Search
Close this search box.
Search

Category: Thai

CGTN: เหตุใดม้วนผ้าไหมแห่งรัฐฉู่จึงควรถูกส่งคืนประเทศจีน

CGTN ได้เผยแพร่บทความเกี่ยวกับการทวงคืนม้วนผ้าไหมแห่งรัฐฉู่ ซึ่งเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของจีนที่มีอายุกว่า 2,000 ปี และปัจจุบันถูกเก็บรักษาไว้ในสหรัฐอเมริกา บทความนี้ได้ติดตามเส้นทางของโบราณวัตถุตั้งแต่การค้นพบในสุสานโบราณเมื่อปี 1942 ไปจนถึงการลักลอบนำออกจากประเทศจีนไปยังสหรัฐอเมริกาในปี 1946 โดยนักสะสมชื่อ John Hadley Cox พร้อมนำเสนอหลักฐานอันหนักแน่นจากทั้งนักวิชาการชาวจีนและอเมริกันที่ยืนยันถึงกรรมสิทธิ์ที่ถูกต้องของจีน ม้วนผ้าไหมแห่งรัฐฉู่มีอายุย้อนกลับไปประมาณ 300 ปีก่อนคริสตกาล /CMG ปักกิ่ง, May 01, 2025 (GLOBE NEWSWIRE) — ในฤดูหนาวปี 1942 มีโจรขุดสุสานหลายคนในเมืองฉางซา มณฑลหูหนาน ตอนกลางของประเทศจีน ได้เจาะเข้าไปในสุสานโบราณยุครณรัฐ (475–221 ปีก่อนคริสตกาล) ซึ่งเป็นแหล่งฝังศพของรัฐฉู่ และขโมยโบราณวัตถุจำนวนมาก รวมถึงเครื่องเขิน ดาบสัมฤทธิ์ และม้วนผ้าไหม เมื่อโจรนำของที่ขโมยมาไปขายให้กับ Tang Jianquan ซึ่งเดิมเป็นช่างตัดเสื้อแต่ผันตัวมาเป็นพ่อค้าของโบราณ พวกเขาได้โยนภาชนะไม้ไผ่ที่บรรจุผ้าไหมผืนหนึ่งซึ่งพวกเขาเรียกกันว่า “ผ้าเช็ดหน้า” แถมไปให้ฟรี ๆ โดยไม่ใส่ใจนัก “ผ้าเช็ดหน้า” ผืนนั้นต่อมาถูกระบุว่าเป็นม้วนผ้าไหมแห่งรัฐฉู่จากจื่อตันกู่ ซึ่งถือเป็นต้นฉบับบนผ้าไหมเพียงชุดเดียวที่ค้นพบจากยุครณรัฐของจีน “จื่อตันกู่” ซึ่งแปลตามตัวว่า “คลังเก็บกระสุน” หมายถึง สถานที่ขุดค้นที่ตั้งอยู่ในเขตชานเมืองของฉางซา ซึ่งเคยเป็นคลังเก็บกระสุนมาก่อน ม้วนผ้าไหมแห่งรัฐฉู่มีอายุย้อนหลังไปราว 2,300 ปี ซึ่งเก่ากว่าม้วนคัมภีร์ทะเลเดดซีมากกว่าหนึ่งศตวรรษ โดยบันทึกเนื้อหาเกี่ยวกับจักรวาลวิทยาและพิธีกรรมของจีนโบราณในยุคต้น ข้อความที่ซับซ้อน ภาพประกอบที่ประณีต และฝีมือช่างอันวิจิตรของม้วนผ้าไหมแห่งรัฐฉู่ ทำให้โบราณวัตถุชิ้นนี้ไร้เทียมทานในด้านคุณค่าและเอกลักษณ์ โศกนาฏกรรมทางวัฒนธรรม ในขณะนั้น Tang ไม่รู้เลยว่าผ้าไหมผืนนั้นมีความสำคัญเพียงใด พ่อค้าท้องถิ่นชื่อ Cai Jixiang ได้ซื้อทั้งม้วนผ้าไหมและโบราณวัตถุอื่น ๆ มาพร้อมกัน Cai ให้คุณค่าอย่างลึกซึ้งกับม้วนผ้าไหมเหล่านี้ ถึงขั้นพกติดตัวไว้ตลอดแม้ในช่วงที่ต้องหลบหนีความโกลาหลจากสงคราม ในปี 1946 Cai ได้นำม้วนผ้าไหมเหล่านี้ไปยังเซี่ยงไฮ้ โดยหวังว่าจะสามารถถ่ายภาพอินฟราเรดเพื่อช่วยให้ข้อความที่จางหายอ่านได้ชัดเจนขึ้น ที่นั่นเอง นักสะสมชาวอเมริกันที่ชื่อว่า John Hadley Cox ซึ่งกำลังเดินหน้าหาซื้อโบราณวัตถุจีนในเซี่ยงไฮ้อย่างจริงจัง ได้เข้ามาติดต่อกับ Cai ภายใต้ข้ออ้างว่าเข้ามาช่วยถ่ายภาพ Cox ได้ครอบครองม้วนผ้าไหมและลักลอบนำออกนอกประเทศไปยังสหรัฐอเมริกา เมื่อ Cai เริ่มรู้ตัวว่าถูกหลอก เขาทำได้เพียงลงนามในสัญญาที่ไม่มีน้ำหนักกับ Cox โดยระบุว่าม้วนผ้าไหมมีมูลค่า $10,000 โดย Cox จ่ายล่วงหน้า $1,000 และให้คำมั่นว่าจะจ่ายส่วนที่เหลือหากม้วนผ้าไหมไม่ถูกส่งกลับมาจากอเมริกา จากนั้นการถูกเนรเทศเกือบ 80 ปีของม้วนผ้าไหมเหล่านั้นก็ได้เริ่มต้นขึ้น มีความเห็นตรงกันระหว่างนักวิชาการจีนและอเมริกัน ศาสตราจารย์

CGTN: เหตุใดม้วนผ้าไหมแห่งรัฐฉู่จึงควรถูกส่งคืนประเทศจีน

CGTN ได้เผยแพร่บทความเกี่ยวกับการทวงคืนม้วนผ้าไหมแห่งรัฐฉู่ ซึ่งเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของจีนที่มีอายุกว่า 2,000 ปี และปัจจุบันถูกเก็บรักษาไว้ในสหรัฐอเมริกา บทความนี้ได้ติดตามเส้นทางของโบราณวัตถุตั้งแต่การค้นพบในสุสานโบราณเมื่อปี 1942 ไปจนถึงการลักลอบนำออกจากประเทศจีนไปยังสหรัฐอเมริกาในปี 1946 โดยนักสะสมชื่อ John Hadley Cox พร้อมนำเสนอหลักฐานอันหนักแน่นจากทั้งนักวิชาการชาวจีนและอเมริกันที่ยืนยันถึงกรรมสิทธิ์ที่ถูกต้องของจีน ม้วนผ้าไหมแห่งรัฐฉู่มีอายุย้อนกลับไปประมาณ 300 ปีก่อนคริสตกาล /CMG ปักกิ่ง, May 01, 2025 (GLOBE NEWSWIRE) — ในฤดูหนาวปี 1942 มีโจรขุดสุสานหลายคนในเมืองฉางซา มณฑลหูหนาน ตอนกลางของประเทศจีน ได้เจาะเข้าไปในสุสานโบราณยุครณรัฐ (475–221 ปีก่อนคริสตกาล) ซึ่งเป็นแหล่งฝังศพของรัฐฉู่ และขโมยโบราณวัตถุจำนวนมาก รวมถึงเครื่องเขิน ดาบสัมฤทธิ์ และม้วนผ้าไหม เมื่อโจรนำของที่ขโมยมาไปขายให้กับ Tang Jianquan ซึ่งเดิมเป็นช่างตัดเสื้อแต่ผันตัวมาเป็นพ่อค้าของโบราณ พวกเขาได้โยนภาชนะไม้ไผ่ที่บรรจุผ้าไหมผืนหนึ่งซึ่งพวกเขาเรียกกันว่า “ผ้าเช็ดหน้า” แถมไปให้ฟรี ๆ โดยไม่ใส่ใจนัก “ผ้าเช็ดหน้า” ผืนนั้นต่อมาถูกระบุว่าเป็นม้วนผ้าไหมแห่งรัฐฉู่จากจื่อตันกู่ ซึ่งถือเป็นต้นฉบับบนผ้าไหมเพียงชุดเดียวที่ค้นพบจากยุครณรัฐของจีน “จื่อตันกู่” ซึ่งแปลตามตัวว่า “คลังเก็บกระสุน” หมายถึง สถานที่ขุดค้นที่ตั้งอยู่ในเขตชานเมืองของฉางซา ซึ่งเคยเป็นคลังเก็บกระสุนมาก่อน ม้วนผ้าไหมแห่งรัฐฉู่มีอายุย้อนหลังไปราว 2,300 ปี ซึ่งเก่ากว่าม้วนคัมภีร์ทะเลเดดซีมากกว่าหนึ่งศตวรรษ โดยบันทึกเนื้อหาเกี่ยวกับจักรวาลวิทยาและพิธีกรรมของจีนโบราณในยุคต้น ข้อความที่ซับซ้อน ภาพประกอบที่ประณีต และฝีมือช่างอันวิจิตรของม้วนผ้าไหมแห่งรัฐฉู่ ทำให้โบราณวัตถุชิ้นนี้ไร้เทียมทานในด้านคุณค่าและเอกลักษณ์ โศกนาฏกรรมทางวัฒนธรรม ในขณะนั้น Tang ไม่รู้เลยว่าผ้าไหมผืนนั้นมีความสำคัญเพียงใด พ่อค้าท้องถิ่นชื่อ Cai Jixiang ได้ซื้อทั้งม้วนผ้าไหมและโบราณวัตถุอื่น ๆ มาพร้อมกัน Cai ให้คุณค่าอย่างลึกซึ้งกับม้วนผ้าไหมเหล่านี้ ถึงขั้นพกติดตัวไว้ตลอดแม้ในช่วงที่ต้องหลบหนีความโกลาหลจากสงคราม ในปี 1946 Cai ได้นำม้วนผ้าไหมเหล่านี้ไปยังเซี่ยงไฮ้ โดยหวังว่าจะสามารถถ่ายภาพอินฟราเรดเพื่อช่วยให้ข้อความที่จางหายอ่านได้ชัดเจนขึ้น ที่นั่นเอง นักสะสมชาวอเมริกันที่ชื่อว่า John Hadley Cox ซึ่งกำลังเดินหน้าหาซื้อโบราณวัตถุจีนในเซี่ยงไฮ้อย่างจริงจัง ได้เข้ามาติดต่อกับ Cai ภายใต้ข้ออ้างว่าเข้ามาช่วยถ่ายภาพ Cox ได้ครอบครองม้วนผ้าไหมและลักลอบนำออกนอกประเทศไปยังสหรัฐอเมริกา เมื่อ Cai เริ่มรู้ตัวว่าถูกหลอก เขาทำได้เพียงลงนามในสัญญาที่ไม่มีน้ำหนักกับ Cox โดยระบุว่าม้วนผ้าไหมมีมูลค่า $10,000 โดย Cox จ่ายล่วงหน้า $1,000 และให้คำมั่นว่าจะจ่ายส่วนที่เหลือหากม้วนผ้าไหมไม่ถูกส่งกลับมาจากอเมริกา จากนั้นการถูกเนรเทศเกือบ 80 ปีของม้วนผ้าไหมเหล่านั้นก็ได้เริ่มต้นขึ้น มีความเห็นตรงกันระหว่างนักวิชาการจีนและอเมริกัน ศาสตราจารย์

CGTN: เหตุใดม้วนผ้าไหมแห่งรัฐฉู่จึงควรถูกส่งคืนประเทศจีน

CGTN ได้เผยแพร่บทความเกี่ยวกับการทวงคืนม้วนผ้าไหมแห่งรัฐฉู่ ซึ่งเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของจีนที่มีอายุกว่า 2,000 ปี และปัจจุบันถูกเก็บรักษาไว้ในสหรัฐอเมริกา บทความนี้ได้ติดตามเส้นทางของโบราณวัตถุตั้งแต่การค้นพบในสุสานโบราณเมื่อปี 1942 ไปจนถึงการลักลอบนำออกจากประเทศจีนไปยังสหรัฐอเมริกาในปี 1946 โดยนักสะสมชื่อ John Hadley Cox พร้อมนำเสนอหลักฐานอันหนักแน่นจากทั้งนักวิชาการชาวจีนและอเมริกันที่ยืนยันถึงกรรมสิทธิ์ที่ถูกต้องของจีน ม้วนผ้าไหมแห่งรัฐฉู่มีอายุย้อนกลับไปประมาณ 300 ปีก่อนคริสตกาล /CMG ปักกิ่ง, May 01, 2025 (GLOBE NEWSWIRE) — ในฤดูหนาวปี 1942 มีโจรขุดสุสานหลายคนในเมืองฉางซา มณฑลหูหนาน ตอนกลางของประเทศจีน ได้เจาะเข้าไปในสุสานโบราณยุครณรัฐ (475–221 ปีก่อนคริสตกาล) ซึ่งเป็นแหล่งฝังศพของรัฐฉู่ และขโมยโบราณวัตถุจำนวนมาก รวมถึงเครื่องเขิน ดาบสัมฤทธิ์ และม้วนผ้าไหม เมื่อโจรนำของที่ขโมยมาไปขายให้กับ Tang Jianquan ซึ่งเดิมเป็นช่างตัดเสื้อแต่ผันตัวมาเป็นพ่อค้าของโบราณ พวกเขาได้โยนภาชนะไม้ไผ่ที่บรรจุผ้าไหมผืนหนึ่งซึ่งพวกเขาเรียกกันว่า “ผ้าเช็ดหน้า” แถมไปให้ฟรี ๆ โดยไม่ใส่ใจนัก “ผ้าเช็ดหน้า” ผืนนั้นต่อมาถูกระบุว่าเป็นม้วนผ้าไหมแห่งรัฐฉู่จากจื่อตันกู่ ซึ่งถือเป็นต้นฉบับบนผ้าไหมเพียงชุดเดียวที่ค้นพบจากยุครณรัฐของจีน “จื่อตันกู่” ซึ่งแปลตามตัวว่า “คลังเก็บกระสุน” หมายถึง สถานที่ขุดค้นที่ตั้งอยู่ในเขตชานเมืองของฉางซา ซึ่งเคยเป็นคลังเก็บกระสุนมาก่อน ม้วนผ้าไหมแห่งรัฐฉู่มีอายุย้อนหลังไปราว 2,300 ปี ซึ่งเก่ากว่าม้วนคัมภีร์ทะเลเดดซีมากกว่าหนึ่งศตวรรษ โดยบันทึกเนื้อหาเกี่ยวกับจักรวาลวิทยาและพิธีกรรมของจีนโบราณในยุคต้น ข้อความที่ซับซ้อน ภาพประกอบที่ประณีต และฝีมือช่างอันวิจิตรของม้วนผ้าไหมแห่งรัฐฉู่ ทำให้โบราณวัตถุชิ้นนี้ไร้เทียมทานในด้านคุณค่าและเอกลักษณ์ โศกนาฏกรรมทางวัฒนธรรม ในขณะนั้น Tang ไม่รู้เลยว่าผ้าไหมผืนนั้นมีความสำคัญเพียงใด พ่อค้าท้องถิ่นชื่อ Cai Jixiang ได้ซื้อทั้งม้วนผ้าไหมและโบราณวัตถุอื่น ๆ มาพร้อมกัน Cai ให้คุณค่าอย่างลึกซึ้งกับม้วนผ้าไหมเหล่านี้ ถึงขั้นพกติดตัวไว้ตลอดแม้ในช่วงที่ต้องหลบหนีความโกลาหลจากสงคราม ในปี 1946 Cai ได้นำม้วนผ้าไหมเหล่านี้ไปยังเซี่ยงไฮ้ โดยหวังว่าจะสามารถถ่ายภาพอินฟราเรดเพื่อช่วยให้ข้อความที่จางหายอ่านได้ชัดเจนขึ้น ที่นั่นเอง นักสะสมชาวอเมริกันที่ชื่อว่า John Hadley Cox ซึ่งกำลังเดินหน้าหาซื้อโบราณวัตถุจีนในเซี่ยงไฮ้อย่างจริงจัง ได้เข้ามาติดต่อกับ Cai ภายใต้ข้ออ้างว่าเข้ามาช่วยถ่ายภาพ Cox ได้ครอบครองม้วนผ้าไหมและลักลอบนำออกนอกประเทศไปยังสหรัฐอเมริกา เมื่อ Cai เริ่มรู้ตัวว่าถูกหลอก เขาทำได้เพียงลงนามในสัญญาที่ไม่มีน้ำหนักกับ Cox โดยระบุว่าม้วนผ้าไหมมีมูลค่า $10,000 โดย Cox จ่ายล่วงหน้า $1,000 และให้คำมั่นว่าจะจ่ายส่วนที่เหลือหากม้วนผ้าไหมไม่ถูกส่งกลับมาจากอเมริกา จากนั้นการถูกเนรเทศเกือบ 80 ปีของม้วนผ้าไหมเหล่านั้นก็ได้เริ่มต้นขึ้น มีความเห็นตรงกันระหว่างนักวิชาการจีนและอเมริกัน ศาสตราจารย์

CGTN: เหตุใดม้วนผ้าไหมแห่งรัฐฉู่จึงควรถูกส่งคืนประเทศจีน

CGTN ได้เผยแพร่บทความเกี่ยวกับการทวงคืนม้วนผ้าไหมแห่งรัฐฉู่ ซึ่งเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของจีนที่มีอายุกว่า 2,000 ปี และปัจจุบันถูกเก็บรักษาไว้ในสหรัฐอเมริกา บทความนี้ได้ติดตามเส้นทางของโบราณวัตถุตั้งแต่การค้นพบในสุสานโบราณเมื่อปี 1942 ไปจนถึงการลักลอบนำออกจากประเทศจีนไปยังสหรัฐอเมริกาในปี 1946 โดยนักสะสมชื่อ John Hadley Cox พร้อมนำเสนอหลักฐานอันหนักแน่นจากทั้งนักวิชาการชาวจีนและอเมริกันที่ยืนยันถึงกรรมสิทธิ์ที่ถูกต้องของจีน ม้วนผ้าไหมแห่งรัฐฉู่มีอายุย้อนกลับไปประมาณ 300 ปีก่อนคริสตกาล /CMG ปักกิ่ง, May 01, 2025 (GLOBE NEWSWIRE) — ในฤดูหนาวปี 1942 มีโจรขุดสุสานหลายคนในเมืองฉางซา มณฑลหูหนาน ตอนกลางของประเทศจีน ได้เจาะเข้าไปในสุสานโบราณยุครณรัฐ (475–221 ปีก่อนคริสตกาล) ซึ่งเป็นแหล่งฝังศพของรัฐฉู่ และขโมยโบราณวัตถุจำนวนมาก รวมถึงเครื่องเขิน ดาบสัมฤทธิ์ และม้วนผ้าไหม เมื่อโจรนำของที่ขโมยมาไปขายให้กับ Tang Jianquan ซึ่งเดิมเป็นช่างตัดเสื้อแต่ผันตัวมาเป็นพ่อค้าของโบราณ พวกเขาได้โยนภาชนะไม้ไผ่ที่บรรจุผ้าไหมผืนหนึ่งซึ่งพวกเขาเรียกกันว่า “ผ้าเช็ดหน้า” แถมไปให้ฟรี ๆ โดยไม่ใส่ใจนัก “ผ้าเช็ดหน้า” ผืนนั้นต่อมาถูกระบุว่าเป็นม้วนผ้าไหมแห่งรัฐฉู่จากจื่อตันกู่ ซึ่งถือเป็นต้นฉบับบนผ้าไหมเพียงชุดเดียวที่ค้นพบจากยุครณรัฐของจีน “จื่อตันกู่” ซึ่งแปลตามตัวว่า “คลังเก็บกระสุน” หมายถึง สถานที่ขุดค้นที่ตั้งอยู่ในเขตชานเมืองของฉางซา ซึ่งเคยเป็นคลังเก็บกระสุนมาก่อน ม้วนผ้าไหมแห่งรัฐฉู่มีอายุย้อนหลังไปราว 2,300 ปี ซึ่งเก่ากว่าม้วนคัมภีร์ทะเลเดดซีมากกว่าหนึ่งศตวรรษ โดยบันทึกเนื้อหาเกี่ยวกับจักรวาลวิทยาและพิธีกรรมของจีนโบราณในยุคต้น ข้อความที่ซับซ้อน ภาพประกอบที่ประณีต และฝีมือช่างอันวิจิตรของม้วนผ้าไหมแห่งรัฐฉู่ ทำให้โบราณวัตถุชิ้นนี้ไร้เทียมทานในด้านคุณค่าและเอกลักษณ์ โศกนาฏกรรมทางวัฒนธรรม ในขณะนั้น Tang ไม่รู้เลยว่าผ้าไหมผืนนั้นมีความสำคัญเพียงใด พ่อค้าท้องถิ่นชื่อ Cai Jixiang ได้ซื้อทั้งม้วนผ้าไหมและโบราณวัตถุอื่น ๆ มาพร้อมกัน Cai ให้คุณค่าอย่างลึกซึ้งกับม้วนผ้าไหมเหล่านี้ ถึงขั้นพกติดตัวไว้ตลอดแม้ในช่วงที่ต้องหลบหนีความโกลาหลจากสงคราม ในปี 1946 Cai ได้นำม้วนผ้าไหมเหล่านี้ไปยังเซี่ยงไฮ้ โดยหวังว่าจะสามารถถ่ายภาพอินฟราเรดเพื่อช่วยให้ข้อความที่จางหายอ่านได้ชัดเจนขึ้น ที่นั่นเอง นักสะสมชาวอเมริกันที่ชื่อว่า John Hadley Cox ซึ่งกำลังเดินหน้าหาซื้อโบราณวัตถุจีนในเซี่ยงไฮ้อย่างจริงจัง ได้เข้ามาติดต่อกับ Cai ภายใต้ข้ออ้างว่าเข้ามาช่วยถ่ายภาพ Cox ได้ครอบครองม้วนผ้าไหมและลักลอบนำออกนอกประเทศไปยังสหรัฐอเมริกา เมื่อ Cai เริ่มรู้ตัวว่าถูกหลอก เขาทำได้เพียงลงนามในสัญญาที่ไม่มีน้ำหนักกับ Cox โดยระบุว่าม้วนผ้าไหมมีมูลค่า $10,000 โดย Cox จ่ายล่วงหน้า $1,000 และให้คำมั่นว่าจะจ่ายส่วนที่เหลือหากม้วนผ้าไหมไม่ถูกส่งกลับมาจากอเมริกา จากนั้นการถูกเนรเทศเกือบ 80 ปีของม้วนผ้าไหมเหล่านั้นก็ได้เริ่มต้นขึ้น มีความเห็นตรงกันระหว่างนักวิชาการจีนและอเมริกัน ศาสตราจารย์

CGTN: เหตุใดม้วนผ้าไหมแห่งรัฐฉู่จึงควรถูกส่งคืนประเทศจีน

CGTN ได้เผยแพร่บทความเกี่ยวกับการทวงคืนม้วนผ้าไหมแห่งรัฐฉู่ ซึ่งเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของจีนที่มีอายุกว่า 2,000 ปี และปัจจุบันถูกเก็บรักษาไว้ในสหรัฐอเมริกา บทความนี้ได้ติดตามเส้นทางของโบราณวัตถุตั้งแต่การค้นพบในสุสานโบราณเมื่อปี 1942 ไปจนถึงการลักลอบนำออกจากประเทศจีนไปยังสหรัฐอเมริกาในปี 1946 โดยนักสะสมชื่อ John Hadley Cox พร้อมนำเสนอหลักฐานอันหนักแน่นจากทั้งนักวิชาการชาวจีนและอเมริกันที่ยืนยันถึงกรรมสิทธิ์ที่ถูกต้องของจีน ม้วนผ้าไหมแห่งรัฐฉู่มีอายุย้อนกลับไปประมาณ 300 ปีก่อนคริสตกาล /CMG ปักกิ่ง, May 01, 2025 (GLOBE NEWSWIRE) — ในฤดูหนาวปี 1942 มีโจรขุดสุสานหลายคนในเมืองฉางซา มณฑลหูหนาน ตอนกลางของประเทศจีน ได้เจาะเข้าไปในสุสานโบราณยุครณรัฐ (475–221 ปีก่อนคริสตกาล) ซึ่งเป็นแหล่งฝังศพของรัฐฉู่ และขโมยโบราณวัตถุจำนวนมาก รวมถึงเครื่องเขิน ดาบสัมฤทธิ์ และม้วนผ้าไหม เมื่อโจรนำของที่ขโมยมาไปขายให้กับ Tang Jianquan ซึ่งเดิมเป็นช่างตัดเสื้อแต่ผันตัวมาเป็นพ่อค้าของโบราณ พวกเขาได้โยนภาชนะไม้ไผ่ที่บรรจุผ้าไหมผืนหนึ่งซึ่งพวกเขาเรียกกันว่า “ผ้าเช็ดหน้า” แถมไปให้ฟรี ๆ โดยไม่ใส่ใจนัก “ผ้าเช็ดหน้า” ผืนนั้นต่อมาถูกระบุว่าเป็นม้วนผ้าไหมแห่งรัฐฉู่จากจื่อตันกู่ ซึ่งถือเป็นต้นฉบับบนผ้าไหมเพียงชุดเดียวที่ค้นพบจากยุครณรัฐของจีน “จื่อตันกู่” ซึ่งแปลตามตัวว่า “คลังเก็บกระสุน” หมายถึง สถานที่ขุดค้นที่ตั้งอยู่ในเขตชานเมืองของฉางซา ซึ่งเคยเป็นคลังเก็บกระสุนมาก่อน ม้วนผ้าไหมแห่งรัฐฉู่มีอายุย้อนหลังไปราว 2,300 ปี ซึ่งเก่ากว่าม้วนคัมภีร์ทะเลเดดซีมากกว่าหนึ่งศตวรรษ โดยบันทึกเนื้อหาเกี่ยวกับจักรวาลวิทยาและพิธีกรรมของจีนโบราณในยุคต้น ข้อความที่ซับซ้อน ภาพประกอบที่ประณีต และฝีมือช่างอันวิจิตรของม้วนผ้าไหมแห่งรัฐฉู่ ทำให้โบราณวัตถุชิ้นนี้ไร้เทียมทานในด้านคุณค่าและเอกลักษณ์ โศกนาฏกรรมทางวัฒนธรรม ในขณะนั้น Tang ไม่รู้เลยว่าผ้าไหมผืนนั้นมีความสำคัญเพียงใด พ่อค้าท้องถิ่นชื่อ Cai Jixiang ได้ซื้อทั้งม้วนผ้าไหมและโบราณวัตถุอื่น ๆ มาพร้อมกัน Cai ให้คุณค่าอย่างลึกซึ้งกับม้วนผ้าไหมเหล่านี้ ถึงขั้นพกติดตัวไว้ตลอดแม้ในช่วงที่ต้องหลบหนีความโกลาหลจากสงคราม ในปี 1946 Cai ได้นำม้วนผ้าไหมเหล่านี้ไปยังเซี่ยงไฮ้ โดยหวังว่าจะสามารถถ่ายภาพอินฟราเรดเพื่อช่วยให้ข้อความที่จางหายอ่านได้ชัดเจนขึ้น ที่นั่นเอง นักสะสมชาวอเมริกันที่ชื่อว่า John Hadley Cox ซึ่งกำลังเดินหน้าหาซื้อโบราณวัตถุจีนในเซี่ยงไฮ้อย่างจริงจัง ได้เข้ามาติดต่อกับ Cai ภายใต้ข้ออ้างว่าเข้ามาช่วยถ่ายภาพ Cox ได้ครอบครองม้วนผ้าไหมและลักลอบนำออกนอกประเทศไปยังสหรัฐอเมริกา เมื่อ Cai เริ่มรู้ตัวว่าถูกหลอก เขาทำได้เพียงลงนามในสัญญาที่ไม่มีน้ำหนักกับ Cox โดยระบุว่าม้วนผ้าไหมมีมูลค่า $10,000 โดย Cox จ่ายล่วงหน้า $1,000 และให้คำมั่นว่าจะจ่ายส่วนที่เหลือหากม้วนผ้าไหมไม่ถูกส่งกลับมาจากอเมริกา จากนั้นการถูกเนรเทศเกือบ 80 ปีของม้วนผ้าไหมเหล่านั้นก็ได้เริ่มต้นขึ้น มีความเห็นตรงกันระหว่างนักวิชาการจีนและอเมริกัน ศาสตราจารย์

EBC Financial Group ตอกย้ำความมุ่งมั่นอันลึกซึ้งในแคมเปญ United to Beat Malaria ด้วยการสานต่อความร่วมมือระดับสากลและการสนับสนุนการวิ่ง 5 กม. เป็นครั้งแรก

EBC เข้าร่วมการเคลื่อนไหวระดับโลก ตั้งแต่การร่วมมือเชิงกลยุทธ์ไปจนถึงการดำเนินการของพนักงานทั่วโลก เพื่อยุติโรคมาเลเรียอย่างถาวร วอชิงตัน, April 30, 2025 (GLOBE NEWSWIRE) — ในขณะที่โลกเฉลิมฉลองวันมาเลเรียโลกในปี 2025 ภายใต้ธีม “โรคมาเลเรียสิ้นสุดด้วยมือเรา: ลงทุนใหม่ จินตนาการใหม่ จุดประกายใหม่” EBC Financial Group (EBC) ก็สานต่อความร่วมมือระดับโลกกับแคมเปญ United to Beat Malaria จากมูลนิธิของสหประชาชาติ ขณะนี้ EBC กำลังก้าวเข้าสู่ปีที่สองของความร่วมมือดังกล่าว โดยกำลังขยายผลกระทบผ่านการสนับสนุนที่มากขึ้นในระดับองค์กร การระดมพนักงานข้ามพรมแดนเพื่อสร้างการตระหนักรู้ และการลงทุนโดยตรงในเครื่องมือแนวหน้าด้านสุขภาพที่ช่วยชีวิตผู้คนได้ จากความเชื่อร่วมกันที่ว่าไม่ควรมีเด็กที่เสียชีวิตจากการถูกยุงกัด EBC จึงเปลี่ยนบทบาทจากพันธมิตรเป็นผู้สนับสนุนเชิงรุก โดยสนับสนุนทั้งระบบระดับโลกที่ขับเคลื่อนการกำจัดโรคมาเลเรียและโครงการริเริ่มระดับรากหญ้าที่ปกป้องชุมชนต่าง ๆ ที่เปราะบางที่สุดในโลก เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นนี้ EBC จึงก้าวขึ้นมาเป็นผู้สนับสนุนระดับองค์กรของงาน Move Against Malaria 5K 2025 เป็นครั้งแรก โดยระดมผู้คนมากมายในการเคลื่อนไหวระดับโลกเพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคที่อันตรายที่สุดของโลกแต่สามารถป้องกันได้ “ในปี 2024 เราได้ยืดหยัดในการแสดงความสามัคคี ในปี 2025 เรายืดหยัดที่จะดำเนินการ” David Barrett ประธานกรรมการบริหารของ EBC Financial Group (UK) Ltd กล่าว “ตอนนี้ แคมเปญนี้ฝังแน่นในกลยุทธ์ความเป็นผู้นำและวัฒนธรรมพนักงานของเราแล้ว นี่ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง แต่นี่คือก้าวหนึ่งในการเคลื่อนไหว” ผู้นำทั้งสามรวมตัวกันเพื่อสุขภาพทั่วโลกในการประชุมสุดยอดผู้นำว่าด้วย United to Beat Malaria ประจำปี 2025 David Barrett ประธานกรรมการบริหารของ EBC Financial Group (UK) Ltd. Samuel Hertz ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และ Margaret McDonnell ผู้อำนวยการบริหารของ United to Beat Malaria รวมพลังกันในการประชุมสุดยอดผู้นำที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นของ EBC ความมุ่งมั่นของ EBC ในการสร้างความเท่าเทียมด้านสุขภาพทั่วโลกคือพันธกิจร่วมกัน เพื่อก่อให้เกิดการสานต่อความร่วมมือนี้