Quantexa ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำด้าน Enterprise and Payment Fraud Solutions ในรายงาน RiskTech Quadrant® For Enterprise Fraud Solutions ประจำปี 2024

Chartis ยังได้ยอมรับความสามารถ AI ของแพลตฟอร์ม Decision Intelligence ของ Quantexa สำหรับการใช้งานเฉพาะทางในการตรวจจับการฉ้อโกงภาษีและกรณีการใช้งานต่าง ๆ ของรัฐบาล

ลอนดอน, Sept. 09, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — Quantexa ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชัน Decision Intelligence (DI) สำหรับภาคส่วนสาธารณะและเอกชน ได้ประกาศในวันนี้ว่าบริษัทได้รับการยอมรับให้เป็น Category Leader ใน RiskTech Quadrant® for Enterprise Fraud Solutions ในด้าน Enterprise and Payment Fraud Solutions (โซลูชันด้านการฉ้อโกงระดับองค์กรและการชำระเงิน) ของ Chartis Research ซึ่งอยู่ในรายงาน Market Update and Vendor Landscape ประจำปี 2024 ตำแหน่งผู้นำสะท้อนถึงประสิทธิภาพที่แข็งแกร่งของ Quantexa ในเกณฑ์สำคัญหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเทคนิคการตรวจจับการฉ้อโกงขั้นสูงและแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่งสำหรับการวิเคราะห์การฉ้อโกง

รายงาน Chartis Market Update and Vendor Landscape ประจำปีได้ระบุถึงธีมสำคัญหลายประการในตลาดด้านโซลูชันป้องกันการฉ้อโกง ธีมดังกล่าวรวมถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของ AI เพื่อสร้างข้อมูลใหม่ (Generative AI) ในการทำงานอัตโนมัติและการร่วมควบคุมโซลูชันป้องกันการฉ้อโกง รายงานได้อธิบายถึงวิธีที่ผู้จำหน่ายใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้าในภูมิทัศน์ด้านการฉ้อโกง การที่ Quantexa ได้รับเลือกให้เป็น Category Leader ถือเป็นการยกย่องแนวทางแพลตฟอร์มที่สร้างสรรค์และครอบคลุม ซึ่งผสานรวมเวิร์กโฟลว์กับการวิเคราะห์กราฟความรู้ และจัดการกับความท้าทายที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องในด้านความเสี่ยงด้านการระบุตัวตนและการฉ้อโกงของแอปพลิเคชัน

นอกจากนี้ Quantexa ยังได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในผู้จำหน่ายชั้นนำในการจัดอันดับและรายงานการวิจัย Chartis RiskTechAI 50 2024 ครั้งแรก รายงาน Chartis RiskTechAI 50 จัดอันดับโซลูชัน AI ระดับโลกในด้านเทคโนโลยีความเสี่ยง และยอมรับความสามารถของ Quantexa ในการใช้ AI สำหรับแอปพลิเคชันเฉพาะทางในการตรวจจับการฉ้อโกงภาษีและกรณีการใช้งานต่าง ๆ ของรัฐบาล ในรายงานดังกล่าว เทคโนโลยี Quantexa ได้รับการยกย่องในสองหมวดหมู่ ได้แก่ ความสามารถในการตรวจจับการฉ้อโกงภาษีขั้นสูง และ ‘AI สำหรับแอปพลิเคชันของรัฐบาล

การได้รับการยอมรับนี้ตอกย้ำความเชี่ยวชาญชั้นนำในอุตสาหกรรมของ Quantexa ในการใช้ประโยชน์จาก AI สำหรับแอปพลิเคชันเฉพาะทางเพื่อตรวจจับการฉ้อโกงภาษีและกรณีการใช้งานต่าง ๆ ของรัฐบาล

การได้รับการยอมรับนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญสำหรับ Quantexa ซึ่งอยู่ในขณะที่บริษัทดำเนินการเปิดตัวเทคโนโลยี Q Assist เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าประสบความสำเร็จในการนำ AI ไปใช้ ชุดเทคโนโลยีนี้ช่วยให้ลูกค้าของ Quantexa สามารถใช้งาน AI เพื่อสร้างข้อมูลใหม่มาใช้ปฏิบัติงานให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยไม่ต้องลงทุนมากในด้านโครงสร้างพื้นฐาน เครื่องมือ และทรัพยากรที่มีทักษะเพิ่มเติม


Q Assist นำความสามารถของ AI เพื่อสร้างข้อมูลใหม่มาสู่แพลตฟอร์ม Decision Intelligence ของ Quantexa
ชมวิดีโอฉบับเต็ม

Ivan Heard หัวหน้าฝ่ายโซลูชันการฉ้อโกงระดับโลกของ Quantexa กล่าวว่า:การที่ Chartis จัดอันดับให้เราเป็นหนึ่งในบริษัทผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงร่วมกับบริษัทผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ในหมวดหมู่อื่น  นั้น ได้เป็นแรงบันดาลใจให้เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาเทคนิคการตรวจจับการฉ้อโกงที่ขับเคลื่อนด้วย AI ขั้นสูงต่อไป การได้รับการยอมรับว่าเราคือโซลูชันที่ดีที่สุดในระดับเดียวกันเป็นการยืนยันว่าเรากำลังมอบความสามารถที่แข็งแกร่งที่สุดเป็นอันดับต้น  ให้กับลูกค้าของเราในการตรวจจับการฉ้อโกงประเภทใหม่  เช่น การตรวจจับแอปและบัญชีม้า เป้าหมายของเราคือการแก้ไขปัญหาที่เปลี่ยนแปลงไปซึ่งลูกค้าของเราต้องเผชิญในโลกของการฉ้อโกงที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ โดยพัฒนาเทคนิคการตรวจจับการฉ้อโกงขั้นสูงที่เหนือกว่าวิธีการแบบเดิม และทำให้แน่ใจว่าความก้าวหน้าล่าสุดในด้าน AI สำหรับลูกค้าของเรานั้น เมื่อนำไปใช้แล้ว จะทำให้ลูกค้าของเราเข้าใจลูกค้าของตนได้ดียิ่งขึ้น

Maryam Akram หัวหน้าฝ่ายวิจัยที่ Chartis กล่าวเสริมว่า:การใช้ AI และการเรียนรู้ของเครื่องจักรอย่างสร้างสรรค์ของ Quantexa ในการรวบรวม เตรียม ประมวลผล และวิเคราะห์ข้อมูล รวมถึงการทำให้กระบวนการทางธุรกิจเป็นอัตโนมัติในด้านต่าง  เช่น การบ่งชี้และระบุเอนทิตี้ (Entity Resolution) และระบบธุรกิจอัจฉริยะ (Business Intelligence) ได้ช่วยให้บริษัทได้รับตำแหน่งและรางวัลในการจัดอันดับของ RiskTechAI แพลตฟอร์มนี้ช่วยให้สามารถใช้เทคนิค AI และการเรียนรู้ของเครื่องจักรได้หลากหลาย ทั้งแบบมีผู้ดูแลและไม่มีผู้ดูแล เพื่อส่งมอบความสามารถขั้นสูง

ภูมิทัศน์ของการฉ้อโกงกำลังเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากความซับซ้อนได้มีการเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจต่อความเสี่ยงอย่างลึกซึ้ง และแนวทางการจัดการการฉ้อโกงที่ไม่เหมือนใครและสร้างสรรค์ของ Quantexa ก็สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงนี้” Nick Vitchev ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยที่ Chartis กล่าว “Quantexa สามารถผสมผสานสัญญาณการฉ้อโกงและความเสี่ยงต่าง  เข้าด้วยกัน และระบุการเชื่อมโยงที่ตรวจจับได้ยาก ทำให้มีวิธีจัดการการสืบสวนการฉ้อโกงในระดับสเกลขนาดใหญ่ที่น่าสนใจ ตลอดจนวิธีการฉ้อโกงหลัก  ในปัจจุบัน (เช่น การตรวจจับการฉ้อโกงของแอปและการตรวจจับบัญชีม้า)”

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบป้องกันการฉ้อโกงด้านภาษีขั้นสูงและ AI สำหรับการเพิ่มความสามารถในการดำเนินงานของรัฐบาลของ Quantexa โปรดไปยังที่นี่

เกี่ยวกับ Quantexa
Quantexa เป็นบริษัทซอฟต์แวร์ด้านข้อมูลและการวิเคราะห์ AI ระดับโลกที่บุกเบิกด้านตัวช่วยการตัดสินใจอัจฉริยะ ที่ให้อำนาจองค์กรในการตัดสินใจในเรื่องเกี่ยวกับการปฏิบัติงานที่เชื่อถือได้โดยการให้ข้อมูลตามบริบท แพลตฟอร์มตัวช่วยการตัดสินใจอัจฉริยะของ Quantexa ช่วยให้องค์กรค้นพบความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่และโอกาสใหม่ ๆ โดยการนำข้อมูลที่แยกกันมาผนวกรวมและเปลี่ยนให้เป็นแหล่งข้อมูลที่สามารถใช้ซ้ำและเชื่อถือได้ด้วยการใช้ความก้าวหน้าล่าสุดของปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาด้านความท้าทายที่สำคัญได้อย่างครอบคลุม ทั้งการจัดการข้อมูล การเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า KYC อาชญากรรมทางการเงิน ความเสี่ยง การฉ้อโกง และความปลอดภัย ซึ่งสามารถช่วยแก้ปัญหาได้ตลอดวงจรการตัดสินใจของลูกค้า

แพลตฟอร์มตัวช่วยการตัดสินใจอัจฉริยะของ Quantexa ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานด้วยความแม่นยำมากกว่า 90% อีกทั้งความละเอียดของแบบจำลองการวิเคราะห์ก็รวดเร็วกว่าวิธีการแบบดั้งเดิมถึง 60 เท่า การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับแพลตฟอร์มตัวช่วยการตัดสินใจอัจฉริยะของ Quantexa ที่มอบหมายให้ Forrester TEI ดำเนินการโดยอิสระ พบว่าลูกค้ามีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) 228% ในช่วงเวลาสามปี Quantexa ก่อตั้งขึ้นในปี 2016 ในปัจจุบันมีพนักงานมากกว่า 750 คน และผู้ใช้แพลตฟอร์มหลายพันรายที่ทำงานเกี่ยวกับธุรกรรมและจุดรวบรวมข้อมูลหลายพันล้านรายการทั่วโลก

ติดต่อสอบถามด้านสื่อ
ติดต่อ: Stephanie Crisp, Fight or Flight
อีเมล: [email protected]
หรือ
ติดต่อ: Adam Jaffe รองประธานอาวุโสฝ่ายการตลาดขององค์กร
โทร: +1 609 502 6889
อีเมล: [email protected]

ดูรูปภาพที่ใช้ประกอบการประกาศนี้ได้ที่ http://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/b569f978-6626-4b46-9533-6c977de47bd3

GlobeNewswire Distribution ID 1000990742

กองบัญชาการปฏิบัติการพิเศษของสหรัฐฯ มอบรางวัลแก่ Quantexa ด้วยการร่วมลงนามในสัญญา

นิวยอร์ก, Sept. 09, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — Quantexa ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชัน Decision Intelligence สำหรับภาคส่วนสาธารณะและเอกชน ได้ประกาศในวันนี้ว่าบริษัทได้ลงนามในสัญญาฉบับแรกกับรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ผ่านข้อตกลงใหม่กับ U.S. Special Operations Command (กองบัญชาการปฏิบัติการพิเศษของสหรัฐฯ หรือ USSOCOM) USSOCOM จะปรับใช้ Quantexa News Intelligence (QNI) ซึ่งเป็นโซลูชัน SaaS ที่ใช้ AI ซึ่งให้ข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์จากข้อมูลข่าวทั่วโลก เพื่อระบุและตรวจสอบความเสี่ยงที่เกิดขึ้น และช่วยในการตัดสินใจที่สำคัญต่อภารกิจ

สัญญานี้เกิดขึ้นหลังจากที่ QNI ได้รับสถานะ “Awardable” ผ่าน Tradewinds Solutions Marketplace ซึ่งเป็นชุดเครื่องมือและบริการของกระทรวงกลาโหมที่ออกแบบมาเพื่อเร่งการจัดหาและการนำ AI/การเรียนรู้ของเครื่องจักร ข้อมูล และความสามารถด้านการวิเคราะห์มาใช้

QNI ใช้ประโยชน์จาก AI ขั้นสูง การเรียนรู้ของเครื่องจักร และการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (NLP) เพื่อประมวลผลบทความข่าวหลายล้านบทความต่อวัน โดยเปลี่ยนบทความเหล่านั้นให้เป็นข่าวกรองที่อุดมไปด้วยข้อมูลและนำข้อมูลไปใช้ในการปฏิบัติการได้ ขนาด ความสามารถในการเข้าถึง ความน่าเชื่อถือ ความยืดหยุ่น และความสมบูรณ์ของข้อมูลข่าวที่ QNI จัดเตรียมไว้นั้น จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับการดำเนินการด้านข่าวกรองของ USSOCOM เพื่อให้สามารถตัดสินใจได้โดยมีข้อมูลประกอบและรวดเร็วมากขึ้น Quantexa จะช่วยมอบชุดข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดชุดหนึ่งให้กับ USSOCOM สำหรับการสร้างข่าวกรองด้วย QNI

โดย QNI ช่วยให้สามารถเข้าถึงบทความข่าวจากผู้จัดพิมพ์ข่าวทั่วโลกกว่า 90,000 รายได้ทันที ซึ่งระบบจะแปลบทความเหล่านั้นเป็นภาษาอังกฤษโดยอัตโนมัติ QNI ช่วยรวบรวมข้อมูล อ่าน แท็ก และทำให้บทความสิบสี่บทความพร้อมใช้งานต่อวินาที ในทุก ๆ วินาที สำหรับ USSOCOM และหน่วยงานอื่น ๆ ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ การกรองข้อมูลให้อยู่ในหมวดหมู่เฉพาะด้านกลาโหมและความสามารถในการค้นหาเฉพาะหน่วยงานจะทำให้สามารถระบุข่าวที่เกี่ยวข้องและแม่นยำได้เร็วขึ้นและง่ายขึ้นอย่างทวีคูณในระดับโลก

“เราได้พิสูจน์แล้วว่าเราประสบความสำเร็จในการเป็นพันธมิตรกับหน่วยงานรัฐบาลทั่วโลกในการเพิ่มประสิทธิภาพและปกป้องกระบวนการข่าวกรองที่สำคัญ เราภูมิใจที่ได้ขยายการใช้งานโซลูชันนี้ไปยังรัฐบาลกลางสหรัฐฯ และทำงานร่วมกับ USSOCOM เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวิเคราะห์ขั้นสูง” Dan Higgins ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Quantexa กล่าว “ด้วย Quantexa News Intelligence จะทำให้ USSOCOM ได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีข่าวกรองที่ใช้เพื่อการตัดสินใจที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยระบุและตรวจสอบสัญญาณและเหตุการณ์ความเสี่ยงจากเนื้อหาข่าว แพลตฟอร์มของเราจะช่วยลดงานซ้ำซากและงานที่ต้องทำด้วยมือ สร้างเวิร์กโฟลว์อัตโนมัติ และจัดเตรียมข้อมูลที่พร้อมปฏิบัติการสำหรับทีมและแผนกต่าง ๆ ซึ่งทำให้กระบวนการทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ”

Quantexa เป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้สำหรับหน่วยงานรัฐบาลทั่วโลก รวมถึง U.K. Cabinet Office (สำนักงานคณะรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักร), Australia’s Executive Government (รัฐบาลผู้ทำหน้าที่บริหารของออสเตรเลีย) และหน่วยงานด้านภาษีที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ QNI โปรดไปยังที่นี่

เกี่ยวกับ Quantexa
Quantexa เป็นบริษัทซอฟต์แวร์ด้านข้อมูลและการวิเคราะห์ที่ใช้ AI ระดับโลก ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มระบบ Decision Intelligence อันจะช่วยให้องค์กรต่าง ๆ มีความมั่นใจในการตัดสินใจด้านการดำเนินงานด้วยข้อมูลในบริบท ด้วยการใช้ความก้าวหน้าล่าสุดใน AI แพลตฟอร์ม Decision Intelligence ของ Quantexa ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ ค้นพบความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ อีกทั้งยังค้นพบโอกาสใหม่ ๆ โดยรวมข้อมูลที่แยกส่วนเข้าด้วยกันและเปลี่ยนให้เป็นแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้มากที่สุดและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาในด้านความท้าทายสำคัญต่าง ๆ ได้อย่างครอบคลุม ทั้งการจัดการข้อมูล KYC การเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า อาชญากรรมทางการเงิน ความเสี่ยง การฉ้อโกง และความปลอดภัย ซึ่งสามารถช่วยแก้ปัญหาได้ตลอดวงจรการตัดสินใจของลูกค้า

แพลตฟอร์ม Quantexa Contextual Decision Intelligence ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานด้วยความแม่นยำมากกว่า 90% อีกทั้งความละเอียดของแบบจำลองการวิเคราะห์ก็รวดเร็วกว่าวิธีการแบบดั้งเดิมถึง 60 เท่า การศึกษา Forrester TEI ที่ได้รับมอบหมายอย่างอิสระเกี่ยวกับแพลตฟอร์ม Decision Intelligence ของ Quantexa พบว่าลูกค้าได้รับ ROI 228% ในระยะเวลาสามปี Quantexa ก่อตั้งขึ้นในปี 2016 ในปัจจุบันมีพนักงานมากกว่า 750 คน และมีผู้ใช้งานหลายพันคนที่ใช้งานธุรกรรมและจุดข้อมูลหลายพันล้านรายการทั่วโลก

ติดต่อสอบถามด้านสื่อ
ติดต่อ: Emma Hedges, Fight or Flight
อีเมล: [email protected]
หรือ
ติดต่อ: Adam Jaffe รองประธานอาวุโสฝ่ายการตลาดขององค์กร
โทร: +1 609 502 6889
อีเมล: [email protected]

GlobeNewswire Distribution ID 1000990628

Lantronix ประกาศรายชื่อผู้ชนะรางวัล SmartEdge Channel Partner Program ปี 2024

ผู้ชนะรางวัล SmartEdge นำเสนอโซลูชันระดับชนะรางวัลของ Lantronix สู่โลก รวมทั้งเป็นตัวแทนของระบบนิเวศพันธมิตรระดับโลกและมีความหลากหลายของ Lantronix

เออร์ไวน์, แคลิฟอร์เนีย, Sept. 07, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — วันนี้ Lantronix Inc. (NASDAQ: LTRX) ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกด้านโซลูชัน IoT ด้านการเชื่อมต่อและการประมวลผล ได้ประกาศผู้ชนะรางวัล SmartEdge™ Partner Program ปี 2024 เพื่อเป็นการเชิดชูพันธมิตรช่องทางชั้นนำจากอเมริกาเหนือ เอเชียแปซิฟิก และยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา

“ผู้ชนะ SmartEdge Partner Program ในปีนี้ต่างก็ผลักดันยอดขายทั่วโลกและสานสัมพันธ์กับลูกค้าที่เรามีร่วมกัน โดยมีส่วนช่วยให้ Lantronix ครองตำแหน่งผู้นำด้านการประมวลผลและการเชื่อมต่อระดับโลกซึ่งมอบโซลูชันระดับชนะรางวัลสำหรับแอปพลิเคชัน AI, ระบบฝังตัว, IoT และ IT เพื่อให้สามารถใช้ Edge Intelligence ได้” Kurt Hoff รองประธานฝ่ายการขายทั่วโลกของ Lantronix กล่าว “เราขอชื่นชมในความพากเพียรของผู้ชนะทุกคน และหวังว่าจะประสบความสำเร็จร่วมกันต่อไปอีกนานหลายปี”

ผู้ชนะรางวัล SmartEdge ปี 2024 ของ Lantronix ได้แก่

อเมริกาเหนือ
พันธมิตร SmartEdge แห่งปี: TD Synnex
พันธมิตรด้านนวัตกรรมของ SmartEdge: WWT
พันธมิตรด้านซอฟต์แวร์และบริการของ SmartEdge: Charter

เอเชียแปซิฟิก (APAC)
พันธมิตร SmartEdge แห่งปี: Nexty
พันธมิตรด้านนวัตกรรมของ SmartEdge: Shanghai Scopecon Technology Co., Ltd.
พันธมิตรด้านซอฟต์แวร์และบริการของ SmartEdge: Sheeltron Digital Pvt. Ltd.
ผู้มาใหม่ของ SmartEdge: EDOM

ยุโรป/ตะวันออกกลาง/แอฟริกา (EMEA)
พันธมิตร SmartEdge แห่งปี: Atlantik Elektronik GmbH
พันธมิตรด้านนวัตกรรมของ SmartEdge: Linkwave
พันธมิตรด้านซอฟต์แวร์และบริการของ SmartEdge: SOL
ผู้มาใหม่ของ SmartEdge: Netsecurity

กว่าสองทศวรรษแล้วที่ Lantronix ได้มอบชุดโซลูชันที่เชื่อถือได้ ปลอดภัย และปรับใช้ง่ายให้แก่พันธมิตรช่องทางของตน ไม่ว่าจะเป็น Out-of-Band Management, สวิตช์, System of Modules (SoM) ไปจนถึงตัวติดตาม ในฐานะผู้นำระดับโลก Lantronix ได้ช่วยลูกค้าเพิ่มผลิตภาพไปพร้อมๆ กับมอบการสนับสนุนผ่านทีมงานบริการชั้นเลิศของ Lantronix พันธมิตรช่องทางของ Lantronix ทำหน้าที่เป็นส่วนสำคัญในระบบนิเวศการสนับสนุนลูกค้าของ Lantronix

“การชนะรางวัลพันธมิตรช่องทาง SmartEdge ของ Lantronix บ่งบอกถึงความสำเร็จอันยอดเยี่ยมของเราในฐานะพันธมิตรช่องทางที่ทรงคุณค่าในภูมิภาค EMEA ซึ่งนำเสนอโซลูชันขั้นสูงให้แก่องค์กรชั้นนำทั่วโลก” Albert Windmeisser ผู้จัดการสายการผลิตของ Atlantik Elektronik GmbH กล่าว

“เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ชนะรางวัล SmartEdge อันทรงเกียรติจาก Lantronix ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกในด้านเทคโนโลยี” Steven Chaung กรรมการอาวุโสของ EDOM Technology Co Ltd. กล่าว “พิสูจน์แล้วว่าเราครองตำแหน่งหนึ่งในพันธมิตรช่องทางชั้นนำของ Lantronix ในภูมิภาค APAC เราปลาบปลื้มที่ได้เป็นพันธมิตรกับ Lantronix เพื่อถ่ายทอดโซลูชันระดับชนะรางวัลและล้ำสมัยให้แก่องค์กรชั้นนำทั่วโลก”

“เรารู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ชนะรางวัล SmartEdge ของ Lantronix ซึ่งแสดงถึงการยอมรับความสำเร็จของเราในฐานะพันธมิตรช่องทางชั้นนำจากอเมริกาเหนือ” Ryan Abel ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายได้ของ Charter Communications กล่าว “เราดีใจที่ได้นำโซลูชัน AI, ระบบฝังตัว, IoT และ IT ชั้นเยี่ยมของ Lantronix ออกสู่โลก”

SmartEdge Partner Program ของ Lantronix ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้จำหน่ายสินค้ามูลค่าเพิ่ม (VAR) และผู้รวมระบบ (SI) ขับเคลื่อนรายได้โดยสร้างความแตกต่างให้กับข้อเสนอของตนด้วยนวัตกรรม Industrial Internet of Things (IoT), Out-of-Band Management (OOBM) และโซลูชันด้านการเคลื่อนที่/การเชื่อมต่อที่ล้ำยุคของ Lantronix

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ SmartEdge Partner Program ของ Lantronix โปรดไปที่ https://www.lantronix.com/partners/

เกี่ยวกับ Lantronix

Lantronix Inc. คือผู้นำระดับโลกด้านโซลูชัน IoT ด้านการเชื่อมต่อและการประมวลผล ที่มุ่งเป้าไปยังอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูง อาทิ เมืองอัจฉริยะ ยานยนต์ และองค์กรขนาดใหญ่ ผลิตภัณฑ์และบริการของ Lantronix ช่วยให้บริษัทต่างๆ ประสบความสำเร็จในตลาด IoT ที่กำลังเติบโต โดยนำเสนอโซลูชันที่ปรับแต่งได้ซึ่งจัดการกับ IoT Stack ในแต่ละชั้น โซลูชันระดับแนวหน้าของ Lantronix ประกอบด้วยโครงสร้างพื้นฐานสถานีย่อยอัจฉริยะ ระบบสาระบันเทิง และกล้องวงจรปิด ซึ่งเสริมด้วยการจัดการนอกวงขั้นสูง (OOB) สำหรับคลาวด์และการประมวลผล Edge

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่เว็บไซต์ Lantronix

แถลงการณ์ “หลักอ่าวที่ปลอดภัย” (Safe Harbor) ภายใต้กฎหมายปฏิรูปการฟ้องร้องคดีหลักทรัพย์ส่วนบุคคลปี 1995: ข่าวประชาสัมพันธ์นี้ประกอบด้วยข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าตามคำจำกัดความของกฎหมายหลักทรัพย์ของรัฐบาลกลาง รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงข้อความที่เกี่ยวข้องกับ SmartEdge Channel Partner Program ปี 2024 ซึ่งรวมถึงข้อความเกี่ยวกับตำแหน่งในอุตสาหกรรมซึ่งมีความน่าเชื่อถือ ความปลอดภัย และความยืดหยุ่น ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้ขึ้นอยู่กับการคาดการณ์ในปัจจุบันของเรา และอยู่ภายใต้ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่สำคัญซึ่งอาจทำให้ผลลัพธ์ที่แท้จริง ธุรกิจในอนาคต สถานะทางการเงิน หรือผลการดำเนินงานของเราแตกต่างอย่างมากจากผลลัพธ์ในอดีตของเรา หรือที่แสดงหรือบอกเป็นนัยในข้อความเชิงคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคตที่มีอยู่ในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงปัจจัยต่าง ๆ เช่น ผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคและทั่วโลกที่เป็นลบหรือแย่ลง หรือความไม่แน่นอนของตลาดต่อธุรกิจของเรา รวมถึงผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อโดยลูกค้าของเรา ความสามารถของเราในการบรรเทาการหยุดชะงักใด ๆ ในห่วงโซ่อุปทานของเรา ของซัพพลายเออร์ และของผู้ขาย อันเนื่องมาจากการระบาดใหญ่ของโควิด-19 หรือการระบาดอื่น ๆ สงครามและความตึงเครียดล่าสุดในยุโรป เอเชีย และตะวันออกกลาง หรือปัจจัยอื่น ๆ การตอบสนองและผลกระทบของวิกฤตการณ์ด้านสาธารณสุขในอนาคต ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ การเปลี่ยนแปลงในกฎหมาย ข้อบังคับ และอัตราภาษีของรัฐบาลสหรัฐฯ และต่างประเทศ ความสามารถของเราในการใช้กลยุทธ์การเข้าซื้อกิจการหรือรวมบริษัทที่ได้มา ความยุ่งยากและค่าใช้จ่ายในการปกป้องสิทธิบัตรและกรรมสิทธิ์อื่น ๆ ระดับหนี้ของเรา ความสามารถของเราในการชำระหนี้ของเรา และข้อจำกัดในสัญญาหนี้ของเรา และปัจจัยเพิ่มเติมใด ๆ ที่รวมอยู่ในรายงานประจำปี Form 10-K สำหรับปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2023 ซึ่งยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“SEC”) เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2023 รวมถึงในส่วนหัวข้อ “ ปัจจัยความเสี่ยง” ในข้อ 1A ของส่วนที่ 1 ของรายงานดังกล่าว ในรายงานรายไตรมาสของเราในแบบ Form 10-Q สำหรับไตรมาสบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2024 ซึ่งยื่นต่อ SEC เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2024 รวมถึงในส่วนชื่อ “ปัจจัยความเสี่ยง” ในข้อ 1A ของส่วนที่ 2 ของรายงานดังกล่าว รวมทั้งในเอกสารอื่น ๆ ที่เรายื่นต่อ SEC อาจมีการระบุปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติมเป็นครั้งคราวในเอกสารที่เรายื่นในอนาคต ข้อความเชิงคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคตที่รวมอยู่ในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้จะกล่าวถึง ณ วันที่ในที่นี้ และเราไม่มีข้อผูกมัดใด ๆ ในการปรับปรุงข้อความเชิงคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคตเหล่านี้เพื่อสะท้อนเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่ตามมา

© 2024 Lantronix, Inc. สงวนลิขสิทธิ์ Lantronix เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน เครื่องหมายการค้าและชื่อทางการค้าอื่น ๆ เป็นของเจ้าของที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลติดต่อด้านสื่อของ Lantronix:
Gail Kathryn Miller
ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและ
การสื่อสารองค์กร
[email protected]
949-212-0960

ข้อมูลติดต่อนักวิเคราะห์และนักลงทุนของ Lantronix:
Jeremy Whitaker
ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน
[email protected]
949-450-7241

GlobeNewswire Distribution ID 9226934

Nikkiso Clean Energy & Industrial Gases Group และ GTT ประกาศความร่วมมือเพื่อพัฒนาธุรกิจในตลาดการขนส่งที่ใช้เชื้อเพลิง LNG

เทเมคูลา รัฐแคลิฟอร์เนีย, Sept. 07, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — Nikkiso Clean Energy & Industrial Gases Group ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมของ Nikkiso Co. Ltd. และ GTT ได้ประกาศในวันนี้ว่า ทั้งสองได้ร่วมเป็นพันธมิตรเพื่อสนับสนุนตลาดการขนส่งสินค้าที่ใช้เชื้อเพลิง LNG ความร่วมมือระหว่าง Nikkiso CE&IG และ GTT เป็นการผสานรวมวิศวกรรมและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยสำหรับระบบกระบวนการและการกักเก็บเมมเบรน LNG เข้ากับฮาร์ดแวร์ที่ดีที่สุดในระดับเดียวกัน การผลิตระดับโลก และความสามารถด้านการบูรณาการทางเทคนิค

เทคโนโลยี Recycool™ ที่ได้รับสิทธิบัตรของ GTT ช่วยให้สามารถกู้คืนและจัดการก๊าซส่วนเกิน (BOG) ได้อย่างปลอดภัยเพื่อหลีกเลี่ยงการปล่อยมลพิษที่ไม่ต้องการและปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง เมื่อผนวกรวมกับ Skid ปั๊มเชื้อเพลิงแรงดันสูงของ Nikkiso ความร่วมมือนี้จะมอบประสิทธิภาพที่ดีขึ้นแก่เจ้าของเรือ โดยรักษาความน่าเชื่อถือ ความทนทาน และประสิทธิภาพ เพื่อให้ลูกค้ามีความได้เปรียบทางการแข่งขันในตลาด

ความร่วมมือระหว่างเรากับ GTT และความเชี่ยวชาญที่ส่งเสริมซึ่งกันและกันจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของทั้งสองบริษัทในตลาดการขนส่งที่ใช้ LNG เป็นเชื้อเพลิง” Adrian Ridge ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nikkiso Clean Energy & Industrial Gases กล่าว “ความแข็งแกร่งนี้พิสูจน์ได้จากคำสั่งซื้อเรือขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ 10 ลำแรก และเราคาดว่าจะได้รับรางวัลอีกมากมายในอนาคต”

Jean-Baptiste Choimet ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ GTT กล่าวว่า: “ผมขอขอบคุณทีมงานของ Nikkiso สำหรับการสนับสนุนและความร่วมมือ ด้วยความเชี่ยวชาญของ GTT ในการลดอัตราการระเหยผ่านเทคโนโลยีเมมเบรนของเรา ระบบ Recycool™ จึงสามารถมอบโซลูชันที่มีประสิทธิภาพสำหรับเรือที่ใช้ LNG เป็นเชื้อเพลิงในการจัดการอัตราการระเหยและลดปริมาณคาร์บอนฟุตพรินต์ให้กับเรือได้ การนำ Recycool™ มาใช้โดยอู่ต่อเรือชั้นนำของจีนและเกาหลีได้สะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจของอุตสาหกรรมที่มีต่อโซลูชันนี้”

คุณค่าของความร่วมมือนี้ได้เป็นที่ยอมรับจากเจ้าของเรือรายใหญ่แล้วด้วยรางวัลล่าสุดจากผู้ประกอบการเดินเรือชั้นนำและโครงการต่าง ๆ มากมายที่กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาสำหรับเรือประเภทต่าง ๆ

เกี่ยวกับ Nikkiso Clean Energy & Industrial Gases Group

Nikkiso Clean Energy & Industrial Gases Group นั้นเป็นผู้ให้บริการชั้นนำด้านอุปกรณ์ไครโอเจนิก เทคโนโลยีและการใช้งานสำหรับกลุ่มตลาดพลังงานสะอาดและก๊าซอุตสาหกรรม กลุ่มบริษัทนี้มีพนักงานมากกว่า 1,700 คนใน 22 ประเทศ และบริหารงานโดย Cryogenic Industries, Inc. ในแคลิฟอร์เนียตอนใต้ สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ Nikkiso Co. Ltd. เป็นเจ้าของทั้งหมด (TSE: 6376)

ติดต่อด้านสื่อ
[email protected]

ดูรูปภาพประกอบการแถลงข่าวนี้

ได้ที่ https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/8254d660-5938-486d-af42-c71dbf70962f


GlobeNewswire Distribution ID 9226825

AI-Media เตรียมจัดแสดงนวัตกรรมแพลตฟอร์ม Alta ล้ำสมัยที่งาน IBC 2024

กรุงลอนดอน, Sept. 06, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — AI-Media ผู้นำด้านโซลูชันการสร้างคำบรรยายสดและคำบรรยายใต้ภาพ เตรียมเปิดตัวการอัปเดตครั้งสำคัญสำหรับแพลตฟอร์ม Alta ในงาน International Broadcasting Convention (IBC) 2024 ซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ระหว่างวันที่ 13-16 กันยายน ในขณะที่ผู้แพร่ภาพกระจายเสียงทั่วโลกพยายามปรับปรุงกระบวนการทำงานให้ทันสมัยและปรับปรุงความสามารถในการเข้าถึง บริษัท AI-Media ยังคงนำเสนอโซลูชันนวัตกรรมซึ่งตอบสนองต่อความท้าทายที่เร่งด่วนที่สุดในอุตสาหกรรม

การมุ่งเน้นเชิงกลยุทธ์ที่งาน IBC 2024

ในงาน IBC 2024 บริษัท AI-Media จะมุ่งเน้นการขยายฐานการดำเนินธุรกิจในตลาดยุโรปด้วยกระบวนการทำงานของ LEXI สำหรับการแพร่ภาพ โดยเน้นโซลูชันที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการทำงาน จุดเด่นหลักจะประกอบด้วย:

  • คำบรรยายสดที่ใช้งาน AI จาก LEXI: เปิดโอกาสให้ทดลองใช้งานจริง เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพ ความหน่วงต่ำ และความแม่นยำของระบบสร้างคำบรรยายอัตโนมัติของ AI-Media
  • เทคโนโลยีการเข้ารหัสสำหรับคำบรรยาย SDI และวิดีโอ IP มาตรฐานระดับ Gold ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากผู้แพร่ภาพกระจายเสียงรายใหญ่ทั่วโลก
  • โซลูชันประเภทไฟล์: ส่งเสริมโซลูชันใหม่สำหรับกระบวนการทำงานในการสร้างคำบรรยายของวิดีโอตามความต้องการ
  • คำบรรยายแบบหลายภาษาและการแปล: นำเสนอโซลูชันที่รองรับหลายภาษาเพื่อรองรับผู้ชมที่หลากหลาย
  • สถานีนวัตกรรม: นำเสนอเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น รวมถึงการพากย์เสียงสดด้วย LEXI, การบรรยายเสียงอัตโนมัติด้วย LEXI, การวิเคราะห์หัวข้อด้วยเทคโนโลยี Generative AI, การจดจำเอฟเฟกต์เสียงอัตโนมัติ และอื่น ๆ อีกมากมาย

การนำเสนอคุณค่าของ AI-Media

สำหรับผู้แพร่ภาพกระจายเสียงในยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา AI-Media นำเสนอโซลูชันการสร้างคำบรรยายแบบครบวงจรที่ผสานรวมเข้ากับกระบวนการทำงานที่มีอยู่ได้อย่างราบรื่น ด้วยประสบการณ์ในภาคสนามกว่า 20 ปี และผลงานที่พิสูจน์แล้วในการช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้แก่ลูกค้า ในฐานะพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้แพร่ภาพกระจายเสียงชั้นนำทั่วโลก AI-Media มุ่งมั่นที่จะลงทุนและสร้างสรรค์นวัตกรรมสำหรับโซลูชันการสร้างคำบรรยายอย่างต่อเนื่อง

การเพิ่มประสิทธิภาพเชิงปฏิวัติให้กับแพลตฟอร์ม Alta

การอัปเดตล่าสุดของ AI-Media บนแพลตฟอร์ม Alta เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการนำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัยสำหรับการสร้างคำบรรยายและคำบรรยายใต้ภาพในวิดีโอสด:

  • รองรับ SMPTE ST 2110-43: Alta ของ AI-Media ขณะนี้รองรับการส่งออกคำบรรยายสดในรูปแบบสตรีมวิดีโอ 2110-43 โดยใช้มาตรฐานที่ได้รับความนิยมในการส่ง Timed Text Markup Language (TTML) ภายในสตรีมวิดีโอ 2110 สิ่งนี้ช่วยให้ผู้แพร่ภาพกระจายเสียงสามารถส่งชุดอักขระที่ไม่ใช่ภาษาลาตินในแบนด์วิดท์ต่ำ และเอื้ออำนวยให้การผสานรวมกับระบบของบุคคลที่สามทำได้ง่าย รวมถึงการแปลงเป็นรูปแบบออนไลน์สำหรับการเผยแพร่ OTT
  • ความสามารถในการพากย์เสียง: รองรับการพากย์เสียงด้วย LEXI ใน Alta TS ผู้แพร่ภาพกระจายเสียงจะสามารถสร้างเสียงพากย์แบบสังเคราะห์ในหลายภาษา และสามารถใส่เข้าไปในสตรีมเอาต์พุต MPEG TS ซึ่งจะเพิ่มระดับการเข้าถึงให้หลากหลายมากยิ่งขึ้น
  • ระบบแทรกเงื่อนไข SCTE อัตโนมัติ: ระบบการทำงานอัตโนมัติด้วย LEXI ของ Alta ช่วยให้สามารถควบคุมคำบรรยายอัตโนมัติในระหว่างช่วงพักโฆษณา คำบรรยาย LEXI จะหยุดชั่วคราวโดยอัตโนมัติ หรือเล่นต่อตามการแทรกเงื่อนไข SCTE ซึ่งจะทำให้การจัดการช่วงพักโฆษณาคล่องตัวขึ้น การแทรกเงื่อนไขยังสามารถใช้เพื่อวางตำแหน่งคำบรรยายได้
  • การปรับแต่งคำบรรยาย DVB: ขณะนี้ Alta TS ช่วยให้ผู้ใช้สามารถกำหนดลักษณะของคำบรรยาย DVB Subs/บิตแมป รวมถึงขนาดตัวอักษร สี และตำแหน่ง ซึ่งรองรับตัวอักษรที่เป็นภาพ ทำให้สามารถเข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับภาษาต่าง ๆ ในเอเชีย
  • การใช้งานบน Google Cloud: นอกจาก AWS ตอนนี้ Alta ยังสามารถใช้งานบน Google Cloud ได้เช่นกัน ทำให้ผู้แพร่ภาพกระจายเสียงมีทางเลือกบนระบบคลาวด์มากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของตน

การอัปเดตล่าสุดของแพลตฟอร์ม Alta เป็นตัวเปลี่ยนเกมสำหรับผู้แพร่ภาพกระจายเสียง โดยนำเสนอระบบอัตโนมัติ ความยืดหยุ่น ประสิทธิภาพ และการเพิ่มการเข้าถึงที่ไม่มีใครเทียบได้ ซึ่งตอบสนองความต้องการของสภาพแวดล้อมสื่อสมัยใหม่ ตั้งแต่การใช้งานบนระบบคลาวด์ตั้งแต่เริ่มต้น ไปจนถึงระบบอัตโนมัติขั้นสูงและการรองรับหลายภาษา

เยี่ยมชม AI-Media ที่งาน IBC 2024

พบกับนวัตกรรมล่าสุดของ AI-Media ที่งาน IBC 2024 และค้นพบว่าเหตุใดผู้แพร่ภาพกระจายเสียงทั่วโลกจึงไว้วางใจให้ AI-Media ปรับเปลี่ยนกระบวนการสร้างคำบรรยายของตน หากต้องการจองการประชุมแบบตัวต่อตัว คลิกที่นี่ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาไปที่ ai-media.tv

รับชมการสัมภาษณ์ระหว่าง James Ward ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายของ AI-Media และ TVB Europe เกี่ยวกับแผนการจัดแสดงของ AI-Media ในงาน IBC Show 2024

เกี่ยวกับ AI-Media

AI-Media ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2003 ที่ประเทศออสเตรเลีย เป็นบริษัทเทคโนโลยีผู้บุกเบิกที่เชี่ยวชาญด้านโซลูชันกระบวนการทำงานด้านภาษาและการสร้างคำบรรยายด้วย AI

ในฐานะผู้นำระดับโลก AI-Media ให้บริการเทคโนโลยีและโซลูชันการจัดทำคำบรรยายและการแปลแบบสดและแบบบันทึกไว้คุณภาพสูงโดยใช้ AI ให้แก่ลูกค้าและตลาดต่างๆ ที่หลากหลายทั่วโลก

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 ทาง AI-Media ได้เปิดเผยข้อมูลที่สำคัญเป็นครั้งแรก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเหนือกว่าของผลิตภัณฑ์การสร้างคำบรรยายด้วย AI ของบริษัทอย่าง LEXI เมื่อเทียบกับกระบวนการทำงานของมนุษย์แบบเดิมที่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่า

ด้วยประสบการณ์ในอุตสาหกรรมอย่างล้ำลึกและเทคโนโลยี AI ที่ล้ำสมัยในการสร้างโซลูชันที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวและลดความซับซ้อนของกระบวนการ AI-Media สนับสนุนผู้แพร่ภาพกระจายเสียงชั้นนำ องค์กรธุรกิจ และหน่วยงานรัฐบาลทั่วโลกให้สามารถเข้าถึงและสร้างความครอบคลุมให้กับเนื้อหาของตนได้อย่างราบรื่น

AI-Media (ASX: AIM) เริ่มทำการซื้อขายใน ASX เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2020

ข้อมูลติดต่อด้านสื่อ: Fiona Habben – [email protected]

สามารถดูรูปประกอบประกาศนี้ได้ที่ https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/00176e34-613c-44dd-9daa-e1ec76c395d3

GlobeNewswire Distribution ID 9226498

How Much Do Vegan Diets Improve the Health of Dogs?

WINCHESTER, UK / ACCESSWIRE / September 5, 2024 / Pet food consumes at least 9% of all livestock globally, rising to 20% in nations such as the US with high pet ownership. The environmental benefits of vegan pet diets were recently found to be game-changingly large. Most of these relate to dog food. But, can dogs be healthy without consuming meat?

Dogs are biologically omnivores, and many companies now produce vegan dog food using plant, mineral and synthetic ingredients to supply all necessary nutrients. By 2024, 10 scientific studies had demonstrated good health outcomes in dogs fed vegan or vegetarian diets, and the British Veterinary Association had endorsed nutritionally-sound vegan dog diets. Yet no studies had calculated the size of the health benefits that might occur for average dogs, after controlling for age, sex, neutering status, breed size and exercise level – all factors that can affect dog health.

In 2024 veterinary Professor Andrew Knight and two colleagues published the first study to control for all of these factors. After analysing health outcomes for 2,536 dogs, including 336 fed a vegan diet for at least one year, they found decreases in the occurrences of seven general indicators of illness. Dogs fed vegan diets were less likely to need medication, medical diets or unusually high numbers of veterinary visits, were more likely to be assessed as healthy by dog owners and their veterinarians, had lower rates of illness, and fewer cases of health disorders when they were unwell. Reductions ranged from 14% – 51% for average dogs, compared to dogs fed conventional meat-based diets. All of these differences were statistically significant, meaning they almost certainly reflected true differences rather than random variation.

Additionally, the odds of suffering from six specific health disorders fell by 50%-61% compared to dogs fed conventional meat. These included some of the most common health disorders in dogs: problems with body weight, ears, and the musculoskeletal and gastrointestinal system ­- which can cause conditions such as lameness and diarrhoea.

Among the 22 most common health disorders found in a 2022 study of the same dogs, 11 were most common in dogs fed conventional meat, eight in dogs fed raw meat, and three most common in dogs few vegan diets. 49% of dogs fed conventional meat were unwell, compared to 43% fed raw meat, and 36% fed vegan diets.

Stated Prof. Knight, "Dogs fed vegan diets clearly had the best health outcomes in this very large-scale study, and these results are consistent with prior studies in this field. Nutritionally-sound vegan diets offer extremely large environmental benefits, so this is very good news for dog owners who want to protect the environment whilst also maximising their dogs’ health. However, care should always be taken to ensure diets are nutritionally-sound, by checking package labelling and purchasing from reputable pet food companies."

Contact Information

Andrew Knight
Veterinary Professor of Animal Welfare
[email protected]

SOURCE: Prof. Andrew Knight

.

View the original press release on newswire.com.

How Much Do Vegan Diets Improve the Health of Dogs?

WINCHESTER, UK / ACCESSWIRE / September 5, 2024 / Pet food consumes at least 9% of all livestock globally, rising to 20% in nations such as the US with high pet ownership. The environmental benefits of vegan pet diets were recently found to be game-changingly large. Most of these relate to dog food. But, can dogs be healthy without consuming meat?

Dogs are biologically omnivores, and many companies now produce vegan dog food using plant, mineral and synthetic ingredients to supply all necessary nutrients. By 2024, 10 scientific studies had demonstrated good health outcomes in dogs fed vegan or vegetarian diets, and the British Veterinary Association had endorsed nutritionally-sound vegan dog diets. Yet no studies had calculated the size of the health benefits that might occur for average dogs, after controlling for age, sex, neutering status, breed size and exercise level – all factors that can affect dog health.

In 2024 veterinary Professor Andrew Knight and two colleagues published the first study to control for all of these factors. After analysing health outcomes for 2,536 dogs, including 336 fed a vegan diet for at least one year, they found decreases in the occurrences of seven general indicators of illness. Dogs fed vegan diets were less likely to need medication, medical diets or unusually high numbers of veterinary visits, were more likely to be assessed as healthy by dog owners and their veterinarians, had lower rates of illness, and fewer cases of health disorders when they were unwell. Reductions ranged from 14% – 51% for average dogs, compared to dogs fed conventional meat-based diets. All of these differences were statistically significant, meaning they almost certainly reflected true differences rather than random variation.

Additionally, the odds of suffering from six specific health disorders fell by 50%-61% compared to dogs fed conventional meat. These included some of the most common health disorders in dogs: problems with body weight, ears, and the musculoskeletal and gastrointestinal system ­- which can cause conditions such as lameness and diarrhoea.

Among the 22 most common health disorders found in a 2022 study of the same dogs, 11 were most common in dogs fed conventional meat, eight in dogs fed raw meat, and three most common in dogs few vegan diets. 49% of dogs fed conventional meat were unwell, compared to 43% fed raw meat, and 36% fed vegan diets.

Stated Prof. Knight, "Dogs fed vegan diets clearly had the best health outcomes in this very large-scale study, and these results are consistent with prior studies in this field. Nutritionally-sound vegan diets offer extremely large environmental benefits, so this is very good news for dog owners who want to protect the environment whilst also maximising their dogs’ health. However, care should always be taken to ensure diets are nutritionally-sound, by checking package labelling and purchasing from reputable pet food companies."

Contact Information

Andrew Knight
Veterinary Professor of Animal Welfare
[email protected]

SOURCE: Prof. Andrew Knight

.

View the original press release on newswire.com.

Moolec Confirms US Harvest and Promising Yields for Plant-Grown Products GLASO(TM) and Piggy Sooy(TM) in October

LUXEMBOURG / ACCESSWIRE / September 5, 2024 / Moolec Science SA (NASDAQ:MLEC) ("The Company", "Moolec"), a science-based food ingredient company, announced today the harvest confirmation of US campaigns for genetically engineered plant-grown products GLASO™ and Piggy Sooy™ during October 2024.

GLASO™ and Piggy Sooy™ US Harvest Announcement
GLASO™ and Piggy Sooy™ US Harvest Announcement

GLASO™ (gamma-linolenic acid -GLA- in safflower oil) campaign located in Idaho consists of 600 planted acres of genetically modified safflower, mainly for commercial purposes. As a result of the harvest, Moolec is expecting to produce between 300 to 400 tons of safflower seeds that contain high levels of GLA. To allocate most of the upcoming GLASO™ production, Moolec has secured an offtake agreement with a major global CPG company, targeting the US market in 2025. Following a successful and rigorous audit from Moolec’s CPG customer, production is set to begin in late 2024.

The Company is also developing a broader commercial strategy to reach larger markets and clients. Moolec’s GLASO™ product contains almost 3 times more GLA than conventional sources such as borage and primrose oil, making it the most concentrated GLA oil available on the market.

Piggy Sooy™ (porcine myoglobin in soybean seeds) field trials are being carried out in 3 different US locations: Ohio, Missouri and Iowa. Main purposes for the campaign are product development (sampling), seed increase and gathering of environmental and regulatory data to continue Moolec’s US-FDA approval pathway. The Team also projects a remarkable first open field performance for its bioengineered soybean Piggy Sooy™ after recent approval for cultivation from USDA-APHIS. This has set an unprecedented milestone in biotechnology last April, with Moolec becoming the first Molecular Farming company to obtain this kind of clearance for food crops growing animal proteins in US territory.

Chief Technology Officer and Co-Founder Martín Salinas stated: "Our commitment to scaling Moolec’s Molecular Farming Technology is demonstrated by our GLASO™ campaign and the field trials of Piggy Sooy™. These efforts not only reinforce our position as pioneers in the industry but also lay the foundation for sustainable solutions in agriculture and biotechnology." He then finished by remarking: "One acre of Piggy Sooy™ could potentially produce pork meat proteins equivalent to 10 pigs, reducing water footprint, land usage and CO2 emissions. This is a clear demonstration on how we promote environmental improvements throughout all our operations. Our aim is to heal the meat production system."

Contact Information

Press & Media
[email protected]

Investor Relations
[email protected]

Related Files

Moolec Confirms US Harvest And Promising Yields For Plant-Grown Products GLASO™ And Piggy Sooy™ In October – 2024.09.05

SOURCE: Moolec Science

.

View the original press release on newswire.com.

JMGO เตรียมยกระดับการฉายภาพแบบเลเซอร์ด้วย MALC™ 2.0 เทคโนโลยีเลเซอร์สามเลนส์ที่งาน IFA 2024

พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมโปรเจคเตอร์ ด้วยความสว่าง คอนทราสต์ และการถ่ายทอดสีที่เหนือชั้น โดยสามารถทำทั้งหมดนี้ได้ในคราวเดียว

เบอร์ลิน, Sept. 05, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — JMGO ผู้นำด้านเทคโนโลยีออปติค จะเปิดตัวเทคโนโลยี MALC™ (Microstructure Adaptive Laser Control) 2.0 ระบบเลเซอร์สามเลนส์ที่พัฒนาขึ้นภายในบริษัท ในงาน IFA 2024 ณ กรุงเบอร์ลิน นวัตกรรมนี้ถูกตั้งเป้ามาเพื่อกำหนดนิยามใหม่ให้กับการฉายภาพด้วยเลเซอร์ โดยเอาชนะความท้าทายที่มีมาอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมเกี่ยวกับการฉายภาพ กล่าวคือการทำให้มีความสว่าง คอนทราสต์ และสีที่อยู่ในระดับสูงได้สำเร็จในคราวเดียวกัน

เทคโนโลยีเลเซอร์เป็นที่รู้จักกันดีว่าให้ความสว่างและสีที่เหนือกว่าระบบที่ใช้ LED และหลอดไฟ อย่างไรก็ตาม การต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างความสว่าง คอนทราสต์ และสี ถือเป็นอุปสรรคใหญ่สำหรับทั้งโปรเจคเตอร์แบบเลเซอร์และแบบไฮบริดที่ใช้เลเซอร์/LED โดยทั่วไป การเพิ่มความสว่างจะลดคอนทราสต์และทำให้สีเพี้ยนจากความเป็นจริง ขณะที่การให้ความสำคัญกับสีนั้นจะส่งผลให้ความสว่างลดลงอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งทำให้ประสบการณ์การรับชมโดยรวมด้อยลง

เทคโนโลยี MALC™ 2.0 Triple Laser Optics ของ JMGO ก้าวข้ามข้อจำกัดนี้ได้ โดยทำให้โปรเจ็กเตอร์ในซีรีส์ N1S สามารถให้ความสว่างได้สูงสุดถึง 3,500 ANSI lumens ขณะเดียวกันยังคงรักษาอัตราคอนทราสต์แบบ FOFO ที่น่าประทับใจที่ 1,600:1 และครอบคลุมมาตรฐาน BT.2020 ได้ถึง 110% ด้วยความแม่นยำของสีที่ Δ<1 ซึ่งหมายความว่าผู้ชมจะได้รับชมภาพที่สมจริงด้วยความสว่างที่โดดเด่น คอนทราสต์ที่ลึก และการถ่ายทอดสีที่แม่นยำ โดยไม่ลดทอนคุณภาพของภาพแต่อย่างใด

เครื่องเลเซอร์ MALC™ 2.0 ซึ่งรวมเทคโนโลยีที่จดสิทธิบัตรไว้ 9 รายการ ยังช่วยเพิ่มความสม่ำเสมอของความสว่าง ลดการเกิดจุดเลเซอร์ และปรับปรุงประสิทธิภาพการมองเห็นให้ดีขึ้น โดยทั้งหมดนี้ช่วยลดต้นทุนการผลิตลงอย่างมาก รายละเอียดของนวัตกรรมเหล่านี้จะนำเสนอในงานแถลงข่าววันที่ 7 กันยายน เวลา 14:00 น.

“MALC™ 2.0 Triple Laser Optics แสดงถึงความมุ่งมั่นอย่างไม่ลดละของเราในการเอาชนะความท้าทายที่ยากที่สุดในอุตสาหกรรม” Forrest Li ประธานกรรมการบริหารของ JMGO กล่าว “ในฐานะผู้นำด้านการฉายภาพด้วยเลเซอร์ พวกเราได้อยู่ระดับแนวหน้าของความก้าวหน้าทางการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการสร้างมาตรฐานใหม่ๆ ด้วยการมอบประสบการณ์การรับชมระดับพรีเมียมพร้อมกับภาพที่มีคุณภาพไร้ที่ติมาเสมอ”

ที่บูธ H20-104 ของงาน Messe Berlin บริษัท JMGO จะเปิดตัวโปรเจคเตอร์รุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี MALC™ 2.0 รวมถึงรุ่นเรือธงอย่าง N1S Ultimate 4K ผู้เข้าร่วมงานจะได้สัมผัสกับนวัตกรรมที่ล้ำสมัยเหล่านี้ด้วยตนเอง และได้เข้าร่วมกิจกรรมเชิงโต้ตอบ เช่น 120S Color Challenge และ Space of Imagination ซึ่งออกแบบมาเพื่อแสดงจุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของเทคโนโลยี MALC™ 2.0

เกี่ยวกับ JMGO
นับตั้งแต่ปี 2011 ทาง JMGO มุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์จอภาพขนาดใหญ่ที่สมจริง พร้อมความสะดวกในการพกพาและความอเนกประสงค์ JMGO มุ่งมั่นที่จะสร้างระบบนิเวศความบันเทิงภายในบ้านแบบครบวงจรเป็นรายแรกในอุตสาหกรรม ซึ่งครอบคลุมอุปกรณ์ปลายทาง เนื้อหา แพลตฟอร์ม และซอฟต์แวร์สำหรับตลาดทั่วโลก ด้วยการผสานการออกแบบที่ใช้งานได้จริงและความบันเทิงคุณภาพสูง

สามารถดูรูปประกอบของประกาศนี้ได้ที่ https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/cdb29a3c-a102-4c96-8d94-ac18b29370a0


Yiming Zhan

[email protected]

GlobeNewswire Distribution ID 9225808