แผนแม่บทผลิตภาพแห่งชาติวางแนวทางให้เนปาลเดินหน้าตลอดทศวรรษสู่ผลิตภาพ ความสามารถในการแข่งขัน และการเติบโตอย่างทั่วถึงที่สูงขึ้น

Dr. Indra Pradana Singawinata เลขาธิการ APO (ซ้าย) และ Krishna Bahadur Raut ผู้อำนวยการ APO ประจำเนปาลและปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พาณิชย์ และพัสดุ ถ่ายภาพร่วมกับแผนแม่บทผลิตภาพแห่งชาติสำหรับเนปาล ปี 2026–2036 ภายหลังการจัดทำแล้วเสร็จ

โตเกียว, July 16, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2026 Asian Productivity Organization (APO) ได้ส่งมอบแผนแม่บทผลิตภาพแห่งชาติสำหรับเนปาล ปี 2026–2036 อย่างเป็นทางการให้แก่รัฐบาลเนปาล ระหว่างพิธีออนไลน์ที่จัดขึ้นร่วมกับ National Productivity and Economic Development Centre (NPEDC) และกระทรวงอุตสาหกรรม พาณิชย์ และพัสดุ การส่งมอบครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในความพยายามของเนปาลที่จะวางผลิตภาพไว้เป็นหัวใจของการพัฒนาประเทศ และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันระยะยาว ขณะที่ประเทศกำลังเปลี่ยนผ่านจากสถานะประเทศพัฒนาน้อยที่สุด

แผนแม่บทระยะ 10 ปีนี้เป็นโรดแมปที่ครอบคลุมฉบับแรกของเนปาล เพื่อยกระดับผลิตภาพทั่วทั้งเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ ผ่านการปฏิรูปที่ประสานสอดคล้องกัน การลงทุนเชิงกลยุทธ์ และความร่วมมือระหว่างสถาบันที่แข็งแกร่งขึ้น แผนดังกล่าวสอดคล้องกับแผนฉบับที่ 16 และยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่านอย่างราบรื่นของเนปาล โดยได้แปลงลำดับความสำคัญของนโยบายระดับชาติให้เป็นแผนการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม ซึ่งขับเคลื่อนด้วยการกำหนดความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ชัดเจน การจัดลำดับขั้นตอนการดำเนินงาน การติดตามและประเมินผล รวมถึงดัชนีชี้วัดผลิตภาพแห่งชาติ

แผนแม่บทซึ่งครอบคลุมช่วงปี 2026–36 ระบุข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่เป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของผลิตภาพ ได้แก่ คอขวดด้านโครงสร้างพื้นฐาน ความไร้ประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ ความไม่สอดคล้องของทักษะ นวัตกรรมที่จำกัด ข้อจำกัดด้านเงินทุน ความไม่แน่นอนเชิงนโยบาย และการนำเทคโนโลยีไปใช้ที่ไม่สม่ำเสมอ แผนนี้เสนอแนวทางแก้ไขแบบบูรณาการภายใต้เป้าหมายเชิงกลยุทธ์สี่ประการ ได้แก่ การปรับปรุงสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อธุรกิจ การเร่งการปรับปรุงให้ทันสมัยที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม การสร้างความสามารถในการแข่งขันและความซับซ้อนทางเศรษฐกิจ และการเพิ่มผลิตภาพผ่านความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศและการมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง

“เนปาลมีโอกาสที่จะแสดงให้เห็นว่าผลิตภาพไม่ใช่เพียงการดำเนินงานเชิงเทคนิค แต่เป็นเส้นทางระดับชาติไปสู่ความสามารถในการแข่งขันที่แข็งแกร่งขึ้น ความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจที่มากขึ้น และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน ด้วยการแปลงแผนแม่บทฉบับนี้ให้เป็นการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม เนปาลจะสามารถสร้างอนาคตที่มีผลิตภาพมากขึ้น มีนวัตกรรมมากขึ้น และทั่วถึงมากขึ้นสำหรับคนรุ่นต่อ ๆ ไป” Dr. Indra Pradana Singawinata เลขาธิการ APO กล่าว พร้อมเน้นย้ำว่าผลิตภาพเป็นรากฐานสำคัญของการบรรลุการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

ในคำกล่าวของเขา Krishna Bahadur Raut ผู้อำนวยการ APO ประจำเนปาลและปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พาณิชย์ และพัสดุ ได้ยืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าของรัฐบาลเนปาลในการดำเนินการตามแผนแม่บทนี้ว่า “รัฐบาลเนปาลมองว่าเอกสารฉบับนี้ไม่ได้เป็นเพียงรายงานที่จะนำไปจัดเก็บไว้ในคลังเอกสาร แต่เป็นวาระสำหรับการปฏิรูปเศรษฐกิจระดับชาติ เรามุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการผลักดันข้อเสนอแนะเหล่านี้ให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบสถาบัน กระทรวงฯ พร้อมด้วย NPEDC จะเป็นผู้นำในการประสานงาน ความร่วมมือข้ามหน่วยงานภาครัฐ และกลไกการติดตามตรวจสอบที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนแนวทางเชิงกลยุทธ์เหล่านี้ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม”

แผนแม่บทฉบับนี้ต่างจากเอกสารเชิงกลยุทธ์จำนวนมาก นำเสนอเส้นทางการดำเนินงานที่นำไปปฏิบัติได้จริง โดยจัดลำดับการปฏิรูปตั้งแต่การวางรากฐานด้านสถาบันและนโยบาย ไปจนถึงการขยายผลโครงการริเริ่มที่ประสบความสำเร็จ และท้ายที่สุดคือการผลักดันมาตรการเพิ่มผลิตภาพให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบการบริหารในระดับรัฐบาลกลาง ระดับจังหวัด และระดับท้องถิ่น กรอบการดำเนินงานนี้ยังกำหนดกลไกสำหรับการติดตามความก้าวหน้า การเสริมสร้างความรับผิดชอบ และการสนับสนุนการปรับนโยบายบนหลักฐานเชิงประจักษ์ตลอดช่วงการดำเนินงาน

APO พัฒนาแผนแม่บทฉบับนี้โดยร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลเนปาล โดยได้รับการสนับสนุนทางเทคนิคจาก DevTech Systems Inc. ผ่านการวิจัยเชิงวิเคราะห์ การเทียบเคียงมาตรฐานระดับสากล และการปรึกษาหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย APO ยังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนเนปาลระหว่างการดำเนินงาน โดยแบ่งปันประสบการณ์ระดับสากล เสริมสร้างขีดความสามารถเชิงสถาบัน และส่งเสริมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องด้านนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับผลิตภาพ

การส่งมอบแผนแม่บทครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงด้านผลิตภาพในระยะยาวของเนปาล ด้วยการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง การประสานงานเชิงสถาบันที่เข้มแข็ง และความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง แผนแม่บทฉบับนี้คาดว่าจะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน ยกระดับผลการดำเนินงานของภาคธุรกิจ สร้างการจ้างงานที่มีคุณภาพสูงขึ้น และยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนชาวเนปาลตลอดทศวรรษข้างหน้า

เกี่ยวกับ APO

APO เป็นองค์การระหว่างรัฐบาลระดับภูมิภาคที่มุ่งมั่นยกระดับผลิตภาพในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกผ่านความร่วมมือซึ่งกันและกัน APO ก่อตั้งขึ้นในปี 1961 โดยสนับสนุนเศรษฐกิจสมาชิกผ่านบริการให้คำปรึกษาเชิงนโยบาย การเสริมสร้างขีดความสามารถ และการแบ่งปันความรู้ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน

ติดต่อ: [email protected]
เว็บไซต์: https://www.apo-tokyo.org

ดูรูปภาพประกอบประกาศนี้ได้ที่ https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/4a8a1317-bb87-44ff-a4a7-8957ccc88352

GlobeNewswire Distribution ID 9763225

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของ Booster Robotics กวาดตำแหน่งชนะเลิศทุกประเภทในการแข่งขัน RoboCup 2026

ซานตาคลารา, แคลิฟอร์เนีย, July 11, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — ในการแข่งขัน RoboCup 2026 ซึ่งเป็นการแข่งขันด้านหุ่นยนต์ชั้นนำของโลก ทีมที่ใช้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของ Booster Robotics สามารถคว้าตำแหน่งชนะเลิศได้ทุกประเภทในรุ่น Small, Middle และ Large ในปีนี้ มีทีมจากทั่วโลกเข้าร่วมการแข่งขัน RoboCup 2026 ทั้งหมด 59 ทีม โดยในจำนวนนี้ 38 ทีมเลือกใช้หุ่นยนต์ของ Booster Robotics ในการแข่งขัน ได้แก่ Badger Bots (สหรัฐอเมริกา), Bahia Robotics Team (บราซิล), Berlin United (เยอรมนี), B-Human (เยอรมนี), HTWK Robots (เยอรมนี), HULKs (เยอรมนี), Inha-United (เกาหลีใต้), KURA (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์), NUbots (ออสเตรเลีย), Pumas (เม็กซิโก), RedbackBots (ออสเตรเลีย), RFC-Tsudanuma (ญี่ปุ่น), Rhoban (ฝรั่งเศส), RoboEireann (ไอร์แลนด์), Robo-Erectus (สิงคโปร์), Ruhrbot Devils (เยอรมนี), rUNSWift (ออสเตรเลีย), SPQR Team (อิตาลี), Tech United (เนเธอร์แลนด์), UT AustinVilla (สหรัฐอเมริกา), whIRLwind Amsterdam (เนเธอร์แลนด์) และทีมอื่นๆ อีกหลายทีม

  • รุ่น Large: รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ Tsinghua Hephaestus; รางวัลรองชนะเลิศ ได้แก่ CAU Mountain&Sea; รางวัลอันดับสาม ได้แก่ BISTU Water ทั้งหมดใช้หุ่นยนต์ Booster T1 ในการแข่งขัน
  • รุ่น Middle: รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ B-Human; รางวัลรองชนะเลิศ ได้แก่ HTWK Robots; รางวัลอันดับสาม ได้แก่ Rhoban ทั้งหมดใช้หุ่นยนต์ Booster K1 ในการแข่งขัน
  • รุ่น Small: รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ Invic; รางวัลรองชนะเลิศ ได้แก่ Hamburg Bit-Bots; รางวัลอันดับสาม ได้แก่ GeoHBots Invic และ GeoHBots ใช้หุ่นยนต์ Booster K1 Air ในการแข่งขัน

ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของผู้ชนะเลิศ

การได้รับการยอมรับและนำไปใช้อย่างแพร่หลายนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของการแข่งขันหุ่นยนต์ จากเดิมที่วัดว่า “ใครสามารถสร้างหุ่นยนต์ได้” ไปสู่การวัดว่า “ใครสามารถทำให้หุ่นยนต์ฉลาดได้มากกว่า” หลายปีที่ผ่านมา ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันทุ่มทรัพยากรด้านการวิจัยและพัฒนาส่วนใหญ่ไปกับการสร้างหุ่นยนต์ใหม่ตั้งแต่ต้น โดยใช้ความพยายามอย่างมากในการออกแบบโครงสร้างเชิงกล การพัฒนาฮาร์ดแวร์ และระบบควบคุมการเคลื่อนที่ขั้นพื้นฐาน ปีนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญอย่างชัดเจนเมื่อทีมชั้นนำมุ่งเน้นการพัฒนาเกือบทั้งหมดไปที่การผลักดันขีดความสามารถด้านการรับรู้สภาพแวดล้อม การตัดสินใจแบบเรียลไทม์ และการประสานงานของหุ่นยนต์หลายตัว ขณะที่ Booster Robotics ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มพื้นฐาน ยกระดับสมรรถนะหลักด้านการเคลื่อนที่ของขาและเท้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้หุ่นยนต์สามารถวิ่งด้วยความเร็วสูง หยุดและเปลี่ยนทิศทางอย่างกะทันหัน ลุกขึ้นได้หลังล้ม และเคลื่อนที่ได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคง การแยกการพัฒนาฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ออกจากกันช่วยให้ซอฟต์แวร์อันซับซ้อนสามารถทำงานในสภาพแวดล้อมจริงได้อย่างมีเสถียรภาพ

Booster Robotics สร้างระบบนิเวศระดับโลกให้กับปัญญาประดิษฐ์แบบมีร่างกาย

ไม่นานมานี้ Booster Robotics เปิดตัว Booster Studio ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมการพัฒนาแบบบูรณาการ (IDE) แห่งแรกของโลกสำหรับปัญญาประดิษฐ์แบบมีร่างกาย โดยเป็นแพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์ที่ช่วยให้วิศวกร นักวิจัย และนักพัฒนาทั่วโลก สามารถเขียนโปรแกรม จำลองการทำงาน และนำความสามารถของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ไปใช้งานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมกันนี้ บริษัทก็ได้เปิดตัวการแข่งขัน Booster Champion 3v3 Soccer Tournament อย่างเป็นทางการ (champion.booster.tech/?lang=en) โดยเชิญชวนให้นักพัฒนาและผู้สนใจปัญญาประดิษฐ์แบบมีร่างกายจากทั่วโลกมาร่วมแข่งขัน ทำงานร่วมกัน และร่วมกันขับเคลื่อนอนาคตของปัญญาประดิษฐ์แบบมีร่างกาย ในอนาคต การแข่งขันจะขยายไปสู่สถานการณ์การใช้งานจริงที่หลากหลายยิ่งขึ้น

หนึ่งในทีมที่อายุน้อยที่สุดในการแข่งขัน RoboCup 2026 คือทีมจากโรงเรียนมัธยม Pui Ching Middle School (มาเก๊า) นักพัฒนารุ่นเยาว์เหล่านี้ใช้ Booster Studio เพื่อพัฒนา ฝึกฝน และตรวจสอบประสิทธิภาพของอัลกอริทึมในสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่มีความสมจริงสูงก่อนที่จะนำอัลกอริทึมนั้นไปใช้กับหุ่นยนต์จริงๆ ได้อย่างราบรื่น ระบบนิเวศแบบเปิดที่ทุกฝ่ายสามารถร่วมกันพัฒนาปัญญาประดิษฐ์แบบมีร่างกายกำลังก่อตัวขึ้น ตั้งแต่มหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำและห้องปฏิบัติการระดับแนวหน้า ไปจนถึงนักพัฒนาทั่วไปและทีมนักเรียน

เกี่ยวกับ Booster Robotics

Booster Robotics เป็นบริษัทด้านหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่มุ่งนำปัญญาประดิษฐ์แบบมีร่างกายไปสู่การใช้งานจริงในโลกแห่งความเป็นจริง ในการแข่งขัน RoboCup 2026 ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันโดยใช้หุ่นยนต์ Booster สามารถกวาดตำแหน่งชนะเลิศได้ครบทุกประเภทในรุ่น Small, Middle และ Large ตอกย้ำความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีในด้านหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของ Booster สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปยัง booster.tech เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Booster Studio โปรดไปยัง studio.booster.tech

ที่มา Booster Robotics

หมายเหตุ: ผู้สนใจสามารถขอรับไฟล์ภาพความละเอียดสูงและวิดีโอประกอบได้ ติดต่อ [email protected]

ติดต่อด้านสื่อ: Booster Robotics | [email protected]

ดูรูปภาพประกอบการประกาศนี้ได้ที่:

https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/3b5f3e3a-6e48-4365-bf7d-4ec5bd778c23

https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/b571735e-8754-4ce8-89bb-c98823a8f774

https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/370f2eeb-f910-493f-b829-6b0539634511

https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/c325bbe4-b0d5-4824-b485-3b16802b8bf2

https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/5ade4f45-57ce-4cca-ae72-dff06da8c051

GlobeNewswire Distribution ID 9760680

กลุ่มดาวเทียม EarthDaily Constellation เริ่มเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ หลังเสร็จภารกิจส่งดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศครั้งที่ 3 อย่างงดงาม

ดาวเทียม EDC-08 ได้ขึ้นสู่อวกาศพร้อมภารกิจ Transporter-17 ของ SpaceX ในขณะที่ EarthDaily เผยแพร่ภาพถ่ายชุดแรกจากดาวเทียม EDC-02 ถึง EDC-07 โดยคาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ภายในปลายปีนี้

แวนคูเวอร์, บริติชโคลัมเบีย, July 10, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — วันนี้ EarthDaily ได้ประกาศความสำเร็จในการติดต่อกับดาวเทียม EDC-08 ได้เป็นครั้งแรกหลังจากที่ปล่อยขึ้นสู่อวกาศพร้อมภารกิจ Transporter-17 ของ SpaceX เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ซึ่งถือเป็นภารกิจการปล่อยดาวเทียมครั้งที่ 3 ของกลุ่มดาวเทียม EarthDaily Constellation ทำให้ระบบมีจำนวนดาวเทียมครบตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในการดำเนินงานเชิงพาณิชย์

ดาวเทียม EDC-08 นั้นติดตั้งกล้องบันทึกภาพจำนวน 16 ตัวที่สามารถเก็บข้อมูลได้ละเอียดถึง 22 ช่วงแสง เหมือนกับดาวเทียมดวงอื่นๆ ในกลุ่มดาวเทียม EarthDaily Constellation ซึ่งช่วยให้ระบบมีช่วงสเปกตรัมที่ลึกและมีขีดความสามารถในการถ่ายภาพมากพอที่จะรองรับการวัดค่าที่สม่ำเสมอและนำมาเปรียบเทียบกันได้ในทุกภูมิภาค ทุกฤดูกาล และทุกช่วงเวลา

การประกาศความสำเร็จนี้นับเป็นการต่อยอดจากการส่งดาวเทียม EDC-02 ถึง EDC-07 ขึ้นสู่อวกาศเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการทดสอบระบบและเริ่มส่งภาพถ่ายชุดแรกกลับมาแล้ว ภาพถ่ายดังกล่าวได้รับการเผยแพร่พร้อมกับการประกาศในวันนี้ ซึ่งจะแสดงให้เห็นภาพรวมเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงานของดาวเทียมหลายๆ ดวงตั้งแต่เนิ่นๆ

Don Osborne ประธานกรรมการบริหารของ EarthDaily กล่าวไว้ว่า “การที่ EDC-08 ขึ้นสู่วงโคจรและสามารถติดต่อสื่อสารได้เป็นครั้งแรกถือเป็นก้าวสำคัญอีกก้าวในการส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรตามแผนของ EarthDaily Constellation” “ขณะนี้มีดาวเทียมจำนวน 8 ดวงที่อยู่ในวงโคจร โดย 7 ดวงอยู่ในขั้นตอนการทดสอบระบบ และเริ่มส่งภาพถ่ายชุดแรกกลับมาจากภารกิจการปล่อยดาวเทียมเมื่อเดือนพฤษภาคมแล้ว แสดงให้เห็นว่าระบบทั้งหมดทำงานได้ดีตามที่คาดไว้”

ภาพถ่ายที่เพิ่งเผยแพร่ให้รับชมสดๆ ร้อนๆ นี้แสดงให้เห็นว่ากลุ่มดาวเทียม EarthDaily Constellation สามารถให้ข้อมูลที่สม่ำเสมอและมีรายละเอียดในระดับที่ถูกต้องตามที่ได้รับการออกแบบมา แม้ยังต้องดำเนินการปรับเทียบและตรวจสอบความถูกต้องต่อไป แต่ภาพถ่ายที่ได้ก็แสดงให้เห็นว่าดาวเทียมหลายดวงมีส่วนช่วยในระบบการวัดค่าทั่วไปที่สร้างขึ้นเพื่อการตรวจสอบพื้นที่เป็นวงกว้างได้อย่างน่าเชื่อถือ รวมถึงการวิเคราะห์ซ้ำได้ในทุกระดับ โดยใช้ AI และการเรียนรู้ของเครื่อง

Osborne กล่าวเสริมอีกว่า “กลุ่มดาวเทียม EarthDaily Constellation ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมมาเพื่อมอบข้อมูลที่มีความสม่ำเสมอ” “ความแปรปรวนของสภาพบรรยากาศ, มุมมอง (Viewing Geometry) และการปรับเทียบเซ็นเซอร์ อาจก่อให้เกิดสัญญาณรบกวนที่สะสมในระหว่างการวิเคราะห์ข้อมูลอนุกรมเวลา ส่งผลให้ความน่าเชื่อถือของข้อมูลในเวิร์กโฟลว์การทำงานของ AI ลดลง EarthDaily จัดการกับปัญหานี้ในระดับระบบ ด้วยกระบวนการปรับเทียบทางเรขาคณิตและการปรับเทียบเชิงรังสีที่มีการควบคุมอย่างเข้มงวด, การปรับให้อัตราส่วนสัญญาณข้อมูลมีระดับความแรงสูงกว่าสัญญาณรบกวน (SNR) มากๆ และการปรับค่าสเปกตรัมให้สอดคล้องกับข้อมูลย้อนหลังของดาวเทียม Sentinel และ Landsat ซึ่งช่วยให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลที่ได้นั้นจะพร้อมต่อการนำไปประยุกต์ใช้กับ AI เพื่อเฝ้าติดตามโลก และการเปลี่ยนแปลงที่ตรวจพบนั้นสอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง”

กลุ่มดาวเทียม EarthDaily Constellation นั้นสร้างขึ้นเพื่อใช้ในการตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่เป็นวงกว้างโดยเฉพาะ พร้อมจุดมุ่งหมายเพื่อมอบข้อมูลการวัดค่าสภาพของโลกแบบรายวันที่ผ่านการปรับเทียบมาแล้วและมีความสม่ำเสมอกันทั่วโลก ภาพถ่าย EDC ได้รับการปรับปรุงให้เหมาะกับการวิเคราะห์ข้อมูลอนุกรมเวลาและการนำไปใช้ในเวิร์กโฟลว์การทำงานของ AI โดยตรง นอกจากนี้ยังได้รับการออกแบบให้ทำงานร่วมกับระบบวิเคราะห์อัตโนมัติเพื่อตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของ EarthDaily ซึ่งจะระบุการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญในพื้นที่เป็นวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบิน เรือในท่าจอดเรือ หรือถนนและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจได้ว่าควรให้ความสำคัญกับจุดใดเป็นลำดับถัดไป

กลยุทธ์นี้เป็นการยกระดับการสังเกตการณ์โลกจากการดูเพียงภาพนิ่ง ไปเป็นการใช้ข้อมูลเชิงลึกที่เน้นช่วยในการตัดสินใจ เมื่อ EDC-08 เข้าสู่วงโคจรและดาวเทียมดวงอื่นๆ เตรียมถูกปล่อยตัวขึ้นสู่อวกาศ แต่ละขั้นตอนจะช่วยผลักดันให้กลุ่มดาวเทียมทำงานครอบคลุมพื้นที่ทั่วโลกในทุกวัน โดยทำหน้าที่เป็นเครื่องมือการวัดค่าอย่างต่อเนื่องชั้นหนึ่งเพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง ซึ่งมีประโยชน์ในด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคง การเกษตร ทรัพยากรธรรมชาติ การปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และโครงสร้างพื้นฐาน

เกี่ยวกับ EarthDaily

EarthDaily เป็นบริษัทด้านการสำรวจโลกระดับโลก ที่มุ่งส่งมอบข้อมูลและการวิเคราะห์ระดับงานวิทยาศาสตร์ ซึ่งออกแบบมาเพื่อการตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ขนาดกว้าง และข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนการตัดสินใจเป็นสำคัญ ด้วยการปล่อยกลุ่มดาวเทียม EarthDaily Constellation ที่กำลังจะเกิดขึ้น บริษัทกำลังวางรากฐานสำหรับข้อมูลเชิงลึกด้านโลกแบบรายวัน ที่มีความสม่ำเสมอในระดับโลก เพื่อสนับสนุนภาครัฐและองค์กรธุรกิจที่ดำเนินงานอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนและมีผลกระทบสูง

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชม earthdaily.com และติดตาม EarthDaily บน LinkedIn (@EarthDaily) และ X (@EarthDailyA)

ติดต่อ

Tanya Cross
รองประธานฝ่ายการตลาดและการสื่อสารระดับโลก
EarthDaily
[email protected]

นักลงทุนสัมพันธ์ของ Alliance Advisors
[email protected]

ภาพถ่ายประกอบประกาศนี้สามารถดูได้ที่ https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/398a6f1b-e207-4a66-9190-efa3173c9c6e

GlobeNewswire Distribution ID 9760239

KFSH เมืองเจดดาห์สร้างมาตรฐานใหม่ระดับโลก ด้วยเกณฑ์วิธีเก็บเซลล์ต้นกำเนิดเพียงครั้งเดียว สร้างมาตรฐานระดับโลกใหม่ที่สร้างสมดุลระหว่างความปลอดภัยของผู้บริจาคและประสิทธิภาพในการรักษา

เจดดาห์ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย, July 08, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — King Faisal Specialist Hospital and Research Centre เมืองเจดดาห์ ประสบความสำเร็จในการพัฒนาและนำเกณฑ์วิธีการเก็บเซลล์ต้นกำเนิดแบบใหม่เป็นแห่งแรกของโลกมาใช้ โดยใช้อัลกอริทึมในการประเมินปริมาณเซลล์ต้นกำเนิดที่คาดว่าจะสามารถเก็บได้จากผู้บริจาคแต่ละรายอย่างแม่นยำ เกณฑ์วิธีดังกล่าวส่งผลให้สามารถเก็บเซลล์ต้นกำเนิดได้เสร็จสิ้นภายในการเก็บครั้งแรกในผู้บริจาคเพศชาย 100% และในผู้บริจาคทั้งหมด 94.9% พร้อมทั้งไม่จำเป็นต้องมีการเก็บเซลล์ต้นกำเนิดเป็นครั้งที่สามหรือครั้งที่สี่เลย

เกณฑ์วิธีดังกล่าวได้รับการออกแบบมาเพื่อลดความจำเป็นในการเก็บเซลล์ต้นกำเนิดซ้ำหลายครั้ง และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อความปลอดภัยของผู้บริจาค ข้อมูลจาก National Marrow Donor Program ของสหรัฐอเมริการะบุว่า การต้องเข้ารับการเก็บเซลล์ต้นกำเนิดซ้ำทำให้ผู้บริจาคมีโอกาสต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพื่อพักฟื้นสูงขึ้นถึงหกเท่า การลดจำนวนครั้งในการเก็บเซลล์ต้นกำเนิดจึงช่วยลดความเสี่ยงดังกล่าวได้โดยตรง และถือเป็นการกำหนดมาตรฐานใหม่ระดับโลกที่สร้างสมดุลระหว่างความปลอดภัยของผู้บริจาคกับประสิทธิภาพของการรักษา

สำหรับผู้ป่วย เกณฑ์วิธีใหม่นี้ช่วยยกระดับผลลัพธ์ของการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดให้ดียิ่งขึ้น โดยพบว่า อัตราการรอดชีวิตในช่วง 100 วันหลังการปลูกถ่ายอยู่ที่ 91.2% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับโลก และถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญของการฟื้นตัวในระยะเริ่มต้น ผลการศึกษาดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Blood Global Hematology ซึ่งจัดพิมพ์โดย American Society of Hematology

“การลดภาระของผู้บริจาคที่มีสุขภาพแข็งแรงจากการต้องเข้ารับการเก็บเซลล์ต้นกำเนิดซ้ำหลายครั้ง ถือเป็นทั้งความสำคัญทางการแพทย์และจริยธรรม” ศาสตราจารย์ Ashraf Dada ประธานภาควิชาพยาธิวิทยาและเวชศาสตร์ห้องปฏิบัติการของ KFSH เมืองเจดดาห์ และผู้วิจัยหลัก กล่าว

เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า อัลกอริทึมดังกล่าวได้รับการพัฒนานานสามปี และผ่านการทดสอบกับผู้บริจาค 138 ราย โดยช่วยให้ทีมแพทย์สามารถวางแผนการเก็บเซลล์ต้นกำเนิดตั้งแต่ครั้งแรกได้ด้วยความแม่นยำใกล้เคียง 92% ในการคาดการณ์จำนวนเซลล์ที่จะเก็บได้ ส่งผลให้ผู้บริจาคได้รับประสบการณ์ที่ดีและปลอดภัยยิ่งขึ้น สนับสนุนการวางแผนกระบวนการเก็บเซลล์ต้นกำเนิดล่วงหน้า และช่วยให้ผู้ป่วยที่รอการปลูกถ่ายได้รับการรักษาเร็วขึ้น

ความก้าวหน้าครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในวงกว้างของ KFSH ในการนำข้อมูลและการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์มาใช้เพื่อยกระดับการรักษาเฉพาะทาง ทำให้สามารถออกแบบการรักษาให้เหมาะสมกับสภาวะทางคลินิกและความต้องการของทั้งผู้บริจาคและผู้รับการปลูกถ่าย นอกจากนี้ ยังตอกย้ำบทบาทของโรงพยาบาลในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมทางการแพทย์ ตามวิสัยทัศน์ที่จะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยทุกคน

ปัจจุบัน King Faisal Specialist Hospital & Research Centre ได้รับการจัดอันดับให้เป็น อันดับ 1 ของตะวันออกกลางและแอฟริกา และ อันดับ 12 ของโลก จากการจัดอันดับสถาบันการแพทย์เชิงวิชาการชั้นนำ 250 แห่ง ประจำปี 2026 นอกจากนี้ Brand Finance ยังยกให้เป็น แบรนด์ด้านการดูแลสุขภาพที่มีมูลค่าสูงที่สุดในซาอุดีอาระเบียและตะวันออกกลาง ประจำปี 2569 ขณะที่ Newsweek ได้จัดให้ KFSH ติดอันดับ World’s Best Hospitals, World’s Best Smart Hospitals และ World’s Best Specialized Hospitals ประจำปี 2026

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชม www.kfshrc.edu.sa หรือติดต่อทีมสื่อของเราที่ [email protected]

สามารถดูรูปภาพประกอบการประกาศนี้ได้ที่ https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/996242ac-8228-4f18-8b68-1755c2f639cd

GlobeNewswire Distribution ID 9759034

EBC App เปิดให้ใช้งานแล้ว: แอปบริหารจัดการบัญชีบนมือถือระดับมืออาชีพ ที่ออกแบบมาสำหรับนักเทรดทุกระดับ

EBC Financial Group เปิดตัว EBC App แพลตฟอร์มบริหารจัดการบัญชีบนมือถือที่ออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้งานผ่านอุปกรณ์พกพาเป็นหลัก ช่วยให้นักเทรดสามารถจัดการหลายบัญชี โอนเงิน ใช้งานระบบ Copy Trading ติดตามข่าวสารตลาด และรับบริการช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันในหลายภาษาได้อย่างสะดวกในแอปเดียว

ลอนดอน, July 08, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — EBC Financial Group (“EBC”) ประกาศเปิดตัว EBC App อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันสำหรับบริหารจัดการบัญชีบนมือถือ พัฒนาโดย EBC Financial Group (SVG) LLC เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการบัญชี เงินทุน กิจกรรมการซื้อขาย และบริการช่วยเหลือ ได้อย่างง่ายดาย ปลอดภัย และครบวงจรผ่านอินเทอร์เฟซเดียว

EBC App ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์สภาพแวดล้อมการซื้อขายในปัจจุบันที่ผู้ใช้งานหันมาใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่มากขึ้น โดยรวบรวมฟังก์ชันสำคัญที่นักเทรดมักต้องใช้งานผ่านหลายแพลตฟอร์มมาไว้ในแอปเดียว ไม่ว่าจะเป็นการสลับบัญชี ติดตามยอดเงิน ค้นหาโอกาสการคัดลอกการซื้อขาย หรือรับบริการช่วยเหลือหลายภาษา ทั้งหมดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การซื้อขายที่เชื่อมต่อกัน มีประสิทธิภาพ และเข้าถึงได้ง่ายสำหรับลูกค้าทุกระดับ

การเปิดตัวนี้สะท้อนถึงการลงทุนอย่างต่อเนื่องของ EBC ในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ยึดนักเทรดเป็นศูนย์กลาง พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการให้บริการที่โปร่งใส เชื่อถือได้ และตอบโจทย์ผู้ใช้งานในตลาดการเงินทั่วโลก

ประสบการณ์การใช้งานบนมือถือแบบครบวงจรสำหรับนักเทรดยุคใหม่

เมื่อการซื้อขายในปัจจุบันดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เชื่อมโยงตลาดทั่วโลก และต้องอาศัยข้อมูลแบบเรียลไทม์มากขึ้น นักเทรดจึงต้องการเครื่องมือที่ช่วยให้บริหารจัดการบัญชีได้อย่างชัดเจนและควบคุมได้ดียิ่งขึ้น

EBC App จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว ด้วยการรวบรวมฟังก์ชันสำคัญในการบริหารจัดการบัญชีไว้บนแพลตฟอร์มมือถือเพียงแห่งเดียว แทนที่จะต้องสลับใช้งานหลายเครื่องมือเพื่อตรวจสอบบัญชี จัดการเงินทุน ติดตามสัญญาณการซื้อขาย หรือติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงทุกบริการได้ผ่านแอปเดียวอย่างครบวงจร

แอปนี้เหมาะสำหรับทั้งลูกค้าเดิมของ EBC นักเทรดที่กำลังมองหาแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่ายกว่าเดิม รวมถึงผู้เริ่มต้นที่ต้องการจุดเริ่มต้นที่สะดวกในการบริหารจัดการบัญชีซื้อขายระดับมืออาชีพ

“EBC App ได้รับการออกแบบจากพฤติกรรมการใช้งานจริงของนักเทรดในปัจจุบัน ซึ่งต้องการเข้าถึงบัญชีอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และสามารถใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา การรวมการเข้าถึงบัญชี การจัดการเงินทุน การคัดลอกการซื้อขาย และบริการช่วยเหลือไว้ในที่เดียว ช่วยให้ลูกค้าควบคุมการซื้อขายของตนเองได้สะดวกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด” Andria Phiniefs ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของ EBC Financial Group กล่าว

ฟังก์ชันบริหารจัดการบัญชีหลัก ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานบนมือถือ

EBC App ได้รับการออกแบบโดยเน้นกิจกรรมที่นักเทรดใช้งานบ่อยที่สุด เพื่อให้การบริหารจัดการบัญชีเป็นไปอย่างรวดเร็ว ใช้งานง่าย และไม่ซับซ้อน

ฟีเจอร์หลักประกอบด้วย:

  • การจัดการหลายบัญชี: ผู้ใช้งานสามารถสลับระหว่างหลายบัญชีได้อย่างสะดวก โดยข้อมูลยอดเงิน สถานะการถือครอง และกิจกรรมการซื้อขายจะซิงโครไนซ์แบบเรียลไทม์ ช่วยให้เห็นภาพรวมของทุกบัญชีได้อย่างชัดเจน
  • การฝากและถอนเงิน: แอปรองรับการโอนเงินที่รวดเร็วและปลอดภัย ลูกค้าสามารถดำเนินการฝากและถอนเงินได้โดยตรงผ่านอุปกรณ์มือถือ
  • ชุมชนการคัดลอกการซื้อขาย: นักเทรดสามารถค้นหาสัญญาณการซื้อขายและคัดลอกกลยุทธ์จากนักลงทุนที่มีประสบการณ์ ช่วยให้ผู้เริ่มต้นเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ ขณะที่นักเทรดระดับสูงก็สามารถค้นพบกลยุทธ์ใหม่ๆ ได้อย่างยืดหยุ่น
  • บริการลูกค้าหลายภาษาตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน: ผู้ใช้งานสามารถรับความช่วยเหลือได้ตลอดเวลา พร้อมรับการแจ้งเตือนข่าวสารตลาดและโปรโมชันต่าง ๆ เพื่อให้ติดตามความเคลื่อนไหวได้ทุกที่ทุกเวลา

ออกแบบมาเพื่อรองรับนักเทรดในทุกช่วงของเส้นทางการลงทุน

สำหรับลูกค้าเดิมของ EBC แอปนี้ถือเป็นส่วนต่อขยายจากประสบการณ์ใช้งานบนเดสก์ท็อป โดยนำความสามารถในการบริหารจัดการบัญชีและเงินทุนมาสู่มือถือโดยไม่กระทบต่อรูปแบบการทำงานเดิม

สำหรับนักเทรดที่กำลังพิจารณาเปลี่ยนแพลตฟอร์ม EBC App มอบวิธีการบริหารจัดการบัญชีที่สะดวกและเป็นระบบมากขึ้น พร้อมรองรับด้วยโครงสร้างพื้นฐานด้านการส่งคำสั่งซื้อขายของ EBC EBC ช่วยให้ลูกค้าได้รับราคาที่ดีกว่าราคาที่ร้องขอในคำสั่งซื้อขายมากกว่า 87.6% ของคำสั่งทั้งหมด โดยผ่าน Smart Order Routing Engine ของบริษัท นอกจากนี้ ระบบยังสามารถประมวลผลคำสั่งได้ 1,000 รายการขึ้นไปต่อวินาที มีความเร็วเฉลี่ยในการดำเนินคำสั่งต่ำกว่า 20 มิลลิวินาที มีเสถียรภาพในการรับส่งข้อมูลสูงถึง 98.75% ให้ค่าสเปรดแบบ Raw ECN เริ่มต้นที่ 0.0 pip มีสภาพคล่องจากธนาคารเพื่อการลงทุนและกองทุนเฮดจ์ฟันด์ชั้นนำกว่า 25 แห่ง พร้อมบริการ VIP ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน

สำหรับนักเทรดมือใหม่ แอปนี้ช่วยลดอุปสรรคในการเริ่มต้น ด้วยการผสานความง่ายในการใช้งาน เครื่องมือที่เป็นประโยชน์ บริการช่วยเหลือ ฟีเจอร์ Copy Trading และการเข้าถึงระบบนิเวศการซื้อขายของ EBC ไว้ในที่เดียว

เสริมความแข็งแกร่งให้ระบบนิเวศดิจิทัลที่ยึดนักเทรดเป็นศูนย์กลาง

EBC Financial Group เป็นโบรกเกอร์สินทรัพย์หลายประเภทที่ได้รับการกำกับดูแลในหลายประเทศ และให้บริการแก่นักลงทุนทั่วโลก การเปิดตัว EBC App ช่วยยกระดับระบบนิเวศดิจิทัลของบริษัท ด้วยการนำความสามารถในการบริหารจัดการบัญชีระดับมืออาชีพมาไว้บนมือถือ

แอปนี้ทำงานร่วมกับบริการอื่นๆ ของ EBC ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงตลาดสินทรัพย์หลากหลายประเภท แพลตฟอร์มซื้อขาย เครื่องมือวิเคราะห์ บริการลูกค้า และสื่อการเรียนรู้ด้านการลงทุน EBC ยังได้รับรางวัลจาก World Finance ติดต่อกันเป็นเวลาสามปี ในหลายสาขา อาทิ Most Trusted Broker, Best Trading Platform, Best CFD Broker, Best FX Trading Platform และ Best Trade Execution

การเปิดตัว EBC App ในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ EBC ในการยกระดับการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการซื้อขาย เพื่อช่วยให้ลูกค้ามีความยืดหยุ่น ควบคุมการลงทุนได้ดียิ่งขึ้น และบริหารจัดการบัญชีด้วยความมั่นใจ

สามารถดาวน์โหลด EBC App ได้ที่: https://www.ebc.com/mobile

คำเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยง
เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น และมิได้ถือเป็นคำแนะนำหรือข้อเสนอแนะจาก EBC Financial Group และทุกหน่วยงานในเครือ (“EBC”) การซื้อขายฟอเร็กซ์และสัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFD) บนมาร์จิ้นมีความเสี่ยงสูงและอาจไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกคน การขาดทุนอาจสูงกว่ายอดเงินฝากของคุณ ก่อนทำการซื้อขาย คุณควรพิจารณาอย่างรอบคอบถึงวัตถุประสงค์ในการซื้อขาย ระดับประสบการณ์ และความพร้อมในการรับความเสี่ยง และหากจำเป็น ควรปรึกษาที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ

เกี่ยวกับ EBC Financial Group 

EBC Financial Group (EBC) ได้รับการก่อตั้งขึ้นในลอนดอน โดยเป็นแบรนด์ระดับโลกที่มีชื่อเสียงด้านความเชี่ยวชาญในการเป็นโบรกเกอร์ทางการเงินและการบริหารสินทรัพย์ EBC ช่วยให้ผู้ลงทุนทั้งรายย่อย มืออาชีพ และสถาบันสามารถเข้าถึงตลาดทั่วโลกและโอกาสการซื้อขาย รวมถึงสกุลเงิน, สินค้าโภคภัณฑ์, CFD และอีกมากมาย โดยดำเนินการผ่านหน่วยงานที่ได้รับการกำกับดูแลซึ่งดำเนินงานในเขตอำนาจศาลทางการเงินที่สำคัญ ได้แก่ สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย หมู่เกาะเคย์แมน มอริเชียส และอื่น ๆ

EBC ได้รับความไว้วางใจจากนักลงทุนในกว่า 100 ประเทศ และได้รับรางวัลเกียรติคุณจากทั่วโลก รวมถึงการยอมรับจาก World Finance มานานหลายปี นอกจากนี้ EBC ยังได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในโบรกเกอร์ที่ดีที่สุดของโลก โดยคว้ารางวัลต่าง ๆ เช่น Best Trading Platform และ Most Trusted Broker เนื่องจากมีจุดยืนด้านกฎระเบียบที่เข้มงวดและความมุ่งมั่นในการสร้างความโปร่งใส EBC จึงได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสุดยอดโบรกเกอร์อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับความไว้วางใจจากตลาดนานาชาติที่มีการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นความไว้วางใจในด้านความสามารถในการส่งมอบโซลูชันการซื้อขายที่ปลอดภัย เป็นนวัตกรรม และให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นอันดับแรก

บริษัทต่าง ๆ ในเครือของ EBC ได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลในเขตอำนาจศาลที่แต่ละบริษัทในเครืออยู่ EBC Financial Group (UK) Limited อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Financial Conduct Authority (FCA) ของสหราชอาณาจักร, EBC Financial Group (Cayman) Limited อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Cayman Islands Monetary Authority (CIMA), EBC Financial Group (Australia) Pty Ltd และ EBC Asset Management Pty Ltd อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Australia’s Securities and Investments Commission (ASIC), EBC Financial (MU) Ltd ได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Financial Services Commission Mauritius (FSC)

หัวใจสำคัญของ EBC คือทีมผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมการเงินมากกว่า 40 ปี พวกเขาได้ผ่านวัฏจักรเศรษฐกิจสำคัญ ตั้งแต่ Plaza Accord และวิกฤตฟรังก์สวิสในปี 2015 ไปจนถึงความปั่นป่วนของตลาดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เราส่งเสริมวัฒนธรรมความซื่อสัตย์ ความเคารพ และความปลอดภัยของสินทรัพย์ของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง เพื่อให้มั่นใจว่าความสัมพันธ์ของนักลงทุนทุกคนจะได้รับการปฏิบัติด้วยความจริงจังสูงสุดตามที่สมควรได้รับ

EBC ภาคภูมิใจที่ได้เป็นพันธมิตรด้านการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอย่างเป็นทางการของ FC Barcelona และยังคงผลักดันความร่วมมือที่สร้างผลกระทบเพื่อเสริมสร้างพลังให้กับชุมชน โดยผ่านโครงการริเริ่ม United to Beat Malaria ของ UN Foundation ภาควิชาเศรษฐศาสตร์ของ Oxford University และพันธมิตรที่หลากหลาย เพื่อสนับสนุนโครงการริเริ่มในด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ การศึกษา และความยั่งยืนระดับโลก

https://www.ebc.com/

ติดต่อด้านสื่อ:
Aldric Tinker Toyad
หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ระดับโลก
[email protected]

Faiz Alavi Sulaiman
ผู้บริหารฝ่ายประชาสัมพันธ์อาวุโส
[email protected]

GlobeNewswire Distribution ID 9758922

EBC App เปิดให้ใช้งานแล้ว: แอปบริหารจัดการบัญชีบนมือถือระดับมืออาชีพ ที่ออกแบบมาสำหรับนักเทรดทุกระดับ

EBC Financial Group เปิดตัว EBC App แพลตฟอร์มบริหารจัดการบัญชีบนมือถือที่ออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้งานผ่านอุปกรณ์พกพาเป็นหลัก ช่วยให้นักเทรดสามารถจัดการหลายบัญชี โอนเงิน ใช้งานระบบ Copy Trading ติดตามข่าวสารตลาด และรับบริการช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันในหลายภาษาได้อย่างสะดวกในแอปเดียว

ลอนดอน, July 08, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — EBC Financial Group (“EBC”) ประกาศเปิดตัว EBC App อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันสำหรับบริหารจัดการบัญชีบนมือถือ พัฒนาโดย EBC Financial Group (SVG) LLC เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการบัญชี เงินทุน กิจกรรมการซื้อขาย และบริการช่วยเหลือ ได้อย่างง่ายดาย ปลอดภัย และครบวงจรผ่านอินเทอร์เฟซเดียว

EBC App ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์สภาพแวดล้อมการซื้อขายในปัจจุบันที่ผู้ใช้งานหันมาใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่มากขึ้น โดยรวบรวมฟังก์ชันสำคัญที่นักเทรดมักต้องใช้งานผ่านหลายแพลตฟอร์มมาไว้ในแอปเดียว ไม่ว่าจะเป็นการสลับบัญชี ติดตามยอดเงิน ค้นหาโอกาสการคัดลอกการซื้อขาย หรือรับบริการช่วยเหลือหลายภาษา ทั้งหมดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การซื้อขายที่เชื่อมต่อกัน มีประสิทธิภาพ และเข้าถึงได้ง่ายสำหรับลูกค้าทุกระดับ

การเปิดตัวนี้สะท้อนถึงการลงทุนอย่างต่อเนื่องของ EBC ในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ยึดนักเทรดเป็นศูนย์กลาง พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการให้บริการที่โปร่งใส เชื่อถือได้ และตอบโจทย์ผู้ใช้งานในตลาดการเงินทั่วโลก

ประสบการณ์การใช้งานบนมือถือแบบครบวงจรสำหรับนักเทรดยุคใหม่

เมื่อการซื้อขายในปัจจุบันดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เชื่อมโยงตลาดทั่วโลก และต้องอาศัยข้อมูลแบบเรียลไทม์มากขึ้น นักเทรดจึงต้องการเครื่องมือที่ช่วยให้บริหารจัดการบัญชีได้อย่างชัดเจนและควบคุมได้ดียิ่งขึ้น

EBC App จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว ด้วยการรวบรวมฟังก์ชันสำคัญในการบริหารจัดการบัญชีไว้บนแพลตฟอร์มมือถือเพียงแห่งเดียว แทนที่จะต้องสลับใช้งานหลายเครื่องมือเพื่อตรวจสอบบัญชี จัดการเงินทุน ติดตามสัญญาณการซื้อขาย หรือติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงทุกบริการได้ผ่านแอปเดียวอย่างครบวงจร

แอปนี้เหมาะสำหรับทั้งลูกค้าเดิมของ EBC นักเทรดที่กำลังมองหาแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่ายกว่าเดิม รวมถึงผู้เริ่มต้นที่ต้องการจุดเริ่มต้นที่สะดวกในการบริหารจัดการบัญชีซื้อขายระดับมืออาชีพ

“EBC App ได้รับการออกแบบจากพฤติกรรมการใช้งานจริงของนักเทรดในปัจจุบัน ซึ่งต้องการเข้าถึงบัญชีอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และสามารถใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา การรวมการเข้าถึงบัญชี การจัดการเงินทุน การคัดลอกการซื้อขาย และบริการช่วยเหลือไว้ในที่เดียว ช่วยให้ลูกค้าควบคุมการซื้อขายของตนเองได้สะดวกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด” Andria Phiniefs ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของ EBC Financial Group กล่าว

ฟังก์ชันบริหารจัดการบัญชีหลัก ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานบนมือถือ

EBC App ได้รับการออกแบบโดยเน้นกิจกรรมที่นักเทรดใช้งานบ่อยที่สุด เพื่อให้การบริหารจัดการบัญชีเป็นไปอย่างรวดเร็ว ใช้งานง่าย และไม่ซับซ้อน

ฟีเจอร์หลักประกอบด้วย:

  • การจัดการหลายบัญชี: ผู้ใช้งานสามารถสลับระหว่างหลายบัญชีได้อย่างสะดวก โดยข้อมูลยอดเงิน สถานะการถือครอง และกิจกรรมการซื้อขายจะซิงโครไนซ์แบบเรียลไทม์ ช่วยให้เห็นภาพรวมของทุกบัญชีได้อย่างชัดเจน
  • การฝากและถอนเงิน: แอปรองรับการโอนเงินที่รวดเร็วและปลอดภัย ลูกค้าสามารถดำเนินการฝากและถอนเงินได้โดยตรงผ่านอุปกรณ์มือถือ
  • ชุมชนการคัดลอกการซื้อขาย: นักเทรดสามารถค้นหาสัญญาณการซื้อขายและคัดลอกกลยุทธ์จากนักลงทุนที่มีประสบการณ์ ช่วยให้ผู้เริ่มต้นเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ ขณะที่นักเทรดระดับสูงก็สามารถค้นพบกลยุทธ์ใหม่ๆ ได้อย่างยืดหยุ่น
  • บริการลูกค้าหลายภาษาตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน: ผู้ใช้งานสามารถรับความช่วยเหลือได้ตลอดเวลา พร้อมรับการแจ้งเตือนข่าวสารตลาดและโปรโมชันต่าง ๆ เพื่อให้ติดตามความเคลื่อนไหวได้ทุกที่ทุกเวลา

ออกแบบมาเพื่อรองรับนักเทรดในทุกช่วงของเส้นทางการลงทุน

สำหรับลูกค้าเดิมของ EBC แอปนี้ถือเป็นส่วนต่อขยายจากประสบการณ์ใช้งานบนเดสก์ท็อป โดยนำความสามารถในการบริหารจัดการบัญชีและเงินทุนมาสู่มือถือโดยไม่กระทบต่อรูปแบบการทำงานเดิม

สำหรับนักเทรดที่กำลังพิจารณาเปลี่ยนแพลตฟอร์ม EBC App มอบวิธีการบริหารจัดการบัญชีที่สะดวกและเป็นระบบมากขึ้น พร้อมรองรับด้วยโครงสร้างพื้นฐานด้านการส่งคำสั่งซื้อขายของ EBC EBC ช่วยให้ลูกค้าได้รับราคาที่ดีกว่าราคาที่ร้องขอในคำสั่งซื้อขายมากกว่า 87.6% ของคำสั่งทั้งหมด โดยผ่าน Smart Order Routing Engine ของบริษัท นอกจากนี้ ระบบยังสามารถประมวลผลคำสั่งได้ 1,000 รายการขึ้นไปต่อวินาที มีความเร็วเฉลี่ยในการดำเนินคำสั่งต่ำกว่า 20 มิลลิวินาที มีเสถียรภาพในการรับส่งข้อมูลสูงถึง 98.75% ให้ค่าสเปรดแบบ Raw ECN เริ่มต้นที่ 0.0 pip มีสภาพคล่องจากธนาคารเพื่อการลงทุนและกองทุนเฮดจ์ฟันด์ชั้นนำกว่า 25 แห่ง พร้อมบริการ VIP ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน

สำหรับนักเทรดมือใหม่ แอปนี้ช่วยลดอุปสรรคในการเริ่มต้น ด้วยการผสานความง่ายในการใช้งาน เครื่องมือที่เป็นประโยชน์ บริการช่วยเหลือ ฟีเจอร์ Copy Trading และการเข้าถึงระบบนิเวศการซื้อขายของ EBC ไว้ในที่เดียว

เสริมความแข็งแกร่งให้ระบบนิเวศดิจิทัลที่ยึดนักเทรดเป็นศูนย์กลาง

EBC Financial Group เป็นโบรกเกอร์สินทรัพย์หลายประเภทที่ได้รับการกำกับดูแลในหลายประเทศ และให้บริการแก่นักลงทุนทั่วโลก การเปิดตัว EBC App ช่วยยกระดับระบบนิเวศดิจิทัลของบริษัท ด้วยการนำความสามารถในการบริหารจัดการบัญชีระดับมืออาชีพมาไว้บนมือถือ

แอปนี้ทำงานร่วมกับบริการอื่นๆ ของ EBC ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงตลาดสินทรัพย์หลากหลายประเภท แพลตฟอร์มซื้อขาย เครื่องมือวิเคราะห์ บริการลูกค้า และสื่อการเรียนรู้ด้านการลงทุน EBC ยังได้รับรางวัลจาก World Finance ติดต่อกันเป็นเวลาสามปี ในหลายสาขา อาทิ Most Trusted Broker, Best Trading Platform, Best CFD Broker, Best FX Trading Platform และ Best Trade Execution

การเปิดตัว EBC App ในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ EBC ในการยกระดับการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการซื้อขาย เพื่อช่วยให้ลูกค้ามีความยืดหยุ่น ควบคุมการลงทุนได้ดียิ่งขึ้น และบริหารจัดการบัญชีด้วยความมั่นใจ

สามารถดาวน์โหลด EBC App ได้ที่: https://www.ebc.com/mobile

คำเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยง
เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น และมิได้ถือเป็นคำแนะนำหรือข้อเสนอแนะจาก EBC Financial Group และทุกหน่วยงานในเครือ (“EBC”) การซื้อขายฟอเร็กซ์และสัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFD) บนมาร์จิ้นมีความเสี่ยงสูงและอาจไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกคน การขาดทุนอาจสูงกว่ายอดเงินฝากของคุณ ก่อนทำการซื้อขาย คุณควรพิจารณาอย่างรอบคอบถึงวัตถุประสงค์ในการซื้อขาย ระดับประสบการณ์ และความพร้อมในการรับความเสี่ยง และหากจำเป็น ควรปรึกษาที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ

เกี่ยวกับ EBC Financial Group 

EBC Financial Group (EBC) ได้รับการก่อตั้งขึ้นในลอนดอน โดยเป็นแบรนด์ระดับโลกที่มีชื่อเสียงด้านความเชี่ยวชาญในการเป็นโบรกเกอร์ทางการเงินและการบริหารสินทรัพย์ EBC ช่วยให้ผู้ลงทุนทั้งรายย่อย มืออาชีพ และสถาบันสามารถเข้าถึงตลาดทั่วโลกและโอกาสการซื้อขาย รวมถึงสกุลเงิน, สินค้าโภคภัณฑ์, CFD และอีกมากมาย โดยดำเนินการผ่านหน่วยงานที่ได้รับการกำกับดูแลซึ่งดำเนินงานในเขตอำนาจศาลทางการเงินที่สำคัญ ได้แก่ สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย หมู่เกาะเคย์แมน มอริเชียส และอื่น ๆ

EBC ได้รับความไว้วางใจจากนักลงทุนในกว่า 100 ประเทศ และได้รับรางวัลเกียรติคุณจากทั่วโลก รวมถึงการยอมรับจาก World Finance มานานหลายปี นอกจากนี้ EBC ยังได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในโบรกเกอร์ที่ดีที่สุดของโลก โดยคว้ารางวัลต่าง ๆ เช่น Best Trading Platform และ Most Trusted Broker เนื่องจากมีจุดยืนด้านกฎระเบียบที่เข้มงวดและความมุ่งมั่นในการสร้างความโปร่งใส EBC จึงได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสุดยอดโบรกเกอร์อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับความไว้วางใจจากตลาดนานาชาติที่มีการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นความไว้วางใจในด้านความสามารถในการส่งมอบโซลูชันการซื้อขายที่ปลอดภัย เป็นนวัตกรรม และให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นอันดับแรก

บริษัทต่าง ๆ ในเครือของ EBC ได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลในเขตอำนาจศาลที่แต่ละบริษัทในเครืออยู่ EBC Financial Group (UK) Limited อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Financial Conduct Authority (FCA) ของสหราชอาณาจักร, EBC Financial Group (Cayman) Limited อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Cayman Islands Monetary Authority (CIMA), EBC Financial Group (Australia) Pty Ltd และ EBC Asset Management Pty Ltd อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Australia’s Securities and Investments Commission (ASIC), EBC Financial (MU) Ltd ได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Financial Services Commission Mauritius (FSC)

หัวใจสำคัญของ EBC คือทีมผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมการเงินมากกว่า 40 ปี พวกเขาได้ผ่านวัฏจักรเศรษฐกิจสำคัญ ตั้งแต่ Plaza Accord และวิกฤตฟรังก์สวิสในปี 2015 ไปจนถึงความปั่นป่วนของตลาดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เราส่งเสริมวัฒนธรรมความซื่อสัตย์ ความเคารพ และความปลอดภัยของสินทรัพย์ของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง เพื่อให้มั่นใจว่าความสัมพันธ์ของนักลงทุนทุกคนจะได้รับการปฏิบัติด้วยความจริงจังสูงสุดตามที่สมควรได้รับ

EBC ภาคภูมิใจที่ได้เป็นพันธมิตรด้านการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอย่างเป็นทางการของ FC Barcelona และยังคงผลักดันความร่วมมือที่สร้างผลกระทบเพื่อเสริมสร้างพลังให้กับชุมชน โดยผ่านโครงการริเริ่ม United to Beat Malaria ของ UN Foundation ภาควิชาเศรษฐศาสตร์ของ Oxford University และพันธมิตรที่หลากหลาย เพื่อสนับสนุนโครงการริเริ่มในด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ การศึกษา และความยั่งยืนระดับโลก

https://www.ebc.com/

ติดต่อด้านสื่อ:
Aldric Tinker Toyad
หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ระดับโลก
[email protected]

Faiz Alavi Sulaiman
ผู้บริหารฝ่ายประชาสัมพันธ์อาวุโส
[email protected]

GlobeNewswire Distribution ID 9758922

Vivani Medical เข้าทำข้อตกลงกับ Novo Nordisk เพื่อประเมิน NPM-139 ซึ่งเป็นอุปกรณ์ส่งยาเซมากลูไทด์ชนิดฝังขนาดเล็กที่ออกฤทธิ์ยาวนานเป็นพิเศษสำหรับการจัดการภาวะน้ำหนักตัวเกินเรื้อรัง

Novo Nordisk จะดำเนินการประเมินเป็นการภายในโดยไม่มีข้อผูกมัดต่ออุปกรณ์ส่งยาเซมากลูไทด์ชนิดฝังที่จัดเตรียมโดย Vivani

เมืองอลาเมดา รัฐแคลิฟอร์เนีย, July 08, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — Vivani Medical, Inc. (Nasdaq: VANI) (“Vivani” หรือ “บริษัท”) ซึ่งเป็นบริษัทนวัตกรรมชีวเภสัชภัณฑ์ที่พัฒนาอุปกรณ์ส่งยาชนิดฝังแบบใหม่ที่ออกฤทธิ์ยาวนานเป็นพิเศษ ประกาศในวันนี้ว่าได้ลงนามในข้อตกลงฉบับใหม่กับ Novo Nordisk เพื่อให้ Novo Nordisk ทำการประเมิน NPM-139 ซึ่งเป็นอุปกรณ์ส่งยาเซมากลูไทด์ชนิดฝังของบริษัท NPM-139 ซึ่งใช้เทคโนโลยีแพลตฟอร์ม NanoPortal™ ของ Vivani กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาสำหรับการจัดการภาวะน้ำหนักตัวเกินเรื้อรัง โดยไม่มีข้อกำหนดว่าด้วยการผูกขาดสิทธิ์สำหรับ NPM-139 หรือเทคโนโลยี NanoPortal ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ Vivani ที่เกี่ยวข้องกับข้อตกลงนี้แต่อย่างใด

ดร. Adam Mendelsohn ประธานและซีอีโอของ Vivani กล่าวว่า: “ข้อตกลงฉบับใหม่ที่ประกาศในวันนี้เป็นการสนับสนุนโปรแกรมอุปกรณ์ส่งยาเซมากลูไทด์ชนิดฝังของเราสำหรับการจัดการภาวะน้ำหนักตัวเกินเรื้อรัง และได้แสดงให้เห็นว่า Novo Nordisk สนใจการประเมินเทคโนโลยีของเราและการประยุกต์ใช้ยาเซมากลูไทด์ตัวหลักนี้ ข้อตกลงฉบับนี้ช่วยตอกย้ำความเชื่อมั่นของเราเกี่ยวกับโอกาสทางการตลาดสำหรับอุปกรณ์ส่งยา GLP-1 ชนิดฝังของเราที่อยู่ระหว่างการพัฒนา เราเชื่อว่าอุปกรณ์ส่งยาชนิดฝัง NanoPortal ของเราที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ซึ่งรวมถึง NPM-139 สามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้ป่วยที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งต้องการทางเลือกในการรักษาที่สะดวกสบายเพียงปีละหนึ่งหรือสองครั้ง และสามารถหยุดรับการรักษาได้อย่างสบายใจเมื่อใดก็ตามที่จำเป็น”

นอกจากนี้ Vivani คาดว่าจะเริ่มการศึกษาวิจัยทางคลินิกระยะที่ 1 แบบสุ่ม ในมนุษย์เป็นครั้งแรก เพื่อประเมินอุปกรณ์ส่งยาเซมากลูไทด์ชนิดฝัง NPM-139 โดยเปรียบเทียบกับยาฉีด Wegovy® ที่มีอยู่แล้ว ในช่วงกลางปี 2026 วัตถุประสงค์ของการศึกษาวิจัยนี้คือเพื่อระบุลักษณะความปลอดภัย เภสัชจลนศาสตร์ และความทนต่อยาของ NPM-139 เพื่อสนับสนุนการเริ่มการศึกษาวิจัยระยะที่ 2 ที่จะทดสอบกับระดับขนาดยาที่แตกต่างกันเพื่อหาขนาดยาที่เหมาะสมที่สุดโดยขึ้นอยู่กับผลสำเร็จของการศึกษาวิจัยระยะที่ 1

เกี่ยวกับ Vivani Medical, Inc.

Vivani ใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์ม NanoPortal™ ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตนในการพัฒนาอุปกรณ์ส่งชีวเภสัชภัณฑ์ชนิดฝังที่ออกแบบมาเพื่อนำส่งโมเลกุลของยาอย่างสม่ำเสมอเป็นระยะเวลายาวนาน โดยมีเป้าหมายเพื่อรับประกันความร่วมมือในการใช้ยาของผู้ป่วยและช่วยให้ผู้ป่วยทนต่อยาได้ดียิ่งขึ้น Vivani กำลังพัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์ของอุปกรณ์ส่งยาชนิดฝังที่มีพื้นฐานมาจาก GLP-1 สำหรับโรคระบบเผาผลาญ รวมถึงโรคอ้วนและโรคเบาหวานประเภท 2 อุปกรณ์ส่งยาชนิดฝัง NanoPortal เหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ผู้ป่วยมีโอกาสได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากยารักษาโรค โดยหลีกเลี่ยงปัญหามากมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาชนิดรับประทานและชนิดฉีดแบบรายวันหรือรายสัปดาห์ รวมถึงปัญหาด้านความทนต่อยาและการสูญเสียประสิทธิผลของยา ความไม่ร่วมมือในการใช้ยาเกิดขึ้นเมื่อผู้ป่วยไม่รับประทานยาหรือใช้ยาตามที่แพทย์สั่ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยในจำนวนที่น่ากังวลใจ คิดเป็นประมาณ 50% รวมถึงผู้ที่รับประทานยาทุกวันด้วย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่: www.vivani.com

ข้อความคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต

เอกสารข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มี “ข้อความคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต” บางประการตามความหมายของบทบัญญัติ “ข้อยกเว้นความรับผิด” ของพระราชบัญญัติปฏิรูปการฟ้องร้องหลักทรัพย์ส่วนบุคคลของสหรัฐอเมริกาปี 1995 ข้อความคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคตสามารถระบุได้ด้วยคำต่าง ๆ เช่น: “เป้าหมาย” “เชื่อ” “คาดว่า” “จะ” “อาจ” “คาดการณ์” “ประมาณการ” “น่าจะ” “มองว่า” “อนาคต” และการแสดงออกอื่นที่คล้ายคลึงกันที่ใช้ในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ รวมถึงข้อความเกี่ยวกับธุรกิจของ Vivani ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา รวมถึงศักยภาพในการรักษา แผนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ดังกล่าว และเทคโนโลยี กลยุทธ์ สถานะเงินสด และระยะเวลาที่บริษัทจะดำเนินการได้ด้วยเงินที่มีอยู่ ข้อความคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคตไม่ใช่ข้อเท็จจริงในอดีตและไม่ใช่การรับประกันผลการดำเนินงานในอนาคต แต่เป็นข้อความที่มาจากความเชื่อ ความคาดหวัง และข้อสันนิษฐานในปัจจุบันของ Vivani เท่านั้น เนื่องจากข้อความคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคตเกี่ยวข้องกับอนาคต โดยปกติแล้วข้อความเหล่านี้จึงมีความไม่แน่นอน ความเสี่ยง และการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ซึ่งยากต่อการคาดการณ์ และบ่อยครั้งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของ Vivani ข้อความเหล่านี้เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่อาจส่งผลให้ผลลัพธ์จริงแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากสิ่งที่อยู่ในข้อความดังกล่าว ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงความเสี่ยงจากต้นทุนหรือความล่าช้าที่คาดไม่ถึง รวมถึงความเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์และผลิตภัณฑ์ที่อาจวางจำหน่ายในอนาคตที่อาจส่งผลกระทบหรือเปลี่ยนแปลงแผนธุรกิจ กลยุทธ์ และวัตถุประสงค์ที่คาดการณ์ไว้ ผลลัพธ์จริงและผลที่เกิดขึ้นอาจแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากที่ระบุไว้ในข้อความคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต คุณจึงไม่ควรพึ่งพาข้อความคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคตเหล่านี้ ข้อความข้างต้นได้ระบุถึงปัจจัยหลายประการ แต่นั่นไม่ใช่ปัจจัยทั้งหมดที่อาจส่งผลให้ผลลัพธ์ที่แท้จริงแตกต่างไปจากความคาดหวังของเราในข้อความคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคตใด ๆ อาจมีความเสี่ยงเพิ่มเติมที่บริษัทพิจารณาว่าไม่มีนัยสำคัญ หรือเป็นความเสี่ยงที่ไม่ทราบมาก่อน รายการและรายละเอียดเพิ่มเติมของความเสี่ยงและความไม่แน่นอนได้รับการอธิบายไว้อย่างครบถ้วนยิ่งขึ้นในรายงานที่ยื่นตามรอบระยะเวลาต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา (SEC) รวมถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่อธิบายไว้ในรายงานประจำไตรมาสล่าสุดของ Vivani ในแบบฟอร์ม 10-Q ซึ่งยื่นต่อ SEC เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2026 ตามที่ได้รับการปรับปรุงโดยรายงานที่ยื่นต่อ SEC ในอนาคต ข้อความคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคตใด ๆ ที่กล่าวโดย Vivani ในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้อิงตามข้อมูลที่มีอยู่ ณ ปัจจุบันของบริษัทเท่านั้น และมีผล ณ วันที่กล่าวข้อความนั้นเท่านั้น บริษัทไม่มีภาระผูกพันในการปรับปรุงข้อความคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคตใด ๆ ต่อสาธารณะให้เป็นปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นลายลักษณ์อักษรหรือโดยวาจา ที่อาจจัดทำขึ้นเป็นครั้งคราว ไม่ว่าจะเป็นผลมาจากข้อมูลเพิ่มเติม การพัฒนาในอนาคต หรือกรณีอื่นใด เว้นแต่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

ข้อมูลติดต่อบริษัท:
Donald Dwyer
ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจ
[email protected] (415) 506-8462

ข้อมูลติดต่อฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์และสื่อมวลชน:
Jami Taylor
ที่ปรึกษาฝ่ายนักลงทุนและสื่อมวลชนสัมพันธ์
[email protected] (415) 506-8462

รูปภาพประกอบของการแถลงนี้สามารถรับชมได้ที่ https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/f2d15b13-32f3-42ba-afed-e1cea67006b1

GlobeNewswire Distribution ID 9758812

CGTN: เหตุใดทั่วโลกจึงตั้งคำถามว่า: อะไรคือสิ่งที่ทำให้พรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) ประสบความสำเร็จ

ปักกิ่ง, July 06, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — เนื่องในโอกาสครบรอบ 105 ปีแห่งการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) สำนักข่าว CGTN ได้เผยแพร่บทความที่ร่วมสำรวจและวิเคราะห์ถึงเหตุผลที่พรรค CPC ยังคงได้รับความสนใจและเป็นที่จับตามองจากนานาชาติเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง บทความดังกล่าวได้เจาะลึกถึงแนวทางการพัฒนาประเทศ รูปแบบการบริหารจัดการปกครอง และวิสัยทัศน์ในระดับสากลของจีน ว่าสิ่งเหล่านี้กำลังเข้ามาปรับเปลี่ยนมุมมองที่โลกมีต่อพรรค CPC อย่างไร พร้อมทั้งนำเสนอทัศนะใหม่ ๆ ในเรื่องของการก้าวสู่ความทันสมัยและธรรมาภิบาลโลก

เมื่อประชาคมโลกมองมาที่พรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) พวกเขาเห็นอะไร ผลการสำรวจความคิดเห็นทั่วโลกครั้งล่าสุดของ CGTN เกี่ยวกับการประเมินบทบาทของพรรค CPC ได้ให้คำตอบที่น่าสนใจและน่าจับตามองอย่างยิ่ง ผู้ตอบแบบสอบถามได้จัดอันดับให้ “การมีผู้นำที่เข้มแข็ง” (Strong leadership) เป็นสิ่งที่สร้างความประทับใจที่เด่นชัดที่สุดต่อพรรคคอมมิวนิสต์จีน ตามมาด้วยการเป็น “พลังบวกในการรักษาเสถียรภาพโลก” และ “ตัวแทนผลประโยชน์ของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา”

ข้อค้นพบเหล่านี้บ่งชี้ว่า ความสนใจของประชาคมโลกที่มีต่อพรรค CPC ได้ขยายขอบเขตไปไกลกว่าเรื่อง ปาฏิหาริย์ทางเศรษฐกิจของจีนอย่างมาก แต่ได้ลงลึกไปถึงรูปแบบการบริหารปกครองประเทศ ตลอดจนปรัชญาความเชื่อในการรับมือกับความท้าทายร่วมกันของโลก ประเด็นหลักเหล่านี้ยังถือเป็นหัวใจสำคัญในสุนทรพจน์ของนาย Xi Jinping เลขาธิการคณะกรรมการกลางพรรค CPC เนื่องในโอกาสวันครบรอบ 105 ปีของการก่อตั้งพรรคเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา สุนทรพจน์ของนาย Xi Jinping ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจีนและประธานคณะกรรมาธิการทหารส่วนกลางด้วยนั้น ได้สร้างเสียงสะท้อนในเชิงบวกอย่างลึกซึ้งในหมู่นักสังเกตการณ์ระหว่างประเทศ

“การก้าวสู่ความทันสมัยแบบจีน ได้ทำลายมายาคติที่ว่า การมีความทันสมัยเท่ากับการเป็นแบบตะวันตกลงโดยสิ้นเชิง” นั่นคือมุมมองของนาย Geeganage Weerasinghe เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งศรีลังกา ที่มีต่อการตีความสุนทรพจน์ล่าสุดของนาย Xi Jinping

ข้อสังเกตของเขาสอดคล้องกับสาระสำคัญหลักที่ประธานาธิบดี Xi Jinping ได้ส่งผ่านสุนทรพจน์ นั่นคือ พรรค CPC ได้นำพาประชาชนชาวจีนในการสร้าง “อารยธรรมมนุษย์ในรูปแบบใหม่” (A new form of human civilization) และช่วยขยายเส้นทางสู่ความทันสมัยให้แก่กลุ่มประเทศกำลังพัฒนา เป็นเวลาหลายทศวรรษที่ภาพของการก้าวสู่ความทันสมัยมักถูกมองผ่านเลนส์หรือกรอบความคิดแบบตะวันตกเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ของประเทศจีนได้นำเสนอมุมมองที่แตกต่างออกไป

ศาสตราจารย์ Zheng Changzhong จากมหาวิทยาลัยฟูดัน ให้ข้อสังเกตว่า พัฒนาการของจีนเป็นสิ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า การก้าวสู่ความทันสมัยไม่ใช่กระบวนการแบบสำเร็จรูปที่สามารถนำไปใช้ได้กับทุกประเทศโดยไม่มีการปรับเปลี่ยน ด้วยการยึดมั่นในแนวทางการบริหารปกครองที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง การวางแผนระยะยาวและความต่อเนื่องของนโยบาย พรรค CPC ได้นำพาประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลกให้ขับเคลื่อนไปข้างหน้า ควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพทางสังคมในระยะยาวได้อย่างมั่นคง

ปรัชญาการบริหารปกครองของพรรค CPC นี้ ได้รับความสนใจอย่างมากจากนักสังเกตการณ์ในต่างประเทศ ภายหลังจากการเดินทางเยือนประเทศจีนเมื่อไม่นานมานี้ นาย Massimiliano Ay เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งสวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่าสิ่งที่เป็นความประทับใจที่เด่นชัดที่สุดของเขาคือการที่พรรค CPC นั้น “มีความรากฐานที่หยั่งรากลึกอยู่ท่ามกลางหมู่ประชาชน” ในขณะที่ นาย Richard Abitbol ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการชาวฝรั่งเศส ได้เน้นย้ำว่า ความต่อเนื่องของนโยบายของจีนที่สามารถคาดการณ์ทิศทางล่วงหน้าได้นั้น ช่วยสร้างความเชื่อมั่นอย่างสูงให้แก่ภาคธุรกิจต่าง ๆ ในการตัดสินใจลงทุนระยะยาวเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ

การยอมรับที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ นี้ ยังสะท้อนให้เห็นได้อย่างชัดเจนผ่านข้อมูลผลการสำรวจความคิดเห็นอีกด้วย จากผลสำรวจความคิดเห็นของสำนักข่าว CGTN พบว่า ร้อยละ 63.9 ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า ความสำเร็จในการก้าวสู่ความทันสมัยของจีนเป็นผลมาจากกระบวนการตัดสินใจเชิงวิทยาศาสตร์ของพรรค CPC ในขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถามจากกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา (Global South) ถึงร้อยละ 63.7 เชื่อว่า พรรค CPC ได้นำเสนอทางเลือกที่สามารถเป็นไปได้จริง นอกเหนือไปจากเส้นทางการพัฒนาในรูปแบบของตะวันตก

วิสัยทัศน์ระดับโลกที่ก้าวข้ามกรอบความคิดแบบแพ้-ชนะ

ภายหลังการรับฟังคำกล่าวสุนทรพจน์ของนาย Xi Jinping นาย Robert Lawrence Kuhn ประธานมูลนิธิคูน ได้แสดงทัศนะว่า คำสำคัญสองคำที่เขาได้รับจากสุนทรพจน์ในครั้งนี้คือ “เสถียรภาพ” (Stability) และ “ความเชื่อมั่น” (Confidence) เขาระบุเพิ่มเติมว่า ท่ามกลางสถานการณ์โลกในปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความผันผวนและเหตุการณ์ที่สร้างความสั่นสะเทือน ทิศทางนโยบายต่างประเทศของจีนกลับยังคงรักษาความสอดคล้องและต่อเนื่องอย่างเห็นได้ชัด

ความสอดคล้องต่อเนื่องนี้มีรากฐานมาจากวิสัยทัศน์ระดับโลกของพรรค CPC ซึ่งยังคงยึดมั่นในพันธกิจเพื่อแสวงหาความก้าวหน้าให้แก่มนุษยชาติ และการสร้างความสมานฉันท์อันยิ่งใหญ่ให้แก่โลกมาโดยตลอด ด้วยการนำทางจากวิสัยทัศน์นี้ พรรค CPC ได้ปฏิเสธแนวคิดแบบแพ้-ชนะ และมุ่งมั่นนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาในแบบของจีนเพื่อสันติภาพ การพัฒนา และการบริหารจัดการปกครองโลกมาโดยตลอด

ในสุนทรพจน์ครั้งนี้ นาย Xi Jinping ได้กล่าวย้ำอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นของประเทศจีนในการอัดฉีดพลังบวกเข้าสู่สันติภาพและการพัฒนาของโลก เขาได้เรียกร้องให้สมาชิกพรรคทุกคนร่วมกันยึดมั่นในคุณค่าร่วมกันของมนุษยชาติ พร้อมทั้งขับเคลื่อนโครงการข้อริเริ่มเพื่อการพัฒนาระดับโลก (GDI), ข้อริเริ่มด้านความมั่นคงระดับโลก, ข้อริเริ่มด้านอารยธรรมระดับโลก และข้อริเริ่มด้านการบริหารจัดการปกครองโลก เพื่อส่งเสริมการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของมนุษยชาติอย่างต่อเนื่อง

นาย Kawa Mahmoud ประธานศูนย์วิจัยข้อริเริ่มด้านอารยธรรมระดับโลก ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในประเทศอิรัก ได้หยิบยกถ้อยแถลงของนาย Xi Jinping ที่ระบุว่า จีนคือ “ผู้สร้างสันติภาพโลก ผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนาระดับโลก และผู้ปกป้องระเบียบระหว่างประเทศ” โดยเขากล่าวว่า ความมุ่งมั่นของจีนต่อลัทธิพหุภาคีนิยม (Multilateralism) นั้น ถือเป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันที่ลัทธิเอกภาคีนิยม (Unilateralism) กำลังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกัน นาย Wirun Phichaiwongphakdee ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยไทย-จีน สายแถบและเส้นทาง (Belt and Road Initiative) ได้เน้นย้ำว่า วิสัยทัศน์ของนาย Xi Jinping ในการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของมนุษยชาติ รวมถึงโครงการข้อริเริ่มระดับโลกทั้งสี่ประการนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อโลกของพรรค CPC และเป็นการมอบภูมิปัญญาของจีนเพื่อความก้าวหน้าของมวลมนุษยชาติอย่างแท้จริง

นอกเหนือจากถ้อยแถลงแล้ว วิสัยทัศน์ระดับโลกของพรรค CPC ยังได้รับการสนับสนุนด้วยการลงมือปฏิบัติจริง พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้สถาปนาความสัมพันธ์ที่สม่ำเสมอและเป็นระบบร่วมกับองค์กรทางการเมืองมากกว่า 700 แห่งในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก ยิ่งไปกว่านั้น ประเทศจีนยังได้ดำเนินนโยบายสิทธิประโยชน์ภาษีเป็นศูนย์ (Zero-tariff treatment) ให้แก่กลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วน้อยที่สุด และกลุ่มประเทศในทวีปแอฟริกาทั้งหมดที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีน พร้อมทั้งได้เริ่มขับเคลื่อนโครงการความร่วมมือไปแล้วมากกว่า 1,800 โครงการภายใต้กรอบการทำงาน GDI และยังคงดำรงสถานะเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่อันดับสองในปฏิบัติการรักษาสันติภาพขององค์การสหประชาชาติ (UN)

สำหรับผู้คนจำนวนมากนอกประเทศจีน คำถามในเวลานี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงพรรค CPC สามารถพลิกโฉมประเทศจีนได้อย่างไรอีกต่อไป แต่ขยายวงไปสู่คำถามที่สำคัญยิ่งกว่าเดิมว่า ประสบการณ์ของจีนจะสามารถนำเสนอสิ่งใดให้แก่โลกที่กำลังค้นหาเส้นทางใหม่ ๆ ในการพัฒนาและความร่วมมือได้บ้าง

https://news.cgtn.com/news/2026-07-03/Why-the-world-is-asking-What-makes-the-CPC-work–1OtVWfpQu64/p.html

CGTN Digital
[email protected]

GlobeNewswire Distribution ID 9757096

Jeppesen ForeFlight เปิดตัวกลยุทธ์และเอนจิน Agentic AI สำหรับอุตสาหกรรมการบิน

โซลูชันใหม่สำหรับทุกภาคส่วนของการบิน เปิดตัวในปี 2026
Jeppesen ForeFlight Airflow™ เปิดตัวในฐานะเอนจินอัจฉริยะด้านการบินของบริษัท

ออสติน รัฐเท็กซัส , July 02, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — Jeppesen ForeFlight ในวันนี้ได้เปิดตัวเอนจิน AI ที่มุ่งเน้นด้านการบิน ซึ่งเป็นรากฐานของกลยุทธ์ในการนำปัญญาประดิษฐ์ที่มีความรับผิดชอบไปใช้ในทุกภาคส่วนของการบิน Jeppesen ForeFlight Airflow™ ได้รับการพัฒนามาตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยได้รับการสนับสนุนจากประสบการณ์เชิงลึกในด้านนี้มานานหลายทศวรรษ ข้อมูลชั้นนำระดับอุตสาหกรรม และขีดความสามารถที่ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนลูกเรือและฝูงบิน การปฏิบัติการในวันบิน ไปจนถึงโซลูชันห้องนักบิน

Jeppesen ForeFlight Airflow™ เป็นเอนจิน Agentic AI พื้นฐาน โดยผสานข้อมูลเชิงพาณิชย์ ข้อมูลลูกค้าที่เป็นกรรมสิทธิ์ซึ่งถูกแยกเก็บอย่างปลอดภัย และความรู้ด้านการบินเชิงลึกที่ครอบคลุมทั้งความปลอดภัย ความเชี่ยวชาญด้านการรับรอง และการให้เหตุผลตามบริบทในทุกตลาดการบิน พัฒนาบนสถาปัตยกรรมแบบเปิดและออกแบบมาให้ไม่ยึดติดกับโมเดลใดโมเดลหนึ่ง Jeppesen ForeFlight Airflow™ จึงมอบความยืดหยุ่นเต็มรูปแบบให้ลูกค้าในการนำ AI ไปปรับใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการบูรณาการเอเจนต์ของตนเอง การใช้ประโยชน์จากโซลูชันของผู้ให้บริการรายอื่น หรือการใช้งานเอเจนต์ที่เป็นเนทีฟของ Jeppesen ForeFlight ลูกค้าสามารถดำเนินการตามความพร้อมของตนเอง ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า และกำหนดระดับการควบคุมการตัดสินใจสำคัญ ๆ โดยมนุษย์ได้มากหรือน้อยเท่าที่การปฏิบัติการของตนต้องการ ความยืดหยุ่นนี้ เมื่อผนวกกับขอบเขตการดำเนินงานที่ครอบคลุมของบริษัทในด้านลูกเรือ ฝูงบิน การปฏิบัติงาน และประสิทธิภาพในห้องนักบิน ทำให้ Jeppesen ForeFlight โดดเด่นเหนือแพลตฟอร์ม AI ทั่วไปและโซลูชันแบบจุดเดียว

ขณะนี้บริษัทได้เริ่มเผยโฉมผลิตภัณฑ์แรกสำหรับตลาดการบินทั่วไปแล้ว ซึ่งก็คือ ForeFlight AI Connector ซึ่งเป็นเซิร์ฟเวอร์ MCP ที่เชื่อมต่อ ForeFlight Mobile เข้ากับสภาพแวดล้อม OpenAI ChatGPT ที่ลูกค้ามีอยู่ ผู้ใช้สามารถสอบถาม AI ส่วนตัวของตนเพื่อขอแผนการบินและตัวเลือกการเติมเชื้อเพลิง หรือสร้างเครื่องมือและเวิร์กโฟลว์ที่เชื่อมต่อกับ AI โดยใช้ข้อมูลของตนใน ForeFlight Mobile บริษัทมีแผนจะขยายฟีเจอร์นี้ไปยังแอปพลิเคชัน AI ยอดนิยมอื่น ๆ เช่น Gemini ของ Google และ Claude ของ Anthropic เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้เลเยอร์ประสบการณ์ที่ต้องการได้อย่างอิสระ

ในปลายปีนี้ Jeppesen ForeFlight Airflow™ จะเปิดตัวข้อเสนอชุดแรกสำหรับการบินพาณิชย์และธุรกิจ โดยขีดความสามารถที่มุ่งเน้นด้านการทหารจะตามมาในลำดับถัดไป

“AI ทั่วไปมักมีความมั่นใจ แต่คำตอบจะผิดอยู่บ่อยครั้ง ในอุตสาหกรรมของเรา ความผิดพลาดเหล่านี้สามารถลุกลามจนกลายเป็นผลลัพธ์ที่มีค่าใช้จ่ายสูง อันตราย หรือถึงขั้นหายนะได้ ปัญญาประดิษฐ์เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับอุตสาหกรรมนี้ เราต้องการความอัจฉริยะด้านการบิน ซึ่งก็คือ ความมั่นใจว่ามีการใช้ข้อมูลที่ถูกต้อง บริบทที่ถูกต้อง และเหตุผลที่ถูกต้องในทุกครั้ง พร้อมการตรวจสอบไขว้และกลั่นกรองผ่านมาตรฐานความปลอดภัยและโปรโตคอลกำกับดูแลของอุตสาหกรรมเสมอ” Brad Surak ซีอีโอของ Jeppesen ForeFlight กล่าว “เราได้ช่วยให้อุตสาหกรรมวิวัฒนาการจากยุคกระดาษสู่ดิจิทัล และสู่มือถือ และวันนี้เรานำเสนอ AI ที่แตกต่างอย่างชัดเจนใน Jeppesen ForeFlight Airflow™ ซึ่งลูกค้าสามารถปรับใช้ได้ตามเงื่อนไขและไทม์ไลน์ของตนเอง พร้อมลดต้นทุนด้านไอทีลงอย่างมากเมื่อเทียบกับการเปลี่ยนผ่านในอุตสาหกรรมครั้งก่อน ๆ”

แตกต่างจากแนวทางอื่นในอุตสาหกรรมการบิน Jeppesen ForeFlight Airflow™ โดดเด่นและส่งมอบคุณค่าห้าด้านที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง:

  • เหตุผลในบริบท – เวิร์กโฟลว์ที่เชื่อถือได้ซึ่งเข้าใจการทำงานจริงของอุตสาหกรรมการบิน ไม่ใช่เพียงอิงจากเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นครั้งก่อน
  • เหตุผลจากข้อมูลที่ได้รับการรับรอง – ข้อมูลเชิงลึกที่มีแหล่งที่มา: ผลลัพธ์ทุกอย่างได้รับการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแลและความถูกต้องแม่นยำของข้อมูลและขีดความสามารถด้านการบินของ Jeppesen ForeFlight ซึ่งอุตสาหกรรมการบินส่วนใหญ่ไว้วางใจอยู่แล้วในด้านการดำเนินงานที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด
  • มีคำอธิบายเหตุผลที่ชัดเจน – ทุกคำแนะนำจะแสดงตรรกะเชิงสาเหตุที่อยู่เบื้องหลัง ตั้งแต่ข้อมูลอินพุตเฉพาะและข้อจำกัดด้านปฏิบัติการ ไปจนถึงทางเลือกที่ประเมินแล้วและระดับความไม่แน่นอนที่เกี่ยวข้อง เส้นทางการตัดสินใจที่ตรวจสอบได้นี้จะสร้างวงจรการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้คุณภาพของผลลัพธ์ดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป
  • ทำงานภายใน Safety Management System (SMS) ของบริษัท ซึ่งสร้างขึ้นบนกรอบความปลอดภัยที่อุตสาหกรรมการบินใช้งานอยู่แล้ว ผ่านระบบการจัดการความปลอดภัยอัจฉริยะด้านการบิน (AI-SMS) ที่อยู่ระหว่างการจดสิทธิบัตรของเรา
  • การตัดสินใจโดยยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง – AI จัดการปริมาณข้อมูล ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าต้องการระบบอัตโนมัติมากน้อยแค่ไหน โดยมั่นใจได้ว่ามนุษย์ยังคงควบคุมการตัดสินใจในกรณีที่จำเป็น

“เราใช้ประโยชน์จากประสบการณ์หลายทศวรรษในการส่งมอบข้อมูลและโซลูชันซอฟต์แวร์ไปทั่วโลก ซึ่งก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เพิ่มขึ้นแทบทุกวินาทีบนเที่ยวบิน 60 ล้านเที่ยวที่เราให้บริการในแต่ละปี” “แต่ที่สำคัญที่สุดคือ AI ของเราได้รับความไว้วางใจในการตัดสินใจทีละครั้ง” Surak กล่าวเสริม

กราฟบริบทการบินของ Jeppesen ForeFlight Airflow™ เป็นบันทึกที่น่าเชื่อถือที่สุดเกี่ยวกับวิธีการดำเนินงานด้านการบิน เมื่อ AI ของเราให้เหตุผลจากรากฐานนี้ ทุกผลลัพธ์จะสืบทอดที่มาด้านกฎระเบียบซึ่งถูกออกแบบไว้โดยเฉพาะภายใน AI SMS ของ Jeppesen ForeFlight กล่าวคือ ครอบคลุมการระบุอันตราย การวิเคราะห์แนวโน้มด้านความปลอดภัย การสร้างแบบจำลองความเสี่ยงเชิงคาดการณ์ และการผสานข้อมูลปฏิบัติการเข้ากับบันทึกด้านความปลอดภัยในรูปแบบที่เครื่องมือดั้งเดิมไม่สามารถรองรับได้

ผู้ประกอบการที่สนใจเข้าถึงการพัฒนาร่วมกันในระยะเริ่มต้น กรุณาติดต่อผู้บริหารลูกค้าของ Jeppesen ForeFlight หรือเยี่ยมชม ai.jeppesenforeflight.com

เกี่ยวกับ Jeppesen ForeFlight

Jeppesen ForeFlight มอบข้อมูล ซอฟต์แวร์ และข้อเมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมการบิน นักบิน ผู้ให้บริการ และลูกเรือต่างไว้วางใจให้เราวางแผน นำทาง ตรวจสอบ และเพิ่มประสิทธิภาพการบินมากกว่า 60 ล้านเที่ยวบินต่อปี ทั้งในเชิงพาณิชย์ การทหาร ธุรกิจ แพลตฟอร์มของเราสนับสนุนการวางแผนลูกเรือ ฝูงบิน และเที่ยวบิน การบริหารเครือข่ายและการปฏิบัติการ รวมถึงโซลูชันสำหรับห้องนักบิน ข้อมูลนำทางของเรายังคงมีมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก จากการคิดค้นแผนที่กระดาษเมื่อศตวรรษก่อน จนถึงการเป็นผู้นำในยุค AI วันนี้ เราส่งมอบความเชี่ยวชาญเชิงลึกด้านการบินพร้อมข้อมูลเชิงลึกที่เหนือชั้น ในฐานะแพลตฟอร์มหลักของอุตสาหกรรมการบิน

หากสื่อมวลชนต้องการสอบถาม กรุณาติดต่อ

Brett Griffin
[email protected]

สามารถดูรูปภาพประกอบประกาศนี้ได้ที่ https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/c1d18f4a-bf05-4987-bd0a-dc8f2f3edf4b

GlobeNewswire Distribution ID 9756253