Nikkiso Clean Energy & Industrial Gases Group ประกาศว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตในยุโรปเป็นสองเท่า

เทเมคิวลา, แคลิฟอร์เนีย, Sept. 04, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — Nikkiso Clean Energy & Industrial Gases (กลุ่มบริษัท) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจอุตสาหกรรมในเครือ Nikkiso Co. Ltd. ได้จัดพิธีเฉลิมฉลองการขยายกิจการผลิตในเมืองเวอร์เซิน รัฐซัคโซนี ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 29 สิงหาคมในพิธีปฐมฤกษ์ พื้นที่เพิ่มเติมนี้จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตของกลุ่มบริษัทนี้ที่อยู่ในยุโรปเป็นเกือบสองเท่า

การขยายโรงงานของ Nikkiso CE&IG

รูปภาพแสดงโรงงานของ Nikkiso ที่ขยายออกไปในเมืองเวอร์เซิน รัฐซัคโซนี ประเทศเยอรมนี

ด้วยพื้นที่เพิ่มเติมนี้ กลุ่มบริษัทจะต่อยอดธุรกิจการจับคาร์บอนที่มีอยู่เดิม และเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตใหม่ ๆ สำหรับการประกอบปั๊มไครโอเจนิกส์ เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน และสถานีเติมไฮโดรเจน เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดสำหรับอุปกรณ์ไครโอเจนิกส์ และโซลูชันโรงงานที่ใช้ในโครงการพลังงานสะอาด เช่น สถานีเติมไฮโดรเจน สถานีแอลเอ็นจี และ“Nikkiso กำลังลงทุนเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดพลังงานสะอาดและขยายกิจการของเราในเยอรมนี เนื่องจากสภาพตลาดที่เอื้ออำนวยมากขึ้นสำหรับโซลูชันพลังงานที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ” Peter Wagner ประธานกรรมการบริหาร Nikkiso CE&IG กล่าว

การขยายพื้นที่การผลิตและศักยภาพในยุโรปจะช่วยให้กลุ่มบริษัทสามารถแบ่งปันความรู้และความเชี่ยวชาญระหว่างภูมิภาคต่าง ๆ และสร้างงานที่มีรายได้ดีให้กับคนในพื้นที่ โดยคาดว่าจะเติบโตราว 20 เปอร์เซ็นต์ในระยะสั้น และคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

การขุดครั้งแรกในเมืองเวอร์เซิน

ผู้นำของ Nikkiso CE&IG นายกรัฐมนตรีแห่งรัฐซัคโซนี และเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ร่วมกันขุดดินในพิธีปฐมฤกษ์ของ Nikkiso ในเมืองเวอร์เซิน ประเทศเยอรมนี เมื่อเดือนสิงหาคม 2024

“Nikkiso มีประสบการณ์อันเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมไครโอเจนิกส์ที่มีไม่กี่รายเท่านั้นที่สามารถเทียบเคียงได้” Adrian Ridge ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Nikkiso CE&IG กล่าว “โรงงานในเมืองเวอร์เซินจะเป็นศูนย์กลางการผลิตของ Nikkiso ในยุโรป และเสริมศูนย์บริการลูกค้าของเราในนอยเอนบวร์ก”

Michael Kretschmer นายกรัฐมนตรีแห่งรัฐซัคโซนี กล่าวเสริมว่า “การขยายโรงงานของ Nikkiso ในเมืองเวอร์เซินเป็นการลงทุนที่มองการณ์ไกล ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความน่าสนใจของรัฐซัคโซนีในฐานะที่ตั้งธุรกิจสำหรับนักลงทุนต่างชาติ การเพิ่มกำลังการผลิตเป็นสองเท่าเป็นเครื่องยืนยันถึงความเชื่อมั่นที่เราภูมิใจได้ ด้วยการตัดสินใจครั้งนี้ Nikkiso จะกลายเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจไฮโดรเจนที่พวกเราทุกคนที่รัฐซัคโซนีต้องการพึ่งพาในหลายทศวรรษข้างหน้า ผมรู้สึกยินดีที่เราร่วมกันเสริมสร้างความร่วมมือครั้งนี้ในทิศทางของพลังงานและนวัตกรรมสะอาด นี่ถือเป็นข่าวดีสำหรับเมืองเวอร์เซินและรัฐซัคโซนีในฐานะที่ตั้งธุรกิจ”

การดำเนินงานของโรงงานปัจจุบันและในอนาคตจะยังคงขับเคลื่อนด้วยพลังงานหมุนเวียนอย่างพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งหมด เมื่อการขยายธุรกิจเสร็จสมบูรณ์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025

เกี่ยวกับ Nikkiso Clean Energy & Industrial Gases Group

Nikkiso Clean Energy & Industrial Gases Group นั้นเป็นผู้ให้บริการชั้นนำด้านอุปกรณ์ไครโอเจนิก เทคโนโลยีและการใช้งานสำหรับกลุ่มตลาดพลังงานสะอาดและก๊าซอุตสาหกรรม กลุ่มบริษัทนี้มีพนักงานมากกว่า 1,700 คนใน 22 ประเทศ และบริหารงานโดย Cryogenic Industries, Inc. ในแคลิฟอร์เนียตอนใต้ สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ Nikkiso Co. Ltd. เป็นเจ้าของทั้งหมด (TSE: 6376)

ติดต่อด้านสื่อ

[email protected]

เกี่ยวกับ Nikkiso Co. Ltd.

นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1953 Nikkiso ได้มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาทางสังคมโดยได้มีการคาดการณ์เวลาที่จะมีการเปลี่ยนแปลงด้วยเทคโนโลยีครั้งแรกและผลิตภัณฑ์ชิ้นแรกของโลกและญี่ปุ่น ในธุรกิจอุตสาหกรรม Nikkiso ได้สร้างตลาดใหม่โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในด้านพลังงาน ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเลือดในธุรกิจการแพทย์ โดยยังรวมถึงโครงสร้างการบิน CFRP (พลาสติกเสริมคาร์บอนไฟเบอร์) ในธุรกิจการบินและอวกาศ

สามารถดูรูปภาพประกอบของประกาศฉบับนี้ได้ที่:

https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/2bc3aca5-7d42-4a94-bdc6-ba8757e4b0d0/th

https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/cc46b781-51e8-4458-a1f3-f06f26ac0ba6/th

GlobeNewswire Distribution ID 9224816

Music Licensing, Inc. (OTC: SONG) ประกาศว่าได้ซื้อลิขสิทธิ์เพลง “Thank God I Got It” ของ Desiigner ซึ่งจะช่วยเสริมความหลากหลายและเพิ่มจำนวนดาวเด่นที่มีอยู่มากมายให้กับบริษัท

เนเปิลส์, ฟลอริดา, Sept. 03, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — Music Licensing, Inc. (OTC: SONG) บริษัทชั้นนำในธุรกิจด้านดนตรี ยินดีอย่างยิ่งที่จะประกาศได้ซื้อลิขสิทธิ์เพลง “Thank God I Got It” ซึ่งเป็นเพลงของศิลปินชื่อดัง Desiigner การซื้อลิขสิทธิ์นี้เน้นย้ำให้เห็นความมุ่งมั่นของ Music Licensing, Inc. ที่จะกระจายความหลากหลายของทรัพยากรที่มีคุณภาพสูงและสร้างรายได้ให้กับบริษัท

Music Licensing, Inc.ได้ชื้อลิขสิทธิ์เพลงชุดหนึ่งด้วยกลยุทธิ์นี้ ซึ่งรวมถีงผลงานเพลงจากศิลปินชื่อดัง เช่น Elton John, Miley Cyrus, Lil Wayne, Rihanna, The Weeknd, Kanye West, Justin Bieber, Mike Posner, Halsey และศิลปินคนอื่น ๆ อีกมากมาย การซื้อสิทธิ์เหล่านี้สอดคล้องกับกลยุทธิ์ของบริษัทที่จะลงทุน ในศิลปินและแนวเพลงที่หลากหลาย เพื่อเสริมสร้างผลงานให้มากขึ้นและดึงดูดผู้ชมได้ทั่วโลก

Jake P. Noch ประธานกรรมการบริหารของ Music Licensing, Inc. ได้กล่าวถึงการซื้อสิทธิ์นี้ว่า “การได้ลิขสิทธิ์เพลง ‘Thank God I Got It’ ร่วมกับผลงานจากบริษัทขนาดใหญ่อื่น ๆ ในวงการดนตรี จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริษัทของเราอย่างมากและช่วยให้เราเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ศิลปินแต่ละคนมีเสียงและฐานแฟนคลับเฉพาะตัว ซึ่งเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้จากค่าลิขสิทธิ์และเสริมความมั่งคั่งให้กับฐานสินทรัพย์ของบริษัทเรา”

การที่เพลง “Thank God I Got It” เพิ่มเข้ามาในแคตาล็อกของ Music Licensing, Inc. เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นของบริษัทในการใช้ประโยชน์จากผลงานดนตรีที่มีอิทธิพลสูงซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้ที่ต่อเนื่องและมีความสำคัญต่อวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน การลงทุนในลิขสิทธิ์ทางดนตรีที่หลากหลาย ทำให้บริษัทมั่นใจได้ว่ามีศิลปินในสังกัดที่มีความหลากหลาย ตอบสนองรสนิยมที่แตกต่างของผู้ฟังดนตรี และทำให้บริษัทเป็นผู้นำในตลาดวงการดนตรีได้อย่างมั่นคง

ฟัง “Thank God I Got It” โดย Desiigner ได้ที่นี่

เกี่ยวกับ Music Licensing, Inc. (OTC: SONG) (ProMusicRights.com)

Music Licensing, Inc. (OTC: SONG) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Pro Music Rights คือบริษัทที่ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นหลากหลายและเป็นองค์กรเกี่ยวกับสิทธิในการแสดงต่อสาธารณะ (performance rights organization หรือ PRO) ลำดับที่ห้าที่ก่อตั้งขึ้นในสหรัฐฯ ผู้ได้รับอนุญาตของบริษัทประกอบด้วยบริษัทที่มีชื่อเสียง เช่น TikTok, iHeart Media, Triller, Napster, 7Digital, Vevo และบริษัทอื่น ๆ อีกมากมาย Pro Music Rights ครองส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 7.4% ในสหรัฐอเมริกา โดยเป็นตัวแทนผลงานมากกว่า 2,500,000 ชิ้นจากศิลปินที่มีชื่อเสียง เช่น A$AP Rocky, Wiz Khalifa, Pharrell, Young Jeezy, Juelz Santana, Lil Yachty, MoneyBagg Yo, Larry June, Trae Pound, Sauce Walka, Trae Tha Truth, Sosamann, Soulja Boy, Lex Luger, Trauma Tone, Lud Foe, SlowBucks, Gunplay, OG Maco, Rich The Kid, Fat Trel, Young Scooter, Nipsey Hussle, Famous Dex, Boosie Badazz, Shy Glizzy, 2 Chainz, Migos, Gucci Mane, Young Dolph, Trinidad James, Chingy, Lil Gnar, 3OhBlack, Curren$y, Fall Out Boy, Money Man, Dej Loaf, Lil Uzi Vert และศิลปินอื่น ๆ อีกนับไม่ถ้วน อีกทั้งยังรวมถึงเพลงที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (A.I.) สร้างขึ้นด้วย

นอกจากนี้ Music Licensing, Inc. (OTC: SONG) ยังเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์น้ำยาบ้วนปาก Listerine “Mouthwash” Antiseptic อีกทั้งผลงานเพลงของศิลปิน เช่น The Weeknd, Justin Bieber, Kanye West, Elton John, Mike Posner, blackbear, Lil Nas X, Lil Yachty, DaBaby, Stunna 4 Vegas, Miley Cyrus, Lil Wayne, XXXTentacion, Jeremih, Ty Dolla $ign, Eric Bellinger, Ne-Yo, MoneyBagg Yo, Halsey, Desiigner, DaniLeigh, Rihanna และอื่น ๆ อีกมากมาย

ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้า:

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าบางประการตามความหมายของมาตรา 27A ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ปี 1933 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม และมาตรา 21E ของพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์ปี 1934 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ครอบคลุมโดยข้อยกเว้นความรับผิดที่สร้างขึ้น นักลงทุนได้รับคำเตือนว่าข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าทั้งหมดเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและความไม่แน่นอน ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงความสามารถของ Music Licensing, Inc. & Pro Music Rights, Inc. ในการบรรลุแผนธุรกิจที่ระบุไว้ Music Licensing, Inc. & Pro Music Rights, Inc. เชื่อว่าสมมติฐานที่เป็นพื้นฐานของข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าที่มีอยู่ในที่นี้มีความสมเหตุสมผล สมมติฐานใด ๆ อาจไม่ถูกต้องได้ ดังนั้นจึงไม่สามารถรับประกันได้ว่าข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าที่รวมอยู่ในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้จะพิสูจน์ได้ว่ามีความถูกต้อง เมื่อพิจารณาถึงความไม่แน่นอนที่มีสาระสำคัญในข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าที่รวมอยู่ในที่นี้ การรวมข้อมูลดังกล่าวไม่ควรถือเป็นการเป็นตัวแทนของ Pro Music Rights, Inc., Music Licensing, Inc. หรือบุคคลอื่นใด

การเปิดเผยข้อมูลคำแนะนำที่ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย:

ข่าวประชาสัมพันธ์นี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย และแนะนำให้ผู้อ่านขอคำปรึกษาด้านกฎหมายสำหรับประเด็นทางกฎหมายหรือคำถามที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในที่นี้

การเปิดเผยข้อมูลคำแนะนำที่ไม่ใช่คำแนะนำทางการลงทุน:

การสื่อสารนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น และไม่ได้หมายความถึงหรือก่อให้เกิดคำแนะนำหรือการชักชวนให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ สินค้าโภคภัณฑ์ พันธบัตร อนุพันธ์ หรือผลิตภัณฑ์การลงทุนอื่น ๆ ในทางใดทางหนึ่ง การตัดสินใจใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนควรทำหลังจากการวิจัยอย่างละเอียดและปรึกษากับที่ปรึกษาทางการเงินหรือผู้เชี่ยวชาญที่มีคุณสมบัติเหมาะสม เราจะไม่รับผิดชอบต่อการกระทำใด ๆ ที่เกิดขึ้นหรือการไม่ดำเนินการตามข้อมูลที่ให้ไว้ในการสื่อสารนี้

ข้อมูลติดต่อ: [email protected]

ที่มา: Music Licensing, Inc

GlobeNewswire Distribution ID 9223976

David Barrett ประธานกรรมการบริหารของ EBC Financial Group (UK) Ltd และ EBC Financial Group (Cayman) Limited วิเคราะห์ความผันผวนของตลาดโลก แรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยสูง และกลยุทธ์การลงทุนที่ปลอดภัยในบริบทของการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในปี 2567

ลอนดอน, Sept. 02, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — ตลาดโลกกำลังเผชิญกับความผันผวน เนื่องจากแรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อ การเปลี่ยนแปลงในนโยบายอัตราดอกเบี้ย และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งทั้งหมดนี้ได้สร้างความไม่แน่นอนในภาคการเงินต่าง ๆ อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน David Barrett ประธานกรรมการบริหารของ EBC Financial Group (UK) Ltd และ EBC Financial Group (Cayman) Limited ได้นำเสนอการวิเคราะห์ในฐานะผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับแรงผลักดันที่กำหนดภูมิทัศน์ทางการเงินในปัจจุบัน พร้อมแนะนำกลยุทธ์ที่นักลงทุนควรนำไปปรับใช้เพื่อก้าวไปข้างหน้า

David Barrett ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ EBC Financial Group (UK) Ltd แบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดในบทสัมภาษณ์ของ Biztech Asia
EBC Tech Limited

David Barrett ประธานกรรมการบริหารของ EBC Financial Group (UK) Ltd วิเคราะห์ความผันผวนของตลาดโลก ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายอัตราดอกเบี้ย และกลยุทธ์การลงทุนที่ปลอดภัยในบริบทของการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในปี 2567

ความผันผวนของตลาดหุ้นและการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยทำให้เกิดภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

Barrett เน้นย้ำถึงการฟื้นคืนความเชื่อมั่นในการซื้อขายเงินทุนที่เป็นเงินสดที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 ในช่วงเวลานั้น ทั้งนักลงทุนระดับองค์กรและนักลงทุนรายย่อยได้ร่วมกันขับเคลื่อนกิจกรรมการค้าให้เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้สภาพคล่องและประสิทธิภาพของตลาดดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การรายงานผลกำไรที่พุ่งสูงขึ้นและตัวชี้วัดเศรษฐกิจที่ดีขึ้นได้ช่วยสนับสนุนแนวโน้มนี้ ซึ่งบ่งชี้ถึงบรรยากาศการลงทุนที่แข็งแกร่งขึ้น

ตลาดโลกประสบกับความปั่นป่วนครั้งใหญ่เมื่อไม่นานมานี้ อันเป็นผลมาจากหลายปัจจัย เช่น การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของญี่ปุ่นที่ไม่คาดคิด ความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ และการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่จะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงไว้ แม้จะมีสัญญาณการชะลอตัวทางเศรษฐกิจก็ตาม ในการประชุมเดือนกรกฎาคม 2567 ธนาคารกลางสหรัฐฯ ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงสุดในรอบ 23 ปีที่ 5.25%-5.50% ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้แก่ผู้มีส่วนร่วมในตลาดบางรายที่คาดหวังจะเห็นสัญญาณของการผ่อนคลายนโยบายการเงิน

ก่อนหน้านี้ Barrett ได้ท้าทายแนวคิดที่ว่าอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นมาตรฐานใหม่ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผิด โดยเน้นย้ำว่าอัตราดอกเบี้ยเหล่านี้เกิดจากสถานการณ์ที่ไม่ปกติ เช่น ภาวะการระบาดใหญ่ของโควิด-19 เขาเตือนว่าแม้ว่าอัตราดอกเบี้ยต่ำอาจช่วยบรรเทาปัญหาในระยะสั้นได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาอย่างถาวร การตัดสินใจล่าสุดของธนาคารกลางในการคงอัตราดอกเบี้ยที่สูงไว้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากยุคที่เงินราคาถูก ขณะเดียวกัน ผู้กำหนดนโยบายก็ยังคงต้องเผชิญกับภาวะเงินเฟ้ออย่างต่อเนื่อง

แม้ว่าการดำเนินการของธนาคารกลางสหรัฐฯ จะสอดคล้องกับเป้าหมายในการควบคุมภาวะเงินเฟ้อ แต่การคงอัตราดอกเบี้ยสูงในขณะที่เศรษฐกิจชะลอตัวก็สร้างความกังวลว่าอาจนำไปสู่ภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจได้ นักลงทุนที่คาดหวังว่าอัตราดอกเบี้ยอาจลดลงเพื่อบรรเทาความกดดันทางเศรษฐกิจได้ตอบสนองด้วยการขายหุ้น ซึ่งส่งผลให้ตลาดมีแนวโน้มตกต่ำลงอีก การตอบสนองเช่นนี้เน้นย้ำถึงสมดุลที่ละเอียดอ่อนที่ธนาคารกลางต้องบริหารจัดการระหว่างการควบคุมภาวะเงินเฟ้อและการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ

Barrett แนะนำว่านักลงทุนควรเตรียมพร้อมสำหรับความผันผวนที่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากธนาคารกลางอาจต้องปรับนโยบายการเงินเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในสภาวะเศรษฐกิจ ความยืดหยุ่นทางกลยุทธ์มีความสำคัญ เนื่องจากความสามารถในการคงอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นในระยะกลางยังคงไม่แน่นอน ท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้ Barrett ตั้งข้อสังเกตว่าโอกาสในการซื้อขายเงินทุนที่เป็นเงินสดยังคงมีอยู่ แม้ว่าการบริหารจัดการในสภาพแวดล้อมนี้จะต้องใช้กลยุทธ์ที่รอบคอบและมุ่งเน้นไปที่การสร้างเสถียรภาพในระยะยาวก็ตาม

ความแข็งแกร่งขององค์กรและการสนับสนุนจากรัฐบาลช่วยขับเคลื่อนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ
Barrett เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญขององค์กรต่าง ๆ และการแทรกแซงของรัฐบาลในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและเศรษฐกิจที่เพิ่มมากขึ้น ความผันผวนในช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2567 ถือเป็นการทดสอบความตึงเครียด อย่างไรก็ตาม การพัฒนาใหม่ ๆ โดยเฉพาะในด้านภูมิทัศน์ทางการเมือง ได้กำหนดแนวโน้มของตลาดในอนาคต

การเข้าสู่สนามเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2567 ของ Kamala Harris ได้ให้ความสำคัญกับนโยบายใหม่ ๆ ที่มุ่งแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ รวมถึงการควบคุมองค์กรและแรงจูงใจทางภาษีที่สำคัญเพื่อสนับสนุนด้านที่อยู่อาศัย ข้อเสนอของเธอ เช่น การจัดสรรเงิน 25,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ให้แก่ผู้ซื้อบ้านหลังแรก และเงินช่วยเหลือบุตรที่เพิ่มขึ้น ได้ดึงดูดความสนใจจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งชนชั้นกลางในรัฐที่มีการแข่งขันสูง อย่างไรก็ตาม Barrett ชี้ให้เห็นว่า แม้ข้อเสนอเหล่านี้จะน่าดึงดูดทางการเมือง แต่ก็อาจมีผลกระทบทางเศรษฐกิจตามมาด้วย การใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในด้านที่อยู่อาศัยและรายได้หลังหักภาษีที่สูงขึ้นอาจกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ก็อาจสร้างแรงกดดันด้านภาวะเงินเฟ้อได้เช่นกัน

Barrett ตั้งข้อสังเกตว่าตลาดกำลังจับตาดูสัญญาณด้านนโยบายจากธนาคารกลางสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อยังคงมีอยู่ควบคู่ไปกับสัญญาณการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ แม้ว่าข้อมูลบางจุดจะแข็งแกร่งกว่าที่คาดไว้ แต่ข้อกังวลหลักที่ว่าธนาคารกลางจะสามารถสร้างสมดุลระหว่างการควบคุมภาวะเงินเฟ้อกับความเสี่ยงในการชะลอตัวทางเศรษฐกิจที่มากเกินไปได้อย่างไรนั้นก็ยังคงอยู่ ในขณะที่วาทกรรมเกี่ยวกับการเลือกตั้งมีมากขึ้น คำมั่นสัญญาในระยะสั้นที่มีไว้เพื่อเรียกคะแนนจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งอาจนำไปสู่การประเมินผลกระทบระยะยาวที่สำคัญยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับองค์กรขนาดใหญ่

Barrett แนะนำว่าถึงแม้ความแข็งแกร่งขององค์กรและการสนับสนุนจากรัฐบาลจะช่วยรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจได้จนถึงปัจจุบัน แต่ผู้ลงทุนควรพิจารณาการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและเศรษฐกิจในวงกว้างที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตด้วย ซึ่งรวมถึงความเสี่ยงด้านภาวะเงินเฟ้อ การเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในนโยบายการคลังจากทั้งสองฝ่ายทางการเมือง และการเปลี่ยนแปลงในจุดยืนทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ การเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างคำมั่นสัญญาทางการเมืองและความเป็นจริงทางเศรษฐกิจจะเป็นกุญแจสำคัญในการบริหารจัดการในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ทองคำยังคงเป็นการลงทุนที่สำคัญและมีเสถียรภาพในตลาดที่ไม่แน่นอน
David เน้นย้ำว่าแม้โลกจะเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนอย่างต่อเนื่อง แต่ทองคำยังคงเป็นตัวเลือกการลงทุนที่เชื่อถือได้ แม้ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความท้าทายทางเศรษฐกิจ เช่น ความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยที่ผันผวน และแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ยังคงดำเนินต่อไปในปี 2567 บทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัยยังคงมั่นคงอยู่

ในช่วงต้นปี 2567 เงินดอลลาร์สหรัฐยังคงแข็งค่าขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงดำเนินอยู่และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วของธนาคารกลางสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากความคาดหวังในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้น เงินดอลลาร์จึงเริ่มอ่อนค่าลง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ทำให้ราคาทองคำได้รับการสนับสนุน ส่งผลให้ทองคำกลายเป็นตัวเลือกที่น่าดึงดูดใจมากขึ้นสำหรับนักลงทุนต่างชาติ ทั้งนี้ ราคาทองคำจึงพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยทะลุ 2,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ในเดือนสิงหาคม 2567 ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 20% จากปีที่ผ่านมา

Barrett เน้นย้ำว่าในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ทองคำจะทำหน้าที่เป็นกันชนเพื่อรับมือกับความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อและการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่อาจเกิดขึ้น ในขณะที่การเลือกตั้งของสหรัฐฯ ใกล้เข้ามาและตลาดโลกยังคงมีความไม่แน่นอน เสถียรภาพที่ยั่งยืนของทองคำถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในพอร์ตลงทุนที่มีการกระจายความเสี่ยง โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนที่เกิดขึ้น

คู่สกุลเงินดอลลาร์และเยนยังคงผันผวนท่ามกลางความไม่แน่นอนใหม่ในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา
Barrett ชี้ให้เห็นว่าคู่สกุลเงินดอลลาร์และเยนยังผันผวนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตลาดโลกเผชิญกับความปั่นป่วนที่กลับมาอีกครั้งตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2567 ความสงบของตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราที่เคยมีมาก่อนหน้านี้ได้เปลี่ยนเป็นความผันผวนอย่างรุนแรงในเดือนสิงหาคม ซึ่งเกิดจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อและการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่จะคงอัตราดอกเบี้ยระดับสูงเป็นประวัติการณ์นั้นไว้ ความแตกต่างในนโยบายการเงินระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่นยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ โดยธนาคารกลางสหรัฐฯ คงอัตราดอกเบี้ยระดับสูงเพื่อต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อ ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่นยังคงรักษานโยบายที่ผ่อนปรนอย่างต่อเนื่อง

การเปลี่ยนแปลงที่เป็นปัญหาของตลาดในช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2567 ส่งผลให้ความผันผวนดังกล่าวรุนแรงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความกังวลต่ออัตราดอกเบี้ยที่สูงเป็นเวลานานและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกทำให้เกิดแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ไปทั่วตลาดการเงิน คู่สกุลเงินดอลลาร์และเยนถือเป็นแนวหน้าในความเคลื่อนไหวเหล่านี้ โดยทำหน้าที่เป็นตัวชี้วัดความเชื่อมั่นของนักลงทุนและการยอมรับความเสี่ยงในสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนมากขึ้น

Barrett เน้นย้ำว่าความผันผวนของคู่สกุลเงินดอลลาร์และเยนช่วยให้เราได้ข้อมูลเชิงลึกอันมีค่าเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจมหภาคและสมดุลที่ละเอียดอ่อนที่ธนาคารกลางต้องจัดการระหว่างการควบคุมภาวะเงินเฟ้อและการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ ในขณะที่ตลาดต้องต่อสู้กับแนวโน้มที่ซับซ้อนเหล่านี้ ความเคลื่อนไหวของคู่สกุลเงินดอลลาร์และเยนยังคงเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของเสถียรภาพทางการเงินระหว่างประเทศ

กิจกรรมการค้าปลีกที่ลดลงทำให้ Carry Trade ชะลอตัวลง และทำให้ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราซบเซา
Barrett ตั้งข้อสังเกตว่าตั้งแต่กลางปี 2567 ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา โดยเฉพาะในด้านการค้าปลีกนั้นมีการเปลี่ยนแปลงในกิจกรรมอย่างชัดเจน เมื่อต้นปีที่ผ่านมา การมีส่วนร่วมของผู้ค้าปลีกในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราเริ่มแสดงสัญญาณความซบเซา ซึ่งได้รับอิทธิพลจากความผันผวนที่เพิ่มขึ้น แรงกดดันด้านกฎระเบียบ และนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น เหตุการณ์ในเดือนสิงหาคม 2567 ซึ่งสะท้อนถึงความผันผวนครั้งใหญ่ของตลาดและความกังวลเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยที่สูงอย่างต่อเนื่อง ยิ่งทำให้ความกระตือรือร้นใน Carry Trade ซบเซาลง โดยเฉพาะการลงทุนที่อาศัยความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสกุลเงินต่าง ๆ

การชะลอตัวของการค้าปลีกส่งผลกระทบต่อตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราเป็นระยะ Carry Trade ซึ่งมักได้รับประโยชน์จากสภาพแวดล้อมที่อัตราดอกเบี้ยมีเสถียรภาพและคาดเดาได้นั้น กลับมีความน่าดึงดูดใจน้อยลง เนื่องจากความแตกต่างที่เพิ่มขึ้นระหว่างนโยบายของธนาคารกลาง ในขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังคงรักษาอัตราดอกเบี้ยระดับสูงเพื่อควบคุมภาวะเงินเฟ้อ ธนาคารกลางอื่น ๆ เช่น ธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น กลับยังคงดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนปรนอย่างต่อเนื่อง ความแตกต่างนี้สร้างความไม่แน่นอนมากขึ้น ทำให้การซื้อขายเหล่านี้กลายเป็นความเสี่ยงที่สูงขึ้นสำหรับนักลงทุนรายย่อย

Barrett เน้นย้ำว่าการที่ผู้ค้ารายย่อยมีส่วนร่วมลดลงนั้นกำลังเปลี่ยนแปลงลักษณะของตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา ในขณะที่นักลงทุนระดับองค์กรยังคงครองตลาด กิจกรรมการค้าปลีกที่ลดลงทำให้สภาพแวดล้อมการค้าไม่คึกคักนัก โดยเฉพาะในกลุ่มสกุลเงินที่พึ่งพากลยุทธ์ Carry Trade นักลงทุนจำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับเงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลงไป โดยตระหนักว่าความเคลื่อนไหวของตลาดที่ขับเคลื่อนโดยผู้ค้าปลีกอาจยังคงอ่อนตัวลง เนื่องจากนโยบายอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกยังคงมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน

แนวทางเชิงกลยุทธ์ของ EBC Financial Group
ท่ามกลางความผันผวนของตลาดและการเปลี่ยนแปลงในเศรษฐกิจโลก EBC Financial Group ยังคงมุ่งมั่นในการนำเสนอบริการทางการเงินที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคล เพื่อช่วยให้นักลงทุนสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมที่ไม่แน่นอนนี้ เพื่อให้ความสำคัญกับการเข้าถึงตลาดระดับมืออาชีพและความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน EBC Financial Group ยังคงมุ่งมั่นที่จะปรับตัวให้สอดคล้องกับลักษณะของตลาดและการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบอย่างต่อเนื่อง

Barrett แนะนำให้นักลงทุนติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนอย่างใกล้ชิด การเลือกโบรกเกอร์ที่มีชื่อเสียง การติดตามข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ และรักษาความสามารถในการปรับตัว ล้วนเป็นกลยุทธ์สำคัญสำหรับความสำเร็จในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน

เกี่ยวกับ EBC Financial Group
สำหรับ EBC Financial Group (EBC) ก่อตั้งขึ้นในย่านการเงินที่น่าเชื่อถือของลอนดอน โดยมีชื่อเสียงด้านบริการที่ครบวงจร ซึ่งรวมถึงนายหน้าทางการเงิน การจัดการสินทรัพย์ และโซลูชันการลงทุนที่ครอบคลุม EBC ให้ความสำคัญต่อลูกค้าที่หลากหลายทั้งนักลงทุนรายย่อย นักลงทุนมืออาชีพ และนักลงทุนสถาบันทั่วโลก โดยมีสำนักงานตั้งอยู่ในศูนย์กลางทางการเงินที่โดดเด่น เช่น ลอนดอน ซิดนีย์ ฮ่องกง โตเกียว สิงคโปร์ หมู่เกาะเคย์แมน กรุงเทพมหานคร ลีมาซอล และอีกหลายแห่ง

EBC ได้รับการยอมรับจากรางวัลมากมาย และภาคภูมิใจในความยึดมั่นตามมาตรฐานจริยธรรมชั้นนำและกฎระเบียบนานาชาติ EBC Financial Group (UK) Limited กำกับดูแลโดย Financial Conduct Authority (FCA) ของสหราชอาณาจักร, EBC Financial Group (Australia) Pty Ltd กำกับดูแลโดย Australia’s Securities and Investments Commission (ASIC) และ EBC Financial Group (Cayman) Limited กำกับดูแลโดย Cayman Islands Monetary Authority (CIMA)

หัวใจสำคัญของ EBC Group คือผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์อย่างลุ่มลึกกว่า 30 ปีในสถาบันการเงินรายใหญ่ โดยได้ดำเนินการผ่านวงจรเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างเชี่ยวชาญตั้งแต่วิกฤตพลาซาแอคคอร์ดจนถึงวิกฤตสวิสฟรังก์ในปี 2558 EBC ส่งเสริมวัฒนธรรมความซื่อสัตย์ ความเคารพ และความปลอดภัยของสินทรัพย์ของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง เพื่อให้มั่นใจว่าการมีส่วนร่วมของนักลงทุนทุกคนจะได้รับการปฏิบัติด้วยความจริงจังสูงสุดตามที่สมควรได้รับ

EBC เป็นพันธมิตรการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอย่างเป็นทางการของ FC Barcelona ซึ่งให้บริการเฉพาะทางในภูมิภาคต่าง ๆ เช่น เอเชีย ลาตินอเมริกา ตะวันออกกลาง แอฟริกา และโอเชียเนีย EBC ยังเป็นพันธมิตรของ United to Beat Malaria ซึ่งเป็นแคมเปญของมูลนิธิสหประชาชาติ โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงผลลัพธ์ด้านสุขภาพในระดับโลก ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2567 เป็นต้นมา EBC ได้สนับสนุนซีรีส์ที่เข้าถึงสาธารณะ “What Economists Really Do” ที่จัดทำโดย Department of Economics ของ Oxford University โดยมีจุดประสงค์เพื่อทำให้เข้าใจเศรษฐศาสตร์ได้ง่ายขึ้น และการประยุกต์ใช้เศรษฐศาสตร์กับความท้าทายทางสังคมที่สำคัญ ๆ เพื่อเพิ่มความเข้าใจและการเสวนาของสาธารณะ

https://www.ebc.com/

ข้อมูลติดต่อด้านสื่อ:
Chyna Elvina
ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์แห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
[email protected]

Douglas Chew
หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ระดับโลก
[email protected]

ดูรูปภาพประกอบการแถลงข่าวนี้ได้ที่ https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/de039a63-af41-458e-872e-6e7bf94204fa/th

GlobeNewswire Distribution ID 9223107

Mavenir และ Whitestack ขยายขอบเขตระบบนิเวศของฟังก์ชันเครือข่ายแบบเปิด

การบูรณาการฟังก์ชันเครือข่ายที่สำคัญของ Mavenir เข้ากับแพลตฟอร์ม Open Telco Cloud ของ Whitestack ซึ่งใช้เทคโนโลยี Intel ได้สำเร็จ

ริชาร์ดสัน เท็กซัส, Aug. 28, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — Mavenir ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายระบบคลาวด์เนทีฟที่มุ่งสร้างอนาคตของเครือข่าย และ Whitestack ผู้พัฒนาโซลูชัน Telco Cloud บนซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ได้ประกาศความสำเร็จในการปรับแนวทางด้านเทคโนโลยีที่ทำให้โซลูชัน Cloud-Native IMS ของ Mavenir สามารถบูรณาการเข้ากับแพลตฟอร์ม Telco Cloud ของ Whitestack ได้อย่างราบรื่น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญของ Mavenir ในการสนับสนุนการใช้งานระบบคลาวด์เนทีฟอย่างเต็มที่ ความร่วมมือครั้งนี้เริ่มต้นโดยเป็นส่วนหนึ่งของการปรับใช้ร่วมกับผู้ให้บริการชั้นนำระดับ 1 ในละตินอเมริกา โดยใช้ประโยชน์จากพลังงานและประสิทธิภาพของหน่วยประมวลผล Intel Xeon รวมถึงเทคโนโลยี Intel Ethernet

การเสริมศักยภาพให้แก่ผู้ให้บริการอุปกรณ์เคลื่อนที่ในการปรับใช้ปริมาณงานด้านโทรคมนาคมบนโซลูชันระบบคลาวด์ เป็นแนวทางหลักในกลยุทธ์คลาวด์เนทีฟของ Mavenir การประกาศในวันนี้ถือเป็นความสำเร็จในการบูรณาการเต็มรูปแบบกับโซลูชัน Telco Cloud ของ Whitestack ซึ่งมอบตัวเลือกที่ยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้นให้แก่ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมในการปรับใช้โซลูชันของ Mavenir และเน้นย้ำถึงการขยายขอบเขตอย่างต่อเนื่องของระบบนิเวศด้านโทรคมนาคม โดยมุ่งหวังให้ผู้ให้บริการมีอิสระจากโซลูชันแบบเดิมหรือแบบโมโนลิธิก

ทั้งสองบริษัทกำลังใช้ประโยชน์จากแรงผลักดันในอุตสาหกรรม ตามการประกาศสำคัญจากผู้ให้บริการที่นำโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์มาใช้สำหรับฟังก์ชันเครือข่ายที่สำคัญ แนวโน้มนี้ได้ดึงดูดความสนใจอย่างมากจากผู้ประกอบการแบบดั้งเดิม เพื่อตอบสนองความต้องการที่ชัดเจนนี้ Mavenir และ Whitestack ได้นำเสนออัตราส่วนประสิทธิภาพต่อต้นทุนที่น่าสนใจ ทำให้การเปลี่ยนไปใช้โซลูชันระบบคลาวด์เป็นทางเลือกที่ง่ายและคุ้มค่า

“เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่สามารถทำให้กระบวนการบูรณาการนี้เสร็จสิ้นได้ภายในกรอบเวลาอันเหมาะสม ซึ่งเป็นผลมาจากประสบการณ์ที่เราได้รับจาก Telco Clouds อื่น ๆ และความยืดหยุ่นของ Whitestack ในการปรับการกำหนดค่าส่วนส่งข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดของเรา” Brandon Larson รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปฝ่ายกลยุทธ์ทางธุรกิจ Cloud, AI & IMS ของ Mavenir กล่าว “เนื่องจากอุตสาหกรรมกำลังมุ่งสู่การใช้โครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ โซลูชันระบบคลาวด์จึงต้องได้รับการปรับให้เหมาะสมกับปริมาณงานด้านโทรคมนาคม” Brandon Larson กล่าวเสริม “เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว จำเป็นต้องมีบริษัทอย่าง Mavenir ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางทั้งในด้านระบบคลาวด์และโทรคมนาคม”

โซลูชัน Cloud-Native IMS ของ Mavenir พัฒนาขึ้นบนสถาปัตยกรรมไมโครเซอร์วิสที่ประกอบด้วยฟังก์ชันเครือข่ายในคอนเทนเนอร์ (CNF) ซึ่งใช้หลักการคลาวด์เนทีฟ โดยให้บริการเสียงที่ใช้ประโยชน์จากข้อดีพื้นฐานของ Kubernetes เพื่อรับรองถึงความพร้อมใช้งานในระดับสูง โซลูชันนี้ทำงานบนแพลตฟอร์ม Telco Cloud ของ Whitestack โดยใช้รูปแบบการปรับใช้อัตโนมัติ

“หนึ่งในแง่มุมสำคัญของ Telco Cloud เมื่อเปรียบเทียบกับระบบคลาวด์ส่วนตัวทั่วไป คือ ความสามารถในการใช้เทคนิคขั้นสูงเพื่อเร่งประสิทธิภาพของฟังก์ชันเครือข่าย” José Miguel Guzmán ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ Telco/NFV ของ Whitestack กล่าว “แต่ละแอปพลิเคชันจะมีการประมวลผล หน่วยความจำ ดิสก์ และโปรไฟล์การรับส่งข้อมูลเป็นของตัวเอง ใน WhiteCloud เราควบคุมรายละเอียดในแง่มุมเหล่านี้อย่างเต็มที่ ซึ่งช่วยให้เราสามารถจัดเตรียมการตั้งค่าฮาร์ดแวร์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละ VNF หรือ CNF เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของปริมาณงานสูงสุด โดยการผสมผสานและจับคู่เซิร์ฟเวอร์รุ่นเก่าและรุ่นใหม่”

“การกำหนดค่าเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้หน่วยประมวลผล Intel Xeon รวมไปถึงคุณสมบัติใหม่ ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อเร่งความเร็วการรับส่งข้อมูลของผู้ใช้ เมื่อรวมกับซอฟต์แวร์ Intel Infrastructure Power Manager และ Intel Ethernet E810 Controller การกำหนดค่าเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดให้กับโครงสร้างพื้นฐานของตน ทั้งในด้านการทำงาน การใช้พลังงาน และการจัดการพื้นที่ในศูนย์ข้อมูลด้านโทรคมนาคม” Alex Quach รองประธานกลุ่มเครือข่ายและขอบเขตของ Intel กล่าว

Whitestack ได้กลายเป็นผู้เล่นรายสำคัญสำหรับพื้นที่โครงสร้างพื้นฐานแบบเปิดในละตินอเมริกา โดยจัดหาโซลูชัน Telco Cloud ที่ใช้เทคโนโลยีโอเพนซอร์สให้กับศูนย์ข้อมูลระดับ 1 หลายแห่งในภูมิภาคนี้ ข้อเสนอดังกล่าวประกอบด้วยระบบเครือข่ายไวท์บ็อกซ์ ระบบออปติกความจุสูง และเซิร์ฟเวอร์ COTS ที่ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล Intel Xeon

Mavenir, Whitestack และ Intel จะเข้าร่วมงาน Open Telco Cloud Summit 2567 ซึ่งจัดขึ้นที่เม็กซิโกซิตี้ในวันที่ 3 กันยายน 2567 โดยสามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมด้วยตนเองและเข้าร่วมแบบเสมือนจริง

Intel, โลโก้ Intel และเครื่องหมายอื่น ๆ ของ Intel ถือเป็นเครื่องหมายการค้าของ Intel Corporation หรือบริษัทในเครือ 

เกี่ยวกับ MAVENIR

Mavenir กำลังสร้างอนาคตของเครือข่ายด้วยโซลูชันระบบคลาวด์เนทีฟที่ใช้ AI ซึ่งได้รับการออกแบบให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผู้ให้บริการสามารถใช้ประโยชน์จาก 5G และสร้างเครือข่ายที่อัจฉริยะ อัตโนมัติ และสามารถตั้งโปรแกรมได้ ในฐานะผู้ริเริ่ม Open RAN และผู้นำการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว โซลูชันที่ได้รับรางวัลของ Mavenir กำลังส่งมอบระบบอัตโนมัติและการสร้างรายได้ผ่านเครือข่ายมือถือทั่วโลก โดยเร่งการเปลี่ยนแปลงเครือข่ายซอฟต์แวร์สำหรับผู้ให้บริการด้านการสื่อสารมากกว่า 300 รายในกว่า 120 ประเทศ ซึ่งให้บริการแก่ผู้ใช้มากกว่าร้อยละ 50 ของประชากรโลก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาไปที่ www.mavenir.com

เกี่ยวกับ WHITESTACK

โซลูชัน Telco Cloud ซึ่งเป็นผลงานเรือธงของ Whitestack บูรณาการทั้ง VNF (บนเครื่องเสมือน) และ CNF (บนคอนเทนเนอร์) โดยใช้รูปแบบการปรับใช้ที่เป็นมาตรฐานทางอุตสาหกรรมและได้รับการพิสูจน์แล้ว ในฐานะโซลูชัน Telco Cloud ที่มีการใช้งานแพร่หลายที่สุดในละตินอเมริกา โซลูชันนี้ได้รับการรับรองจากบริษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมอย่าง HPE และ DELL ซึ่งทำให้มั่นใจถึงประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือระดับสูงสุด

โซลูชัน Open Networking ของ Whitestack ได้ปฏิวัติการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย ปรับใช้ใน DC Fabrics แบบเปิดด้วยการกำหนดค่า Spine & Leaf ขั้นสูง หรือยกระดับการเข้าถึงแบบออปติคอลและเครือข่ายบูรณาการด้วยสวิตช์เปิด (ไวท์บ็อกซ์) ที่ล้ำสมัยของเรา ทั้งหมดนี้ได้รับการจัดการอย่างราบรื่นผ่านอุปกรณ์ควบคุม SDN แบบเปิดของเรา ได้แก่ Whitesdn เพื่อการจัดเตรียมเครือข่ายอัตโนมัติที่เหนือชั้น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาไปที่ www.whitestack.com

ผู้ติดต่อฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ Mavenir:
Emmanuela Spiteri
[email protected]


GlobeNewswire Distribution ID 9221334

KEENON Robotics จัดแสดงนวัตกรรมโซลูชันบริการอัจฉริยะที่มาพร้อมปัญญาประดิษฐ์ในงาน World Robot Conference ประจำปี 2024

ปักกิ่ง, Aug. 27, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — KEENON Robotics นำเสนอโซลูชันบริการอัจฉริยะล่าสุดที่มาพร้อมปัญญาประดิษฐ์ในงาน 2024 World Robot Conference ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมและนิทรรศการนานาชาติ Beijing Etrong ระหว่างวันที่ 21-25 สิงหาคม 2024 การประชุมในปีนี้ ซึ่งมีหัวข้อว่า “ส่งเสริมกำลังผลิตที่มีคุณภาพรูปแบบใหม่ นวัตกรรมเพื่ออนาคตอัจฉริยะ” ได้นำผู้เชี่ยวชาญชั้นนำ ผู้บุกเบิกอุตสาหกรรม และผู้คิดค้นนวัตกรรมมารวมตัวกันเพื่อสำรวจความก้าวหน้าล่าสุดในเทคโนโลยีด้านหุ่นยนต์

ในงานนี้ KEENON Robotics ได้เปิดตัว “สมาร์ทฮับ” ล้ำสมัย ซึ่งเป็นการจัดแสดงศักยภาพด้านการเปลี่ยนแปลงของหุ่นยนต์ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น ธุรกิจการบริการ ธุรกิจร้านอาหาร และธุรกิจการดูแลสุขภาพ

ภายในงานมีการจัดแสดงหุ่นยนต์บริการมากมาย ไม่ว่าจะเป็น DINERBOT T10, T9, T8, BUTLERBOT W3, KLEENBOT C30, KEENON S100, หุ่นยนต์ฆ่าเชื้อ M2, หุ่นยนต์ส่งมอบทางการแพทย์ KEENON Healthcare X101 และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งเป็นการเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของ KEENON ที่จะนำหุ่นยนต์ขั้นสูงมาใช้ในทางปฏิบัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า

ตามที่ Tony Li ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ KEENON กล่าวว่า “หุ่นยนต์เปิดประตูให้ AI เข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริง” วิสัยทัศน์ดังกล่าวได้เกิดขึ้นจริงในบูธ ซึ่งหุ่นยนต์บริการได้รับการผสานรวมเข้ากับสถานการณ์ที่สร้างขึ้นอย่างพิถีพิถันอย่างราบรื่น หลังจากผ่านอุโมงค์ทางเข้าแล้ว ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสประสบการณ์เกี่ยวกับโลกที่ปัญญาประดิษฐ์เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันอย่างไร้รอยต่อ

นอกเหนือจากการจัดแสดงโซลูชันหุ่นยนต์นวัตกรรมแล้ว KEENON Robotics ยังได้รับการยกย่องด้วยรางวัล “20 บริษัทหุ่นยนต์ที่น่าลงทุนมากที่สุดในประเทศจีน” ในงาน China Robotics Venture Capital Summit Forum ครั้งแรกในช่วงเวลาเดียวกันอีกด้วย รางวัลนี้เน้นย้ำถึงบทบาทของบริษัทในการขับเคลื่อนการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางเทคโนโลยี และเน้นย้ำถึงศักยภาพทางการตลาดที่มีแนวโน้มเป็นอย่างดี

KEENON Robotics เป็นผู้นำด้านการผสานรวมโมเดล AI ขั้นสูงเข้ากับสถานการณ์การบริการ หุ่นยนต์เอนกประสงค์ของบริษัทได้รับการปรับปรุงอย่างมีนัยสำคัญในการตรวจจับสภาพแวดล้อม การตัดสินใจ และการดำเนินการผ่านทาง AI แบบหลายโหมด ด้วยการใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญอันล้ำลึกในสภาพแวดล้อมการบริการ หุ่นยนต์เหล่านี้จึงได้รับการปรับปรุงให้มีความชาญฉลาดและปรับตัวมากขึ้น ซึ่งทำให้หุ่นยนต์สามารถให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพในภาคส่วนต่าง ๆ ที่หลากหลาย สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการนำไปใช้ได้อย่างกว้างขวาง และความทุ่มเทในการตอบสนองความต้องการในโลกแห่งความเป็นจริงที่หลากหลาย

ในงานประชุมนี้ KEENON Robotics ได้แสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญในการพัฒนาภาคส่วนหุ่นยนต์บริการ ด้วยการขยายขอบเขตความเป็นไปได้ KEENON กำลังสร้างสรรค์โซลูชันอัจฉริยะที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ความสะดวกสบาย และการออกแบบที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง นวัตกรรมเหล่านี้ได้รับการกำหนดให้เปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมเชิงพาณิชย์ มอบคุณค่าอันสำคัญให้แก่ลูกค้าทั่วโลก และนำความสะดวกสบายที่ไม่มีใครเทียบได้เข้ามาสู่ชีวิตประจำวัน เพื่อให้แน่ใจว่าเทคโนโลยีจะได้รับประโยชน์อย่างกว้างขวาง

เกี่ยวกับ KEENON Robotics
KEENON Robotics เป็นผู้นำระดับโลกด้านหุ่นยนต์บริการเชิงพาณิชย์และโซลูชัน โดยเป็นแนวหน้าอยู่ในตลาดหุ่นยนต์บริการขั้นสูงมาตั้งแต่ปี 2010 บริษัทได้รับความไว้วางใจจากธุรกิจต่าง ๆ ทั่วโลก โดยใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยในด้านหุ่นยนต์และระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง KEENON Robotics มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างมูลค่า ส่งเสริมนวัตกรรม และมีส่วนสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมในภาคส่วนต่าง ๆ

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ [email protected] หรือเข้าชม http://www.keenon.com/en/

ภาพถ่ายประกอบประกาศนี้สามารถดูได้ที่ https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/090e8e6a-0583-4e08-b359-57d6c01fb166

GlobeNewswire Distribution ID 9220983

Notified และ TIRI ร่วมมือกันช่วยบริษัทไต้หวันขยายกิจการไปทั่วโลก

ทั้งสององค์กรจะร่วมกันจัดหาบริการ ทรัพยากร และเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อเสริมทักษะด้านนักลงทุนสัมพันธ์และขยายโอกาสทางการศึกษา

นิวยอร์ก, Aug. 24, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — Notified ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้ระดับโลกสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านนักลงทุนสัมพันธ์และการประชาสัมพันธ์ และสถาบันนักลงทุนสัมพันธ์ไต้หวัน (TIRI) ได้ร่วมมือกันเพื่อให้บริษัทไต้หวันเข้าถึงชุดโซลูชันการสื่อสารด้านนักลงทุนสัมพันธ์ขั้นสูงของ Notified พร้อมทั้งเข้าถึงตลาดโลกและข้อมูลเชิงลึกที่ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังเป็นการเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับบริษัทไต้หวันในการขยายกิจการระหว่างประเทศ โดยใช้ประโยชน์จากเครือข่ายที่กว้างขวางของ Notified ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก

Notified จะมีส่วนร่วมกับสมาชิกของ TIRI ผ่านความร่วมมือครั้งนี้ และช่วยจัดหาทรัพยากรด้านการศึกษา ตั้งแต่เอกสารรายงานในอุตสาหกรรมไปจนถึงการสัมมนาผ่านเว็บ

Nimesh Davé ประธานของ Notified กล่าวว่า “ความร่วมมือของเรากับ TIRI เป็นก้าวสำคัญในภารกิจของเราในการสนับสนุนผู้บอกเล่าเรื่องราวขององค์กรในไต้หวัน” “ด้วยการยกระดับผู้เชี่ยวชาญด้านนักลงทุนสัมพันธ์ผ่านการเข้าถึงเทคโนโลยีล่าสุดและเครื่องมือชั้นนำ และโดยการสร้างเส้นทางสู่ชุมชนธุรกิจอันสดใสของไต้หวัน เราจะช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญด้านนักลงทุนสัมพันธ์ได้กระชับความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและดำเนินธุรกิจในตลาดต่างประเทศอย่างมั่นใจ”

“เรารู้สึกยินดีที่ได้ต้อนรับ Notified เข้าสู่ครอบครัว TIRI เรามองหาพันธมิตรที่มีมุมมองกว้างไกลในระดับสากลและขับเคลื่อนนวัตกรรมในด้านนักลงทุนสัมพันธ์ อีกทั้งความเชี่ยวชาญและโซลูชันที่ครอบคลุมของ Notified ก็สอดคล้องกับวิสัยทัศน์นี้อย่างสมบูรณ์แบบ” Jonny Kuo ประธานของ TIRI กล่าว “เมื่อเราร่วมมือกับ Notified ความก้าวหน้าของผู้เชี่ยวชาญด้านนักลงทุนสัมพันธ์ของไต้หวันจะเป็นที่ประจักษ์ไปทั่วโลก และเมื่อเราแลกเปลี่ยนกับตลาดโลก จะทำให้มีเงินทุนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในไต้หวันมากขึ้น”

แพลตฟอร์มนักลงทุนสัมพันธ์ของ Notified ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญด้านนักลงทุนสัมพันธ์ในปัจจุบันสามารถจัดการการสื่อสารที่สำคัญและข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้บริการเครื่องมือที่ครอบคลุมเพื่อช่วยให้มีส่วนร่วมมากขึ้นและสร้างความไว้วางใจในหมู่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Notified.com

เกี่ยวกับ Notified

ที่ Notified เราสนับสนุนผู้บอกเล่าเรื่องขององค์กร เรามอบเครื่องมือ เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญให้กับผู้เชี่ยวชาญด้านนักลงทุนสัมพันธ์และการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้บอกเล่าเรื่องราวได้อย่างทรงพลัง มีประสิทธิภาพ และไร้ข้อบกพร่อง

จากการได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วโลกมากกว่า 10,000 ราย เราช่วยให้ทีมงานนักลงทุนสัมพันธ์และการประชาสัมพันธ์สามารถควบคุมเรื่องราวขององค์กรของตนได้ ด้วยชุดโซลูชันระดับโลกที่ได้รับรางวัลและทีมงานบริการลูกค้าที่มุ่งเน้นในด้านนี้โดยเฉพาะ โซลูชันการสื่อสารครบวงจรของเราครอบคลุมทุกอย่างตั้งแต่การเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ผ่าน GlobeNewswire การฟังเสียงของผู้บริโภค การติดตามสื่อ ไปจนถึงการประชุมแถลงผลประกอบการ เว็บไซต์นักลงทุนสัมพันธ์ และวันนักลงทุน

ที่ Notified เรื่องราวของคุณจะบอกเล่าได้ไกลกว่าที่เคย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ notified.com สมัครสมาชิกบล็อกของเราและติดตามเราได้ที่ LinkedIn

Notified เป็นส่วนหนึ่งของ West Technology Group, LLC ซึ่งควบคุมโดยบริษัทในเครือของกองทุนบางแห่งที่บริหารโดย Apollo Global Management, Inc. (NYSE: APO)

เกี่ยวกับสถาบันนักลงทุนสัมพันธ์ไต้หวัน (TIRI)

สถาบันนักลงทุนสัมพันธ์ไต้หวัน (TIRI) ก่อตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มการสื่อสารสำหรับทีมผู้บริหาร ผู้ถือหุ้น นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ตลาดทุน และหน่วยงานกำกับดูแลที่ทำงานร่วมกับบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ตลาดซื้อขายนอกตลาดหลักทรัพย์ และตลาดเกิดใหม่ รวมถึงบริษัทที่วางแผนจะเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะและบริษัทด้านนวัตกรรมที่ไม่ได้จดทะเบียน สถาบันดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อพัฒนานักลงทุนสัมพันธ์ในไต้หวัน เพิ่มขีดความสามารถและจุดยืนในตำแหน่งหน้าที่การงานของสมาชิก รวมทั้งปรับปรุงการสื่อสารกับตลาดทุนระหว่างประเทศ

ติดต่อด้านสื่อ

Caroline Smith: [email protected]

ข่าวเผยแพร่นี้ได้รับการเผยแพร่โดยบุคคลที่ผ่านการตรวจสอบ CLEAR®


GlobeNewswire Distribution ID 9219789

MoneyHero Group ประกาศข้อเสนอที่ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายในการเข้าซื้อกิจการ MoneySmart

MoneyHero แพลตฟอร์มการเงินส่วนบุคคลที่ใหญ่ที่สุดและเป็นบริษัทเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ ยื่นข้อเสนอมูลค่า 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อเข้าซื้อหุ้น 100% ของคู่แข่งอย่าง MoneySmart

สิงคโปร์, Aug. 24, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — MoneyHero Limited (NASDAQ: MNY) (ต่อไปนี้จะเรียกว่า “MoneyHero” หรือ “บริษัท”) แพลตฟอร์มชั้นนำของตลาดในด้านการรวบรวมและการเปรียบเทียบทางการเงินส่วนบุคคลและการประกันภัยดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศในวันนี้ว่าได้ทำข้อเสนอที่ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายเพื่อเข้าซื้อหุ้น 100% ของ MoneySmart ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มอันดับสองในตลาด กลยุทธ์ความเคลื่อนไหวนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับตำแหน่งผู้นำของ MoneyHero และช่วยให้เกิดความร่วมมือครั้งสำคัญในภาพรวมด้านการเงินส่วนบุคคลและประกันภัยที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดดในเอเชีย

ตามข้อเสนอที่ระบุไว้ MoneyHero ได้ประเมินมูลค่าของ MoneySmart ไว้ที่ 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้งยังเปิดโอกาสที่จะเพิ่มมูลค่าในอนาคต การพิจารณาข้อเสนอมูลค่า 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐนี้จะจ่ายให้ในรูปแบบของหุ้นใหม่ของ MoneyHero ในขณะที่ข้อเสนอที่มีโอกาสพิจารณามูลค่าเพิ่มเติมจะจ่ายให้เป็นเงินสด ขึ้นอยู่กับผลการตรวจสอบสถานะอย่างละเอียด แม้ว่า MoneyHero จะมีความตั้งใจที่จะเข้าซื้อหุ้น 100% ของ MoneySmart แต่บริษัทก็ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นรายย่อยในจำนวนเท่าใดก็ได้

การพิจารณาข้อเสนอมูลค่า 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐในรูปแบบหุ้น MNY และจำนวนเงินสดเพิ่มเติม (ที่จะกำหนดตามผลการตรวจสอบสถานะ) นั้นอ้างอิงจากการลดทุนล่าสุดของ MoneySmart ซึ่งปรากฏอยู่ในเอกสารที่ยื่นต่อหน่วยงานด้านการบัญชีและกำกับดูแลองค์กรของสิงคโปร์ ข้อเสนอของ MoneyHero แสดงให้เห็นถึงมูลค่าระดับสูงสำหรับธุรกิจของ MoneySmart รวมถึงความเชื่อมั่นในมูลค่าที่ MoneySmart จะนำมาสู่บริษัทที่ควบรวมกิจการกันนี้

“ข้อเสนอของเราที่มีต่อ MoneySmart สะท้อนให้เห็นถึงมูลค่าเชิงกลยุทธ์ของการควบรวมบริษัททั้งสองของเรา” Rohith Murthy ประธานกรรมการบริหารของ MoneyHero กล่าว “การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จะช่วยเสริมความมั่นคงให้กับความเป็นผู้นำของเราในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่ดียิ่งขึ้น ด้วยการซื้อหุ้นคืนของ MoneySmart ในช่วงที่ผ่านมา เราเชื่อว่าเราได้ทำข้อเสนอที่ยุติธรรมและน่าสนใจ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย และที่สำคัญที่สุด เราเชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้จะสร้างมูลค่ามากมายให้กับผู้ถือหุ้นและลูกค้าของเรา”

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ MoneyHero รวมถึงข้อมูลสำหรับนักลงทุนและการเรียนรู้เกี่ยวกับโอกาสในการร่วมงานกับเราได้ที่ www.MoneyHeroGroup.com

เกี่ยวกับ MoneyHero Group
MoneyHero Limited (NASDAQ: MNY) เป็นผู้นำตลาดในภาคส่วนการรวบรวมและการเปรียบเทียบทางการเงินส่วนบุคคลออนไลน์และการประกันภัยดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัทมีการดำเนินธุรกิจในตลาดเกิดใหม่ของสิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน และฟิลิปปินส์ กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เป็นแบรนด์ของทางบริษัทประกอบด้วยแพลตฟอร์ม B2C ได้แก่ MoneyHero, SingSaver, Money101, Moneymax, และ Seedly รวมถึงแพลตฟอร์ม B2B ชื่อ Creatory นอกจากนี้ บริษัทยังถือหุ้นในบริษัทฟินเทคของมาเลเซียอย่าง Jirnexu Pte. Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Jirnexu Sdn. Bhd. ผู้ให้บริการ RinggitPlus แพลตฟอร์ม B2C ที่ใหญ่ที่สุดในมาเลเซีย ปัจจุบัน MoneyHero จัดการความสัมพันธ์กับพันธมิตรทางการค้าและบริการทั่วทั้งองค์กรกว่า 279 รายการ อีกทั้งมีผู้ใช้ที่ไม่ซ้ำกันรายเดือน 8.7 ล้านรายทั่วทั้งแพลตฟอร์มในช่วง 12 เดือนที่มีการวัดจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2023 ผู้สนับสนุนของบริษัท ได้แก่ Peter Thiel ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง PayPal, Palantir Technologies และ Founders Fund และ Richard Li นักธุรกิจชาวฮ่องกงซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและประธานของ Pacific Century Group หากต้องการเรียนรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ MoneyHero และวิธีการที่บริษัทฟินเทคแห่งนวัตกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของเอเชียแปซิฟิก โปรดไปที่ www.MoneyHeroGroup.com

หากต้องการสอบถาม กรุณาติดต่อ:

สำหรับนักลงทุน:
ทีมงานนักลงทุนสัมพันธ์ของ MoneyHero
[email protected]

สำหรับสื่อมวลชน:
Gaffney Bennett ฝ่ายการประชาสัมพันธ์
[email protected]

GlobeNewswire Distribution ID 9219750

ระวังนักเล่นพนันที่อายุต่ำกว่าเกณฑ์: คาสิโนออนไลน์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล จะริบเงินชนะพนันและนำเครื่องมือตรวจสอบอายุแบบไบโอเมตริกมาใช้

วอเตอร์ฟอร์ด, ไอร์แลนด์, Aug. 23, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — คาสิโนออนไลน์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลทั่วโลก จะริบเงินชนะพนันของผู้ที่มีอายุต่ำกว่าเกณฑ์ตามกฎหมาย เพื่อทวีคูณความพยายามที่จะป้องกันไม่ให้ผู้เยาว์เล่นการพนัน อุตสาหกรรมการพนันไม่เพียงวางแนวทางที่ชัดเจนในการป้องกันการเล่นที่ผิดกฎหมาย แต่ยังได้นำเทคโนโลยีการตรวจสอบอายุใบหน้าแบบไบโอเมตริกที่ล้ำสมัยมาใช้เพื่อช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับแพลตฟอร์มของตน

พอร์ทัลแหล่งข้อมูลคาสิโนระดับโลก Minimum Deposit Casinos (MDC) ซึ่งเป็นแผนกหนึ่งของ OneTwenty Group กล่าวว่าความคิดริเริ่มเหล่านี้เน้นให้เห็นว่าอุตสาหกรรมนี้มองเรื่องนี้อย่างจริงจังเพียงใด สำหรับในสหรัฐอเมริกา คาสิโน 5 แห่งในนิวเจอร์ซีย์และสนามแข่งม้าแห่งหนึ่งได้ริบเงินชนะพนัน 77,000 ดอลลาร์จากผู้เยาว์แล้ว

“คาสิโนออนไลน์กำลังก้าวขึ้นไปอีกขั้นในการต่อกรกับเรื่องนี้ และวิธีการที่ตรงไปตรงมานี้จะทำหน้าที่เป็นสิ่งยับยั้งไม่ให้เกิดขึ้น โดยตอกย้ำว่าการพนันของผู้เยาว์จะไม่ก่อให้เกิดผลตอบแทนอย่างแท้จริง เรากำลังส่งคำเตือนที่เข้มข้นเพื่อให้เด็ก ๆ อยู่ห่างจากเว็บไซต์การพนัน เงินชนะพนันที่ถูกริบไป จะถูกส่งต่อไปยังหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะใช้ในการสนับสนุนโครงการต่าง ๆ อย่างเช่นการบำบัดโรคติดการพนัน” Miranda Raaff หัวหน้าฝ่ายข้อมูล iGaming ที่ MDC กล่าว

“นอกจากนี้ การนำเครื่องมือตรวจสอบอายุมาใช้ยังถือเป็นก้าวสำคัญในการเดินหน้าภารกิจที่ต่อเนื่องของเรา การบูรณาการเครื่องมือขั้นสูงเหล่านี้ทำให้อุตสาหกรรมนี้ไม่เพียงแค่ก้าวทันยุคดิจิทัลเท่านั้น แต่ยังสร้างมาตรฐานใหม่ในการปกป้องนักเล่นอีกด้วย”

รัฐบาล เช่น ในเยอรมนีและอาร์เจนตินา ก็เข้ามามีส่วนร่วมและรับรองเครื่องมือตรวจสอบเหล่านี้สำหรับเว็บไซต์ออนไลน์ ออสเตรเลียกำลังตามติดการใช้เครื่องมือตรวจสอบอายุนี้เช่นกัน ในขณะที่สหราชอาณาจักรก็กำลังพิจารณาเรื่องนี้

“เนื่องจากแนวโน้มนี้ได้รับแรงผลักดันมากขึ้น จึงคาดว่าคาสิโนออนไลน์และประเทศต่าง ๆ จะทำตามเพิ่มมากขึ้น” ในโลกที่การเข้าถึงดิจิทัลอยู่แค่ปลายนิ้วของวัยรุ่นทุกคน การต่อต้านไม่ให้มีการพนันของผู้เยาว์จึงมีความสำคัญมากกว่าที่ผ่านมา” Raaff กล่าว

“อุตสาหกรรมนี้ยังคงมั่นคงแน่วแน่ต่อภารกิจในการปกป้องผู้เยาว์ เรากำลังก้าวหน้าอย่างมากและจะสนับสนุนให้มีสภาพแวดล้อมการพนันที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นทั่วโลกต่อไป โดยอาศัยความร่วมมือและความมุ่งมั่นร่วมกันเพื่อให้มีการพนันอย่างมีความรับผิดชอบ”

เกี่ยวกับ MDC

Minimum Deposit Casinos ซึ่งเป็นแผนกหนึ่งของ OneTwenty Group คือพอร์ทัลทรัพยากรข้อมูลคาสิโนชั้นนำระดับโลก ซึ่งตรวจสอบและแนะนำเฉพาะคาสิโนออนไลน์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล และที่น่าไว้วางใจและน่าเชื่อถือสูงสุด ให้กับนักเล่นพนัน พอร์ทัลดังกล่าวดำเนินงานนี้ด้วยการตรวจสอบคาสิโนในด้านความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัย โดยรับรองใบอนุญาตการพนันที่ถูกต้องและเครื่องมือเพื่อการพนันอย่างมีความรับผิดชอบ รวมถึงแนวปฏิบัติด้านการพนันที่ยุติธรรม

ข้อมูลติดต่อ: [email protected]

เว็๋บไซต์: www.minimumdepositcasinos.org

GlobeNewswire Distribution ID 1000987956

Briscoe Group ร่วมมือกับ Impact Analytics เพื่อให้บริการดำเนินการขายปลีกโดยขับเคลื่อนด้วยข้อมูล

ผู้ค้าปลีกสินค้าภายในบ้านและสินค้ากีฬาที่มีร้านค้า 90 แห่งจากประเทศนิวซีแลนด์จะใช้แพลตฟอร์มการจัดการสินค้าและห่วงโซ่อุปทานด้วย AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคาดการณ์ การจัดการสินค้าคงคลัง และอีกมากมาย

นิวยอร์ก, Aug. 22, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — Impact Analytics™ ผู้บุกเบิกโซลูชันการวางแผน การจัดการสินค้า และการกำหนดราคาที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้ประกาศในวันนี้ว่า บริษัทได้เข้าเป็นพาร์ทเนอร์กับ Briscoe Group ซึ่งเป็นกลุ่มค้าปลีกชั้นนำในนิวซีแลนด์ที่เป็นผู้ดำเนินกิจการแบรนด์ Briscoes Homewares และ Rebel Sport ภายใต้เงื่อนไขของความร่วมมือนี้ Briscoe Group จะนำแพลตฟอร์มการจัดการสินค้าและห่วงโซ่อุปทานด้วย AI ของ Impact Analytics รวมถึง PlanSmart, AssortSmart, InventorySmart และ AttributeSmart มาปรับใช้ เพื่อทำการตัดสินใจโดยขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ปรับปรุงความแม่นยำของการคาดการณ์ ปรับปรุงการจัดการสินค้าคงคลัง ตลอดจนส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับให้กับลูกค้าในที่สุด

Andrew Scott, COO ของ Briscoe Group กล่าวว่า “หลังจากประเมินโอกาสในการบูรณาการความสามารถ AI ขั้นสูงเข้ากับการดำเนินการของเราอย่างถี่ถ้วนแล้ว เราได้เลือก Impact Analytics เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มที่เน้นการขายปลีกเป็นพิเศษและมีทีมผู้เชี่ยวชาญที่มากประสบการณ์” “ความสามารถของแพลตฟอร์มในการส่งมอบมูลค่าที่รวดเร็วผ่านการโต้ตอบด้วยโมดูลแบบไดนามิกและการคาดการณ์ด้วย AI ที่ซับซ้อนจะช่วยให้ธุรกิจของเราสามารถคาดการณ์อนาคตและลดผลกระทบที่มีต่อธุรกิจได้ อีกทั้งยังมั่นใจได้ว่าเราจะยังคงอยู่ในแถวหน้าของนวัตกรรมการค้าปลีก”

Prashant Agrawal ซีอีโอของ Impact Analytics กล่าวว่า “เรารู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นพาร์ทเนอร์กับ Briscoe Group ในการเปลี่ยนแปลงธุรกิจอันน่าทึ่งนี้” “ความมุ่งมั่นและทุ่มเทของทีม Briscoe Group ในการสร้างความเป็นเลิศและนวัตกรรมด้านการค้าปลีกนั้นสร้างแรงบันดาลใจได้อย่างแท้จริง เรามั่นใจว่าแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของเราจะช่วยให้พวกเขาบรรลุเป้าหมายเชิงกลยุทธ์และผลักดันสู่การเติบโตที่ยั่งยืนได้”

โมดูล PlanSmart ของ Impact Analytics ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ค้าปลีกเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการวางแผนด้านการเงินสินค้า ตลอดจนจัดการงบประมาณการซื้อแบบ Open-to-buy ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยระบบนี้ใช้ประโยชน์จากการคาดการณ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในการเพิ่มความแม่นยำของแผนการเงิน ช่วยให้สอดคล้องกับความต้องการและสินค้าคงคลังมากขึ้น และช่วยให้ผู้ค้าปลีกตัดสินใจโดยอิงตามข้อมูลเพื่อปรับปรุงผลกำไรและลดความเสี่ยงจากการสต็อกสินค้าจำนวนมากเกินไปหรือสินค้าหมดสต็อก

AssortSmart คือซอฟต์แวร์การวางแผนการเลือกสรรสินค้าที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยซอฟต์แวร์นี้จะช่วยให้บริษัทค้าปลีกชั้นนำอย่าง Briscoe สามารถเลือกสรรประเภทสินค้าที่เน้นลูกค้า สร้างผลกำไร และเป็นสินค้าที่เหมาะกับแต่ละพื้นที่ในหลายๆ สถานที่ได้ การวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลและการใช้อัลกอริธึมขั้นสูงจะช่วยให้ผู้ค้าปลีกสามารถตัดสินใจโดยมีข้อมูลครบถ้วน เพื่อเพิ่มยอดขาย ลดการลดราคา และเพิ่มผลกำไรโดยรวม

InventorySmart คือเครื่องมือคาดการณ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งช่วยให้ผู้ค้าปลีกสามารถคาดการณ์ความต้องการสินค้าคงคลังได้อย่างแม่นยำ ตลอดจนเพิ่มผลกำไรด้วยการลดการสต็อกสินค้าที่มากเกินไปและเพิ่มประสิทธิภาพการเลือกสรรสินค้าและการจัดจำหน่าย InventorySmart ช่วยให้ผู้ตัดสินใจมีความเข้าใจอย่างครอบคลุมถึงความต้องการ โดยมีการพิจารณาตัวแปรมากกว่า 200 ตัว ช่วยให้จัดการสินค้าคงคลังและวางแผนเชิงกลยุทธ์อย่างมีข้อมูลครบถ้วน

AttributeSmart คือซอฟต์แวร์แท็กผลิตภัณฑ์อัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งจะช่วยให้ผู้ค้าปลีกสามารถปรับปรุงโอกาสค้นพบผลิตภัณฑ์และการจัดการสินค้าให้ดีขึ้น โดยระบบนี้จะใช้คอมพิวเตอร์วิทัศน์และแมชชีนเลิร์นนิงในการสร้างแท็กผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องโดยอัตโนมัติจากแหล่งต่างๆ ซึ่งรวมถึงรูปภาพ คำอธิบายข้อความ และการรีวิวของลูกค้า

เกี่ยวกับ Briscoe Group

Briscoe Group เป็นกลุ่มธุรกิจค้าปลีกชั้นนำในประเทศนิวซีแลนด์ซึ่งดำเนินกิจการร้านค้า 90 แห่งและเว็บไซต์สองแห่งโดยใช้แบรนด์ Briscoe Homewares และ Rebel Sport บริษัทมุ่งมั่นที่จะส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริการที่เป็นเลิศ และประสบการณ์การซื้อสินค้าที่ราบรื่นให้แก่ลูกค้า

เกี่ยวกับ IMPACT ANALYTICS

Impact Analytics ให้บริการชุดโซลูชันแบบองค์รวมที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อช่วยให้แบรนด์ต่างๆ คาดการณ์อนาคตและลดผลกระทบที่มีต่อธุรกิจได้โดยใช้การวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ บริษัทเป็นผู้บุกเบิกและพัฒนาการใช้ AI ในการคาดการณ์ การวางแผน และการดำเนินการมานานเกือบทศวรรษ โดยให้บริการแก่กลุ่มอุตสาหกรรมค้าปลีก ของชำ การผลิต และ CPG ด้วยเครื่องมือต่างๆ สำหรับการวางแผน การคาดการณ์ การจัดการสินค้า และการกำหนดราคา Impact Analytics จึงช่วยให้บริษัทต่างๆ สามารถตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาดโดยอิงตามข้อมูล แทนที่จะต้องพึ่งพาข้อมูลตัวเลขของปีที่ผ่านมาในการคาดการณ์และวางแผนธุรกิจในปีนี้ นอกจากนี้ บริษัทยังนำเสนอเครื่องมือเพื่อทำให้การทำงานต่างๆ ที่อุตสาหกรรมเคยจัดการด้วยตนเองโดยใช้สเปรดชีตมาเป็นเวลานานเป็นระบบอัตโนมัติ และเพื่อรวมและปรับปรุงกระบวนการรายงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้ผู้บริหารสามารถพึ่งพาแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือในการตัดสินใจได้จากแหล่งเดียว Impact Analytics ก่อตั้งและนำโดย Prashant Agrawal อดีตที่ปรึกษาอาวุโสของ McKinsey และ Boston Consulting Group และปัจจุบันเป็นศาสตราจารย์วุฒิคุณที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย โดยสอนเกี่ยวกับการใช้ AI ในการขายปลีก

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ Impact Analytics

ข้อมูลติดต่อด้านสื่อ
สำหรับ Impact Analytics:
Danielle Poggi
Berns Communications Group
[email protected]

GlobeNewswire Distribution ID 9219187