ้นสู่ระดับ Pro M อันทรงเกียรติ (ระดับสูงสุดในโปรแกรมจัดสรรเงินทุนของ Axi Select) เหล่าเทรดเดอร์จากทั่วโลกได้เดินทางมาเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมที่จัดขึ้นเฉพาะผู้ได้รับเชิญเท่านั้น โดยงานนี้ออกแบบมาเพื่อเป็นการยกย่องความสำเร็จของพวกเขาและเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง Axi กับเทรดเดอร์ที่มีผลงานระดับท็อป

การพบปะที่กรุงมาดริดนี้มุ่งเน้นไปที่การสร้างความสัมพันธ์ที่แท้จริง แทนที่จะเป็นการประชุมหรือพิธีมอบรางวัลแบบดั้งเดิม หัวใจสำคัญของโปรแกรมนี้คือการร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนแบบเป็นกันเอง โดยมี Rajesh Yohannan ประธารเจ้าหน้าที่บริหาร และ Gavin Ward ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Axi ร่วมพูดคุย เปิดโอกาสให้เทรดเดอร์ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ส่วนตัว ถกประเด็นความเป็นจริงในการบริหารจัดการกองทุนที่ได้รับสนับสนุน ตลอดจนความต้องการของตลาดการเทรดยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป

การหารือครั้งนี้ขยายขอบเขตออกไปไกลกว่าเพียงแค่เรื่องกลยุทธ์ตลาด บรรดาผู้เข้าร่วมได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับจิตวิทยาในการบริหารเงินทุนที่ได้รับสนับสนุน ซึ่งแตกต่างจากการเทรดด้วยทุนตนเอง ตลอดจนวินัยที่จำเป็นต่อการสร้างกำไรอย่างสม่ำเสมอ และบทเรียนที่ได้รับจากความก้าวหน้าผ่านแต่ละหมุดหมายสำคัญของการระดมทุนของ Axi Select บทสนทนากลายเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างแท้จริง โดยผู้นำของ Axi ได้รับฟังมุมมองโดยตรงจากเหล่าเทรดเดอร์ที่มีส่วนช่วยกำหนดอนาคตของการเทรดด้วยเงินทุนสนับสนุน

ตลอดทั้งงาน เซสชันแบบเป็นทางการถูกผสานอย่างลงตัวกับช่วงเวลาสำหรับการสนทนาอย่างไม่เป็นทางการ ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารร่วมกัน การพูดคุยแบบตัวต่อตัว หรือกิจกรรมสังคมต่าง ๆ ที่เปิดโอกาสให้เหล่าเทรดเดอร์และผู้บริหารได้เชื่อมต่อกันนอกเหนือจากการนำเสนอและห้องประชุม

Rajesh Yohannan ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Axi กล่าวว่า

“การได้ใช้เวลาร่วมกับเหล่าเทรดเดอร์ระดับ Pro M ที่มาดริดทำให้ผมตระหนักว่า เบื้องหลังความสำเร็จด้านการระดมทุนทุกครั้ง คือคนคนหนึ่งที่ทุ่มเทวินัยตลอดหลายปีและมีความเชื่อมั่นในตัวเองอย่างมหาศาล โปรแกรม Axi Select มีขึ้นเพื่อสนับสนุนบุคคลมากความสามารถเช่นนี้ และกิจกรรมในลักษณะนี้ช่วยให้เราได้ใกล้ชิดกับผู้คนที่เราตั้งใจสร้างสรรค์โปรแกรมนี้ขึ้นมาเพื่อพวกเขา”

เทรดเดอร์ที่เข้าร่วมงาน Pro M Madrid Event

  • Sook Yen
  • Francisco
  • Alejandro
  • Yoleny G
  • Ramon
  • Jaime
  • Sergio
  • Tomas
  • Daniel
  • Vincente

ขณะที่ Axi Select เดินหน้าขยายสู่ระดับสากล โครงการริเริ่มอย่างการพบปะกันที่มาดริด สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการยกย่องความเป็นเลิศ สร้างโอกาสสำหรับความร่วมมือที่มีความหมาย และจัดให้เทรดเดอร์อยู่ในศูนย์กลางของการสนทนา

เกี่ยวกับ Axi 

Axi เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการเทรดออนไลน์ระดับโลกที่มอบการเข้าถึงตลาดฟอเร็กซ์ ดัชนี สินค้าโภคภัณฑ์ และสินทรัพย์ดิจิทัลให้แก่ลูกค้ามากกว่า 100 ประเทศ บริษัทผสานเทคโนโลยีการเทรด การให้ความรู้ และโครงการริเริ่มด้านความร่วมมือ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเทรดเดอร์ทั่วโลก

ติดต่อสอบถามด้านสื่อ: [email protected]

โปรแกรม Axi Select เปิดให้บริการเฉพาะลูกค้าของ AxiTrader LLC เท่านั้น CFDs มีความเสี่ยงสูงต่อการสูญเสียเงินลงทุน เนื้อหานี้อาจไม่สามารถเข้าถึงได้ในภูมิภาคของคุณ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดู ข้อกำหนดในการให้บริการของ Axi มีค่าธรรมเนียมการเทรดมาตรฐานและต้องมีเงินฝากขั้นต่ำ

ดูรูปภาพประกอบการประกาศนี้ได้ที่ http://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/97123a2a-bd9a-4d9c-b69d-8cf3e94eeed7

GlobeNewswire Distribution ID 1001257155

Mavenir แต่งตั้ง Jitin Bhandari ดำรงตำแหน่ง EVP ดูแลแพลตฟอร์ม NeoCloud และวิศวกรรมการนำไปใช้งานจริง (Forward Deployment Engineering)

Bhandari จะเป็นผู้นำการขยายธุรกิจของ Mavenir เข้าสู่ตลาด NeoCloud ตลอดจนเป็นผู้นำแนวทางปฏิบัติด้านวิศวกรรมการนำไปใช้งานจริง (Forward Deployment Engineering) ทั้งในกลุ่มผู้ให้บริการสื่อสารและลูกค้า NeoCloud

ริชาร์ดสัน รัฐเท็กซัส, Aug. 11, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — Mavenir ประกาศแต่งตั้ง Jitin Bhandari ดำรงตำแหน่งรองประธานบริหารฝ่ายแพลตฟอร์ม NeoCloud และวิศวกรรมการนำไปใช้งานจริง (Forward Deployment Engineering)

ในบทบาทใหม่นี้ Bhandari จะเป็นผู้นำการขยายธุรกิจของ Mavenir เข้าสู่ตลาด NeoCloud ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ควบคู่กับการสร้างแนวปฏิบัติด้านวิศวกรรมการนำไปใช้งานจริง (Forward Deployment Engineering) เพื่อทำงานร่วมกับฐานลูกค้าของบริษัท ทั้งกลุ่มผู้ให้บริการสื่อสารและผู้ให้บริการ NeoCloud

ต่อยอดจากการเปิดตัวแพลตฟอร์ม AI-Integrated และกรอบการทำงาน AI Service Assurance สำหรับผู้ให้บริการสื่อสารเมื่อไม่นานมานี้ Mavenir กำลังขยายการนำแพลตฟอร์ม AI, เครื่องมือ และความเชี่ยวชาญด้านคลาวด์เนทีฟไปสู่ผู้ให้บริการ NeoCloud ถือเป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ที่สำคัญ และเสริมฐานลูกค้าหลักเดิมของ Mavenir ซึ่งประกอบด้วยผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ ผู้ให้บริการสื่อสาร และไฮเปอร์สเกลเลอร์ทั่วโลก

Bhandari มีประสบการณ์เกือบสามทศวรรษในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม เทคโนโลยีซอฟต์แวร์เนทีฟ นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ และการบริหารธุรกิจ เขาย้ายจาก Nokia มาร่วมงานกับ Mavenir ซึ่งตำแหน่งล่าสุดคือประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ของธุรกิจ Cloud and Network Services โดยรับผิดชอบกลยุทธ์และนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีสำหรับโซลูชันเครือข่ายคลาวด์เนทีฟและ AI

ระหว่างการทำงานที่ Nokia คุณ Bhandari เคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารหลายบทบาท รวมถึงประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Core Network Applications และรองประธานและผู้จัดการทั่วไปของ Digital Networks ซึ่งเป็นผู้นำกลุ่มผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่และแพลตฟอร์มการสื่อสารยุคใหม่ ก่อนหน้านี้ เขาเคยดำรงตำแหน่งผู้นำที่ Oracle, Acme Packet และ Alcatel-Lucent และมีส่วนสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมสู่สถาปัตยกรรมคลาวด์เนทีฟ การทำเครือข่ายเสมือนจริง เครือข่ายที่กำหนดด้วยซอฟต์แวร์ และบริการสื่อสารแบบเรียลไทม์

“ผมยินดีอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ Jitin สู่ Mavenir ในช่วงเวลาสำคัญของอุตสาหกรรม” Pardeep Kohli ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Mavenir กล่าว “เราได้ช่วยลูกค้าเปลี่ยนผ่านจากระบบเฉพาะทางสู่สถาปัตยกรรมคลาวด์เนทีฟ และวันนี้เรามีความพร้อมอย่างดีที่จะช่วยให้ลูกค้านำ AI ไปใช้และบริหารจัดการได้จริงในทุกมิติของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น IT, BSS/OSS การวางแผนเครือข่าย และอื่น ๆ” เทคโนโลยีของเราช่วยให้ลูกค้าสามารถสร้างโรงงานโมเดลและเอเจนต์ที่มีความปลอดภัย และทำงานแบบอัตโนมัติภายใต้ขอบเขตความปลอดภัยของตนเอง พร้อมคงการควบคุมข้อมูล ประสิทธิภาพ และต้นทุนไว้ได้

“Jitin มีคุณสมบัติที่โดดเด่น ทั้งความเชี่ยวชาญเชิงเทคนิคอย่างลึกซึ้ง ความสามารถที่พิสูจน์แล้วในการสร้างและขยายพอร์ตโฟลิโอซอฟต์แวร์ ตลอดจนวิสัยทัศน์ด้าน AI ที่ชัดเจน เขาเป็นผู้นำที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการขยายแพลตฟอร์ม AI ของเรา และวางรากฐานการทำงานด้าน Forward Deployment Engineering ที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับลูกค้าทั้งกลุ่มผู้ให้บริการสื่อสารและผู้ให้บริการ NeoCloud ภายใต้การนำของเขา เราจะเร่งส่งมอบโซลูชันคลาวด์เนทีฟที่ออกแบบโดยมี AI เป็นหัวใจสำคัญ พร้อมขยายขีดความสามารถของเราไปสู่ตลาดและกรณีการใช้งานใหม่ ๆ”

“นี่คือช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นในการร่วมงานกับ Mavenir” Bhandari กล่าว “บริษัทได้วางรากฐานที่แข็งแกร่งในด้านเครือข่ายแบบซอฟต์แวร์และคลาวด์เนทีฟ และมีความพร้อมโดดเด่นในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนผ่านสู่การดำเนินงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI และเอเจนต์อัจฉริยะ ผมตั้งตารอที่จะได้ร่วมงานกับทีม Mavenir และลูกค้าของเรา เพื่อขยายขีดความสามารถด้านแพลตฟอร์ม AI เครื่องมือ และวิศวกรรมการนำไปใช้งานจริง และเปลี่ยนวิสัยทัศน์ดังกล่าวให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้สำหรับผู้ให้บริการสื่อสาร ผู้ให้บริการ NeoCloud และองค์กรทั่วโลก”

Bhandari จะรายงานตรงต่อ Pardeep Kohli ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Mavenir

เกี่ยวกับ Mavenir

Mavenir ทำให้เครือข่ายมีความอัจฉริยะ เป็นอัตโนมัติ และตั้งโปรแกรมได้ ผ่านการพัฒนาโซลูชันซอฟต์แวร์ที่ออกแบบโดยใช้ AI ในระบบคลาวด์เนทีฟและมุ่งเน้นโทรคมนาคมเป็นอันดับแรก สำหรับผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ ความเชี่ยวชาญเชิงลึกด้านโทรคมนาคมของบริษัทได้รับการพิสูจน์จากการติดตั้งใช้งานจริงกับผู้ให้บริการมากกว่า 300 รายทั่วโลก ในกว่า 120 ประเทศ ซึ่งร่วมกันให้บริการแก่ผู้ใช้บริการมากกว่าร้อยละ 50 ของผู้ใช้บริการโทรคมนาคมทั่วโลก Mavenir นำประสบการณ์อันลึกซึ้งด้านโทรคมนาคมมาผสานพลังกับความเชี่ยวชาญด้านระบบคลาวด์และไอที รวมถึงชุดทักษะด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูลที่จำเป็นต่อการแก้ไขปัญหาที่ลูกค้าพบจริง ๆ โซลูชันซอฟต์แวร์ที่พิสูจน์แล้วของบริษัทออกแบบโดยมี AI เป็นหัวใจ เพื่อขับเคลื่อนผู้ให้บริการสู่อนาคต AI-native และการเป็นบริษัทเทคโนโลยี (TechCo) สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาไปที่ www.mavenir.com

ติดต่อด้านสื่อ:

Emmanuela Spiteri
[email protected]

สามารถดูรูปภาพประกอบการประกาศนี้ได้ที่ https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/97d7d58c-72eb-47e9-95ec-ed1f14a8b562

GlobeNewswire Distribution ID 9807730

Space42 และ Autonomous A2Z ลงนามในข้อตกลงมูลค่า 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเปิดตัวโซลูชันระบบการเดินทางอัตโนมัติในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

  • ข้อตกลงเชิงพาณิชย์ฉบับแรกนี้ต่อยอดความร่วมมือระหว่างสองบริษัท เพื่อเร่งยกระดับระบบการขนส่งด้วยพลังปัญญาประดิษฐ์ (AI)

อาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และโซล เกาหลีใต้, Aug. 11, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — Space42 (ADX: SPACE42) บริษัทเทคโนโลยีอวกาศขับเคลื่อนด้วย AI จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ Autonomous A2Z (A2Z) บริษัทระบบการขับขี่อัตโนมัติชั้นนำจากเกาหลีใต้ ได้ลงนามในข้อตกลงเชิงพาณิชย์มูลค่า 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำโซลูชันการเดินทางระดับ Level-4 มาใช้ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นี่เป็นข้อตกลงเชิงพาณิชย์ฉบับแรกในความร่วมมือระดับที่กว้างขึ้นของทั้งสองบริษัท ข้อตกลงนี้เป็นสัญญาจัดหาโดยตรง ซึ่งแยกต่างหากจากบริษัทร่วมทุนที่ได้ประกาศไปเมื่อปี 2025 เพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการเชิงพาณิชย์ในระยะยาวของโซลูชันการเดินทางอัจฉริยะในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ข้อตกลงนี้นำเทคโนโลยีระบบขับขี่อัตโนมัติระดับ Level-4 ที่ผ่านการพิสูจน์แล้วของ A2Z มาผสานเข้ากับขีดความสามารถด้าน AI ข้อมูลภูมิสารสนเทศ และการเชื่อมต่อของ Space42 สำหรับ A2Z หมุดหมายสำคัญในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในกลยุทธ์การขยายธุรกิจสู่ระดับสากล ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีระบบขับขี่อัตโนมัติที่พัฒนาโดยเกาหลีใต้ เข้าสู่หนึ่งในตลาดระบบการเดินทางอัจฉริยะที่เติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สำหรับ Space42 นี่เป็นการผลักดันลำดับความสำคัญของบริษัทในภาคส่วนนี้ เพื่อให้สามารถใช้งานยานพาหนะไร้คนขับได้อย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้ในวงกว้าง

Hasan Al Hosani ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่าย Smart Solutions ของ Space42 กล่าวว่า “ระบบการเดินทางแบบอัตโนมัติเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้สร้างสภาวะที่เอื้อต่อการผสานระบบดังกล่าวเข้ากับการเดินทางในชีวิตประจำวัน โดยจุดมุ่งเน้นของเราคือการเปลี่ยนความทะเยอทะยานนั้นให้กลายเป็นบริการที่น่าเชื่อถือ พร้อมเคลื่อนย้ายผู้คนได้อย่างราบรื่นและสอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก การทำงานร่วมกับ A2Z ช่วยให้เราเข้าใกล้การสร้างโมเดลที่ตอบโจทย์สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มากขึ้น และตอบสนองต่อความต้องการด้านการขนส่งที่เปลี่ยนแปลงไปของตลาด

Han Ji-hyung ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Autonomous A2Z กล่าวว่า “ข้อตกลงนี้แสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยีระบบขับขี่อัตโนมัติที่ได้รับการพัฒนาและตรวจสอบความถูกต้องในเกาหลีใต้นั้น มีความพร้อมสำหรับการใช้งานในระดับสากลแล้ว เมื่อร่วมกับ Space42 เรามุ่งหวังที่จะนำเสนอโซลูชันระบบการเดินทางอัตโนมัติที่ผ่านการพิสูจน์แล้วเข้าสู่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และขยสยไปสู่ตลาดทั่วโลก”

โครงการนำร่องบริการ Robo-Shuttle โดยใช้รถยนต์รุ่น ‘ROii’ ของ A2Z ร่วมกับยานพาหนะขับขี่อัตโนมัติที่ได้รับการดัดแปลงและปรับปรุงใหม่ จะเข้าสู่กระบวนการทดสอบการปฏิบัติการและการประเมินความต้องการในการใช้งาน ตามด้วยการขยายผลสู่บริการ Demand-Responsive Transport (DRT) และบริการรถรับส่งเพื่อการท่องเที่ยวต่อไป การทยอยเปิดใช้งานเป็นเฟสจะให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการปฏิบัติการบนท้องถนนจริง ซึ่งมีประโยชนอย่างยิ่งต่อการสนับสนุนการเติบโตในอนาคตสำหรับกรณีการใช้งานด้านการขนส่งเพิ่มเติม

การสนับสนุนวิสัยทัศน์ด้านระบบการเดินทางอัจฉริยะของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

โครงการนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ที่กว้างขึ้นของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในการพัฒนาระบบการขนส่งขับเคลื่อนด้วย AI และระบบการเดินทางอัจฉริยะ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ระบบขนส่งอัจฉริยะแห่งชาติ (National Smart Mobility Strategy) นอกจากนี้ โครงการนี้ยังต่อยอดจากกลุ่มผลิตภัณฑ์โซลูชันด้านระบบการเดินทางของ Space42 รวมถึง TXAI ซึ่งเป็นบริการแท็กซี่ระบบขับขี่อัตโนมัติที่วิ่งไปแล้วมากกว่า 600,000 กิโลเมตร รวมกว่า 20,000 เที่ยว โดยไม่มีรายงานอุบัติเหตุแม้แต่ครั้งเดียว นับตั้งแต่เริ่มเปิดให้บริการในปี 2021

การสาธิตเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติของเกาหลีใต้บนเวทีโลก

ข้อตกลงนี้นับเป็นหนึ่งในการเปิดใช้งานในต่างประเทศครั้งใหญ่ที่สุดของ A2Z ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันในระดับโลกของเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติจากเกาหลีใต้ บริษัทได้ดำเนินโครงการทดลองระบบขับขี่อัตโนมัติใน 13 เมืองและจังหวัดทั่วเกาหลีใต้ โดยมียานพาหนะขับขี่อัตโนมัติที่ได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติงานจำนวน 91 คัน ดยมีประสบการณ์การขับขี่สะสมมากกว่า 1.02 ล้านกิโลเมตร ครอบคลุมตั้งแต่นวัตกรรมการพัฒนาซอฟต์แวร์ การบูรณาการยานยนต์ การบริหารจัดการฝูงรถ ตลอดจนการจัดการบริการ

การพัฒนาครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากความร่วมมือระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องหลายปี โดยได้รับการสนับสนุนจากโครงการริเริ่มของภาครัฐ ทั้งในด้านการพัฒนาเทคโนโลยี การทดสอบ และการเข้าสู่ตลาด การดำเนินงานเชิงพาณิชย์นำโดย A2G (Autonomous to Global) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนในประเทศสิงคโปร์ของ A2Z ร่วมกับ Kilsa Global

เกี่ยวกับ Space42

Space42 (ADX: SPACE42) เป็นบริษัทเทคโนโลยีอวกาศที่ทำงานด้วย AI ซึ่งมีฐานปฏิบัติการอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่ผนวกรวมศักยภาพด้านการสื่อสารผ่านดาวเทียม การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ และปัญญาประดิษฐ์ เพื่อให้ความสว่างแก่โลกจากอวกาศ Space42 ก่อตั้งขึ้นในปี 2024 จากการควบรวมกิจการระหว่าง Bayanat และ Yahsat โดยการดำเนินงานที่ครอบคลุมทั่วโลกช่วยให้บริษัทสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งในภาครัฐ ภาคธุรกิจ และชุมชน Space42 ประกอบด้วยสองหน่วยธุรกิจ ได้แก่ Space Services แล Smart Solutions Space Services มุ่งเน้นที่การดำเนินงานผ่านดาวเทียมในส่วนต้นน้ำสำหรับการให้บริการผ่านดาวเทียมทั้งแบบประจำที่และแบบเคลื่อนที่ Smart Solutions ผสานการรวบรวมข้อมูลที่มีตำแหน่งที่ตั้งเข้ากับการประมวลผลด้วย AI เพื่อให้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพิ่มการตระหนักรู้ในสถานการณ์ และปรับปรุงประสิทธิภาพด้านการดำเนินงาน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ประกอบด้วย G42, Mubadala และ IHC

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรไปที่: www.space42.ai ติดตามเราได้ที่ LinkedIn: Space42 สำหรับคำถามจากนักลงทุน โปรดติดต่อ: [email protected]

เกี่ยวกับ Autonomous A2Z

Autonomous A2Z ก่อตั้งขึ้นในปี 2018 โดยอดีตวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านระบบขับขี่อัตโนมัติจาก Hyundai Motor สี่คน ปัจจุบันบริษัทเป็นผู้นำด้านโซลูชันระบบขับขี่อัตโนมัติของเกาหลีใต้ บริษัทเป็นผู้ดำเนินงานฝูงยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติขนาดใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ ด้วยจำนวนรถยนต์รวม 91 คันพร้อมทั้งสร้างสถิติการขับขี่ในเขตเมืองสะสมยาวนานที่สุดในประเทศ ด้วยระยะทางรวมประมาณ 1,020,000 กิโลเมตร ด้วยประสบการณ์ดังกล่าว A2Z กำลังพัฒนาบริการขนส่งแห่งอนาคตที่หลากหลาย ซึ่งรวมถึงรถรับส่งแบบขับขี่อัตโนมัติในเขตเมือง และโซลูชันระบบขนส่งโลจิสติกส์อัจฉริยะ ตลอดจนเป็นผู้นำในการนำเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติที่มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมาเปิดใช้งานเชิงพาณิชย์ ในปี 2024 ทาง A2Z ได้เสร็จสิ้นการพัฒนา ‘ROii’ ยานพาหนะขับขี่อัตโนมัติระดับ Level-4 และมีแผนที่จะเริ่มกระบวนการรับรองและตรวจสอบประสิทธิภาพในปี 2026 เพื่อปูทางสู่การเปิดตัวเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ บริษัทยังคงรุกขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องทั้งในสิงคโปร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และญี่ปุ่น และยังคงขับเคลื่อนนวัตกรรมการเดินทางอย่างยั่งยืนผ่านโครงการต่าง ๆ อาทิ การให้บริการระบบการเดินทางเพื่อความสะดวกในการเข้าถึงการขนส่ง และโซลูชันโลจิสติกส์อัจฉริยะที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติ

คำแจ้งเตือนทางกฎหมายและคำแถลงข้อควรระวังเกี่ยวกับข้อมูลเชิงคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต

ประกาศฉบับนี้อาจมีข้อความเชิงคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคตโดยอ้างอิงจากความคาดหวังและสมมติฐานในปัจจุบันที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ในอนาคต ข้อความเหล่านี้ซึ่งระบุด้วยคำต่าง ๆ เช่น “คาดว่า” “จะ” หรือคำที่คล้ายกัน มีความเสี่ยงและความไม่แน่นอน และอาจเป็นข้อความที่ไม่ถูกต้อง ข้อความดังกล่าวสะท้อนถึงข้อมูลที่มีอยู่ ณ วันที่เผยแพร่ข้อมูล และบริษัทเหล่านี้ปฏิเสธที่จะมีภาระผูกพันใด ๆ ในการอัปเดตข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ไม่สามารถรับประกันได้ว่าข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าใด ๆ จะเกิดขึ้น และไม่ควรเชื่อถือข้อความเหล่านี้มากเกินควร ประกาศฉบับนี้ไม่ได้ถือเป็นการส่งเสริมทางการเงินหรือข้อเสนอในการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ในเขตอำนาจศาลใด ๆ

สามารถดูภาพถ่ายที่ใช้ประกอบการประกาศนี้ได้ที่:
http://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/d243d30d-6105-4e0d-8c0d-cb05c552df44

GlobeNewswire Distribution ID 1001257060

PU Prime ขยายการเทรดทองคำด้วยการเปิดตัว XAUUSD247

เอเบน, มอริเชียส, Aug. 07, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — ทองคำยังคงเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ปลอดภัยที่มีการซื้อขายคึกคักที่สุดในโลก โดยราคายังคงตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อพัฒนาการทางภูมิรัฐศาสตร์ การตัดสินใจด้านนโยบายของธนาคารกลาง การคาดการณ์เงินเฟ้อ และการเปลี่ยนแปลงของความเชื่อมั่นนักลงทุน ในขณะที่นักลงทุนต้องซื้อขายในตลาดที่เคลื่อนไหวตลอดเวลาเพิ่มมากขึ้น PU Prime จึงได้เปิดตัว XAUUSD247 เพื่อให้ลูกค้าสามารถเทรดทองคำบน MT5 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน

เมื่อต้นปีนี้ ราคาทองคำพุ่งขึ้นแตะระดับเกือบ 5,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ในเดือนมกราคม ขณะที่นักลงทุนแห่เข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง แม้ราคาจะปรับตัวลดลงจากจุดสูงสุดนับตั้งแต่นั้นมา แต่งานวิจัยของ World Gold Council ระบุว่าทองคำยังคงเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ทำผลงานได้ดีที่สุดตลอดปีที่ผ่านมา

“CFD ทองคำเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่มีการซื้อขายคึกคักที่สุดบนแพลตฟอร์ม PU Prime มาอย่างต่อเนื่อง” Daniel Bruce กรรมการผู้จัดการของ PU Prime กล่าว “ด้วยปัจจัยหลายประการที่ยังคงส่งผลต่อราคาในทุกช่วงเวลาของวัน เทรดเดอร์จึงคาดหวังความยืดหยุ่นมากขึ้นในการตอบสนองเมื่อใดก็ตามที่มีโอกาสเกิดขึ้น การเปิดตัว XAUUSD247 ช่วยให้ลูกค้าสามารถเทรด CFD ทองคำได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ทำให้เข้าถึงโลหะมีค่านี้ได้อย่างต่อเนื่องไม่ขาดตอน”

การเปิดตัว XAUUSD247 ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถเข้าถึงตลาดทองคำได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์ รวมถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ มอบความยืดหยุ่นที่มากกว่าชั่วโมงการซื้อขายแบบเดิม ขณะที่ตลาดการเงินดำเนินไปตลอด 24 ชั่วโมงมากขึ้นเรื่อย ๆ PU Prime ยังคงมุ่งมั่นในการนำเสนอโซลูชันการเทรดที่มอบความยืดหยุ่น ความสะดวก และการเข้าถึงโอกาสระดับโลกที่มากขึ้นให้แก่ลูกค้า

เกี่ยวกับ PU Prime

PU Prime ก่อตั้งขึ้นในปี 2015 เป็นบริษัทฟินเทคชั้นนำระดับโลกและเป็นโบรกเกอร์ CFD ที่ได้รับความไว้วางใจ ปัจจุบัน บริษัทนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ครอบคลุมฟอเร็กซ์ สินค้าโภคภัณฑ์ ดัชนี หุ้น และพันธบัตร PU Prime ดำเนินธุรกิจในกว่า 190 ประเทศและมียอดดาวน์โหลดแอปมากกว่า 40 ล้านครั้ง โดยมอบแพลตฟอร์มการเทรดที่เป็นนวัตกรรมและฟีเจอร์คัดลอกการเทรดแบบผสานรวม ช่วยให้เทรดเดอร์ทั่วโลกก้าวสู่ความสำเร็จทางการเงินได้อย่างมั่นใจ

สำหรับข้อสอบถามจากสื่อ โปรดติดต่อ [email protected]

ดูรูปภาพประกอบการประกาศนี้ได้ที่ http://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/f315574d-1cf1-4071-a8f5-070032e191c6

GlobeNewswire Distribution ID 1001256385

ศาลเปิดเผยหลักฐานสำคัญในเอกสารที่ Coventry ยื่น ซึ่งแสดงให้เห็นว่า Abacus Global Management อาศัยการประมาณอายุขัยที่สั้นจาก Lapetus และชี้นำให้นักลงทุนเข้าใจผิด

เอกสารที่ Lapetus ยื่นต่อสำนักงานกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยแห่งรัฐฟลอริดา เผยให้เห็นอัตราส่วนระหว่างผลลัพธ์จริงกับผลลัพธ์ที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งต่ำอย่างน่าตกใจเพียง 41.5%

Abacus ชี้นำให้นักลงทุนเข้าใจผิดโดยปกปิดข้อเท็จจริงที่สำคัญเกี่ยวกับรายงานการประเมินมูลค่าของ Lewis & Ellis ที่บริษัทดังกล่าวว่าจ้างให้จัดทำขึ้น

ฟอร์ต วอชิงตัน รัฐเพนซิลเวเนีย, Aug. 05, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — Coventry First LLC (“Coventry”) และ Alan H. Buerger ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบริหาร ได้รับคำตัดสินที่สำคัญในคดีความที่กำลังดำเนินอยู่กับ Abacus Global Management Inc. (“Abacus”) (NYSE: ABX) เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2026 ศาลแขวงสหรัฐฯ เขตมิดเดิลแห่งฟลอริดา ได้สั่งให้เปิดเผยเอกสารสำคัญหลายฉบับที่ Abacus พยายามปกปิดไม่ให้สาธารณชนรับรู้ ซึ่งรวมถึงบันทึกภายในของ Abacus ที่แสดงให้เห็นว่า Abacus ทราบอยู่แล้วแต่ก็อาศัยข้อมูลการประมาณการอายุขัยที่สั้นผิดปกติจาก Lapetus Solutions (“Lapetus”) และละเว้นข้อเท็จจริงที่สำคัญจากคำอธิบายสาธารณะเกี่ยวกับรายงานการประเมินมูลค่าของ Lewis & Ellis ที่บริษัทว่าดังกล่าวจ้างให้จัดทำ

Coventry ยื่นคำให้การและฟ้องแย้งอีกครั้ง พร้อมหลักฐานที่เพิ่งเปิดเผยใหม่

ตามคำสั่งของศาล เมื่อวานนี้ Coventry และนาย Buerger ได้ยื่นคำให้การและฟ้องแย้งต่อ Abacus อีกครั้ง พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานที่เพิ่งเปิดเผยออกมาใหม่ เอกสารหลักฐานเหล่านี้ช่วยสนับสนุนคำกล่าวอ้างของ Coventry ให้มีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น โดยมีใจความว่า Abacus ได้ชี้นำให้นักลงทุนและสาธารณชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการอาศัยข้อมูลประมาณการอายุขัยจาก Lapetus โดยใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการจัดทำ ขาย และประเมินมูลค่ากรมธรรม์ประกันชีวิตที่อยู่ในพอร์ตโฟลิโอของ Abacus เอง และที่ขายให้กับกองทุนที่บริหารจัดการในเครือ ซึ่งรวมถึงกองทุนที่สหกรณ์เครดิตยูเนียนลงทุนไปมากกว่า 500 ล้านดอลลาร์

เอกสารที่เปิดเผยออกมาแสดงให้เห็นว่า อัตราส่วนผลลัพธ์จริงต่อผลลัพธ์ที่คาดการณ์ (A/E) ของ Lapetus อยู่ที่ 41.5% เท่านั้น

บริษัท Abacus ได้ยืนยันในคำแถลงต่อศาลว่าการประมาณอายุขัยจาก Lapetus นั้น “แม่นยำไม่น้อยกว่าการประมาณการของผู้ให้บริการรายอื่น ๆ” และ “การประมาณการ ของ Lapetus ที่รายงานต่อรัฐฟลอริดายังสอดคล้องกับผู้ให้บริการประมาณการอายุขัยรายอื่น ๆ” อย่างไรก็ตาม หลักฐานที่เพิ่งเปิดเผยออกมาใหม่นี้แสดงให้เห็นว่าคำกล่าวเหล่านั้นเป็นเท็จ และ Abacus ก็รู้ว่าเป็นเท็จ ในความเป็นจริงแล้ว Lapetus ได้รายงานอัตราส่วน A/E เพียง 41.5% ซึ่งหมายความว่ามีผู้เสียชีวิตน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้เสียชีวิตที่ Lapetus คาดการณ์ไว้ในช่วงระยะเวลาที่วัด เมื่อเปรียบเทียบกัน ผู้ให้บริการประมาณการอายุขัยชั้นนำต่างได้รายงานอัตราส่วน A/E ในระดับที่ใกล้เคียง 100% ให้สาธารณชนทราบ ความแตกต่างสิ้นเชิงนี้พิสูจน์ได้ว่า Lapetus ประเมินอายุขัยต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างเป็นระบบ และประเมินความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงเกินจริง

เอกสารต่าง ๆ แสดงให้เห็นว่า Abacus รู้มาโดยตลอดว่าการประมาณอายุขัยจาก Lapetus นั้นสั้นกว่าความเป็นจริง

เอกสารอื่น ๆ ที่เพิ่งเปิดเผยออกมาแสดงให้เห็นว่า Abacus ทราบถึงความแตกต่างระหว่างการประมาณอายุขัยจาก Lapetus กับการประมาณอายุขัยจากผู้พิจารณารับประกันรายอื่น ๆ ในการโต้ตอบทางอีเมลที่เพิ่งเปิดเผยออกมาฉบับหนึ่ง Jay Jackson ประธานกรรมการบริหารของ Abacus ได้หารือเกี่ยวกับกรมธรรม์ฉบับหนึ่ง ซึ่งผู้ให้บริการประมาณอายุขัยที่มีชื่อเสียง 3 รายประมาณอายุขัยตั้งแต่ 209 ถึง 248 เดือน ในขณะที่ Lapetus ประเมินไว้เพียง 72 เดือน สังเกตได้ว่าการประเมินมูลค่ากรมธรรม์เบื้องต้นดู “สูงมากจริง ๆ” นาย Jackson จึงถามว่า “เป็นเพราะเราใช้แต่ Lapetus เพียงรายเดียวใช่ไหม” ในอีกตัวอย่างหนึ่ง เอกสารที่เพิ่งเปิดเผยออกมาแสดงให้เห็นถึงข้อความติดต่อสื่อสารจากนักลงทุนที่มีประสบการณ์ด้านการซื้อขายกรมธรรม์ประกันชีวิต ซึ่งกล่าวถึงความไม่เต็มใจที่จะซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตจาก Abacus โดยใช้ราคาที่อ้างอิงจาก Lapetus เนื่องจากอย่างที่นักลงทุนรายหนึ่งกล่าวไว้ว่า “โดยปกติแล้วค่าประมาณอายุขัยจากบริษัทนี้มักสั้นกว่าผู้ให้บริการประมาณอายุขัยที่มีชื่อเสียงรายอื่น ๆ อย่างมาก (อย่างที่คุณทราบดีอยู่แล้ว!)”

อดีตประธานกรรมการบริหารของ Lapetus กล่าวว่าเขาไม่สามารถร่วมงานกับ Abacus ด้วยความสุจริตใจได้อีกต่อไป

อดีตประธานกรรมการบริหารของ Lapetus ก็แสดงความกังวลในทำนองเดียวกันในข้อความที่เขาส่งถึงสมาชิกคณะกรรมการบริหารของ Lapetus เกี่ยวกับความตั้งใจที่จะลาออก ในข้อความนั้นซึ่งเป็นหนึ่งในเอกสารหลักฐานประกอบคำให้การ ผู้บริหารของ Lapetus เขียนว่า “ผมไม่สามารถทำงานร่วมกับ [Abacus] ต่อไปได้อย่างสุจริตใจ ผมไม่ไว้ใจคนของบริษัทนี้ และเนื่องจากพวกเขาเป็นลูกค้าหลักและแทบจะเป็นลูกค้าเพียงรายเดียวของเรา ผมจึงไม่สามารถเป็นผู้นำในการบริหารธุรกิจนี้ต่อไปได้อีก”

Abacus เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ที่ชี้นำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับรายงานของ Lewis & Ellis

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2025 Abacus ได้ออกแถลงการณ์ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับรายงานการประเมินมูลค่าที่ตนได้ว่าจ้าง Lewis & Ellis ซึ่งเป็นบริษัทด้านคณิตศาสตร์ประกันภัย ให้จัดทำขึ้น เพื่อพยายามที่จะสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุนอีกครั้งหลังจากที่ Morpheus Research เผยแพร่รายงานอิสระสำหรับนักลงทุนที่เก็งกำไรในหุ้นขาลง ตามที่ Abacus กล่าว รายงานของ Lewis & Ellis จัดทำขึ้นโดยไม่ได้อ้างอิงถึง ข้อมูลอายุขัยจาก Lapetus และให้มูลค่าพอร์ตโฟลิโอที่คลาดเคลื่อนไม่เกิน 1% จากมูลค่าที่ Abacus ระบุไว้ อย่างไรก็ตาม เอกสารหลักฐานประกอบคำให้การแสดงให้เห็นว่า Abacus ละเว้นหรือบิดเบือนข้อเท็จจริงที่สำคัญอย่างน้อย 3 ประการเกี่ยวกับรายงานดังกล่าวดังนี้

  • ประการแรก Abacus สั่งให้ Lewis & Ellis ประเมินมูลค่าโดยใช้อัตราคิดลดหลายรูปแบบ อย่างไรก็ตาม การประเมินมูลค่าของ Lewis & Ellis ที่ Abacus อ้างถึงเพื่อสนับสนุนการประเมินมูลค่าพอร์ตโฟลิโอของตนนั้น กลับถูกคำนวณโดยใช้คิดลดที่ต่ำกว่าที่ Abacus เคยใช้ในการประเมินมูลค่าของตนเอง ส่งผลให้มูลค่าที่ได้สูงกว่าความเป็นจริงหลายล้านดอลลาร์ หาก Abacus อ้างอิงถึงการประเมินมูลค่าของ Lewis & Ellis ที่คำนวณโดยใช้อัตราคิดลดเดียวกับที่ Abacus ใช้ มูลค่าที่ได้จะไม่คลาดเคลื่อนเกิน 1% อย่างที่ Abacus อ้าง
  • ประการที่สอง Abacus ไม่ได้เปิดเผยว่าสำหรับกรมธรรม์มากกว่าหนึ่งในสามที่ Abacus ขอให้ Lewis & Ellis ประเมินมูลค่านั้น Abacus ได้ให้ข้อมูลประมาณการอายุขัย “ภายใน” ของตนเองเท่านั้น แทนที่จะเป็นการประมาณการที่จัดทำโดยผู้ให้บริการอิสระจากภายนอก ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเป็นอิสระและความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์ของ Lewis & Ellis นอกจากนี้ Abacus ยังไม่ได้เปิดเผยว่า Lewis & Ellis ได้เตือนไว้อย่างชัดเจนว่าการประมาณการ “ภายใน” เหล่านี้ “จะไม่ถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมมากนัก เนื่องจากอุตสาหกรรมอาจพึ่งพาความเห็นเกี่ยวกับประมาณการอายุขัยในเชิงพาณิชย์มากกว่า”
  • ประการที่สาม สำหรับกรมธรรม์ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ Abacus ไม่ได้ให้ข้อมูลประมาณการอายุขัยทั้งหมดที่มีอยู่ในครอบครอง แก่บริษัท Lewis & Ellis แม้ว่าบริษัท Lewis & Ellis จะระบุข้อสันนิษฐานในรายงานว่า Abacus ได้ให้ “ข้อมูลอายุขัยที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่ผลิตขึ้นสำหรับผู้เอาประกันภัยจากผู้ให้บริการประมาณการอายุขัยรายต่าง ๆ” แล้วก็ตาม ในหลายกรณี Abacus ได้ให้ข้อมูลประมาณการอายุขัยที่เก่ากว่าและสั้นกว่า ในขณะที่ปกปิดข้อมูลประมาณการรอายุขัยที่ใหม่กว่าและยาวกว่าซึ่งมีอยู่ในครอบครองของตนอยู่แล้ว การให้ข้อมูลประมาณการที่เก่ากว่าและสั้นกว่าสำหรับกรมธรรม์ที่มีมูลค่าสูงหลายฉบับ ทำให้ Abacus เป็นเหตุให้การประเมินมูลค่าของกรมธรรม์เหล่านั้นสูงเกินจริงอย่างมีนัยสำคัญ

เอกสารสำคัญอื่น ๆ อีกหลายฉบับที่ขัดแย้งกับคำแถลงต่อสาธารณะของ Abacus ยังคงถูกปิดเป็นความลับ Coventry จะยังคงผลักดันให้เปิดเผยข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องต่อสาธารณชนต่อไป

ลิงก์ไปยังเอกสารของศาล

สามารถดูคำให้การและข้อโต้แย้งที่ Coventry ยื่นใหม่ได้ที่นี่ https://www.coventry.com/coventry-and-alan-h-buerger-file-answer-to-abacus-global-management-first-amended-complaint/

เกี่ยวกับ Coventry

Coventry เป็นผู้นำและผู้บุกเบิกตลาดรองสำหรับประกันชีวิต ตลอดเวลากว่า 25 ปีที่ผ่านมา เราได้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมให้ก้าวไปข้างหน้า และขยายโอกาสสำหรับเจ้าของกรมธรรม์ประกันชีวิต ประสบการณ์อันยาวนานของ Coventry ผสานกับความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในการปกป้องสิทธิของผู้บริโภค จึงทำให้ Coventry ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดอย่างชัดเจน ซึ่งเราใช้ตำแหน่งนี้เพื่อยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมและเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้บริโภค จนถึงปัจจุบัน เราได้ส่งมอบมูลค่ามากกว่า 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐให้แก่ผู้ถือกรมธรรม์ที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้กรมธรรม์ของตนอีกต่อไป หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Coventry กรุณาไปที่ Coventry.com

ข้อมูลติดต่อด้านสื่อ
Coventry First LLC
[email protected]

GlobeNewswire Distribution ID 9804279