Armor Accelerates AI Adoption With Data Governance Offering

Armor’s Solution Solves the Key Blocker to Enterprise AI Adoption: Data Governance

DALLAS, TX / ACCESSWIRE / August 5, 2024 / Armor, a leading Managed Detection & Response (MDR) and Compliant Cloud Solutions company, today unveils a transformative service to fast-track AI readiness and the adoption of technologies like Microsoft Copilot. Armor’s AI Readiness Accelerator is a direct response to the growing demand for secure enterprise AI adoption, which relies on comprehensive data risk governance, data loss prevention, and risk management as its cornerstones.

Armor Defense
Armor Defense

Data governance supercharges the adoption of leading-edge AI tools by assessing a business’s readiness, crafting an effective data security strategy, and ensuring continuous compliance with evolving governance and security standards. By establishing a stable, production-ready data foundation, enterprises are empowered to leverage tools such as Microsoft Copilot today and be better prepared to adopt future generative AI technologies.

With this solution, Armor, a Microsoft Security Solutions Partner and member of the Microsoft Intelligent Security Association (MISA), leverages its partnership with Microsoft to accelerate the utilization of Microsoft Purview, ensuring that enterprises gain greater control over their data estates. With enhanced data loss prevention, insider risk detection and management, and adherence to regulatory compliance best practices, this offering gives enterprises the confidence to securely adopt AI and Microsoft Copilot while maximizing their investments in Microsoft technologies.

Chris Drake, founder and CEO of Armor, said, "Our new service is a strategic response to the data governance challenges in AI adoption. It enables businesses to harness AI tools like Microsoft Copilot without compromising on data security."

"As the use of AI models grows globally, concerns about the trustworthiness, security, and quality of this data heightens the risks to enterprises. Integrating data governance into business strategy is essential in managing AI-related risks effectively. There is no room for a trust deficit, as a single security incident can significantly impact consumer trust and opinions," said Nancy Free, Armor’s Head of Risk.

Armor’s AI Readiness Accelerator delivers the following key outcomes:

Understand Your Data: Discover, manage, and govern vast amounts of data in a single unified platform with built-in capabilities that automatically scan, classify, and label data. Armor’s solution leverages data connectors to bring in data from various external sources, ensuring a cohesive data landscape. Knowing your sensitive data allows for better governance and compliance, which is essential to democratizing data responsibly for AI readiness.

Secure Your Data: Safeguard sensitive data against vulnerabilities, overexposure, and leakage anywhere it lives, effectively managing and reducing overall risk. The deployment of DLP policies helps to safeguard sensitive and business-critical data from exfiltration across applications, services, and devices.

Manage Your Data Risk: Adopt a comprehensive data protection approach to reduce the risk of data leakage and loss. Armor’s service leverages machine learning to identify potential risks and detect potential regulatory compliance violations. This provides the confidence necessary to deploy AI solutions like Microsoft Copilot securely and responsibly, allowing you to unlock the vast opportunities that AI has to offer.

This offering reflects Armor’s commitment to facilitating a secure AI journey through data security, harnessing AI to drive enterprise growth through insights and innovation. Armor has established itself as a global leader in the secure adoption of generative AI technologies through its Armor Managed Detection and Response (MDR) service as well as its comprehensive suite of Professional Services.

ABOUT ARMOR

Armor, a global cybersecurity leader, provides comprehensive managed detection and response (MDR) and compliant cloud solutions. By combining advanced technology with expert services, Armor protects businesses from cyber threats, mitigates their risk, and ensures regulatory compliance. Dedicated to innovation and excellence, Armor is trusted by thousands of customers worldwide. The company is headquartered in Dallas, Texas, and has offices in the United States, United Kingdom, and Singapore.

For more information, visit www.armor.com.

Contact Information

Armor PR
Armor Corporate Communications
[email protected]
877 262 3473

Eloise Garrett
Director, The Right Agency
[email protected]
+44 7976048542

SOURCE: Armor

.

View the original press release on newswire.com.

Duck Creek Technologies เปิดตัว Policy with Active Delivery

โซลูชันที่ออกแบบมาให้ทำงานบนระบบคลาวด์ ทำให้บริษัทประกัน P&C และประกันภัยทั่วไปสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์ในปริมาณมากได้ โดยไม่ต้องอัปเกรดอีกต่อไป

บอสตัน, Aug. 05, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — วันนี้ Duck Creek Technologies ผู้ให้บริการโซลูชันอัจฉริยะที่กำหนดอนาคตของการประกันวินาศภัย (P&C) และประกันภัยทั่วไป ประกาศความพร้อมใช้งานทั่วไปของ Policy with Active Delivery ซึ่งเป็นโซลูชันปฏิวัติวงการที่ลดความจำเป็นในการอัปเกรดและช่วยให้บริษัทประกัน P&C สามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์ประกันภัยปริมาณมากได้อย่างรวดเร็วในยุคแห่งนวัตกรรมและการเติบโตที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

Policy with Active Delivery คือโซลูชันที่ออกแบบมาให้ทำงานบนระบบคลาวด์ ซึ่งใช้ประโยชน์จากพลัง ความสามารถในการปรับขนาด และการรักษาความปลอดภัยของคลาวด์ Azure เพื่อมอบการอัปเดตผลิตภัณฑ์ทุกสองสัปดาห์ การอัปเดตเหล่านี้จะถูกนำมาใช้โดยอัตโนมัติ ซึ่งทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีการหยุดชะงักใดๆ เกิดขึ้นกับการดำเนินงานของบริษัทประกันภัย ในขณะเดียวกันก็ขจัดความจำเป็นในการใช้ทรัพยากรเพิ่มเติมที่มีค่าใช้จ่ายสูงในการจัดการกับการอัปเกรดจำนวนมาก การอัปเดตทั้งหมด “มีการทำเครื่องหมายคุณสมบัติ” ซึ่งอนุญาตให้บริษัทประกันเลือกได้ว่าจะเปิดใช้งานอัปเดตเมื่อใด จึงช่วยให้แน่ใจได้ว่าจะไม่มีผลกระทบใด ๆ ต่อสภาพแวดล้อมการผลิต

Policy with Active Delivery ยังนำเสนอเครื่องมือการกำหนดค่าที่ใช้โค้ดน้อย สภาพแวดล้อมการพัฒนาแบบบูรณาการสำหรับผลิตภัณฑ์ประกันภัย และเนื้อหาที่สร้างไว้ล่วงหน้าสำหรับสายธุรกิจต่าง ๆ ช่วยให้ผู้ให้บริการประกันภัยเข้าสู่ตลาดได้เร็วขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน และเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า

“เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะแนะนำ Policy with Active Delivery ซึ่งเป็นโซลูชันที่พลิกโฉมการทำงานและกำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับการบริหารจัดการกรมธรรม์ในอุตสาหกรรม P&C” Jess Keeney ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีของ Duck Creek Technologies กล่าว “เมื่อมี Active Delivery บริษัทประกันจะสามารถทำให้ทรัพยากรฝ่ายไอทีมีเวลามุ่งเน้นไปที่นวัตกรรมมากกว่าการบำรุงรักษา และตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้าและตัวแทนได้ด้วยความรวดเร็วและคล่องตัว Policy with Active Delivery นับเป็นที่สุดของการแสดงออกถึงวิสัยทัศน์ของเราในการทำให้เทคโนโลยีด้านการประกันภัยมีความเรียบง่าย และส่งเสริมให้ลูกค้าของเราบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ”

เพื่อขับเคลื่อนประสิทธิภาพการทำงาน Policy with Active Delivery จะทำให้กระบวนการทำงานแบบใช้คนลงมือทำนั้นดำเนินไปโดยอัตโนมัติด้วยการใช้ประโยชน์จากเครื่องมือการกำหนดค่าที่ใช้โค้ดน้อย เพื่ออัปเดตได้อย่างคล่องตัวและเพิ่มความเร็วในการออกสู่ตลาดให้กับผลิตภัณฑ์ใหม่ ประสิทธิภาพเหล่านี้แปลความหมายถึงอัตราส่วนค่าใช้จ่ายที่ลดลง ประสิทธิภาพการทำงานหลักที่ดียิ่งขึ้น และความสามารถในการปรับขนาดที่ดียิ่งขึ้นเพื่อรองรับปริมาณที่สูงขึ้นได้อย่างราบรื่น

แพลตฟอร์มรองรับการเข้าถึงแบบหลายช่องทาง (Omnichannel) ตอบสนองความคาดหวังในการบริการตนเองของทั้งลูกค้า ตัวแทน และนายหน้า นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรับประกันภัยโดยใช้การประมวลผลตามกฎเกณฑ์และเวิร์กโฟลว์แบบไดนามิก เพื่อให้แน่ใจว่าผลลัพธ์จะสอดคล้องและเหมาะสมที่สุด

เกี่ยวกับ Duck Creek Technologies
Duck Creek Technologies คือผู้ให้บริการโซลูชันอัจฉริยะที่กำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมประกันวินาศภัย (property and casualty หรือ P&C) และประกันภัยทั่วไป เราคือแพลตฟอร์มที่สร้างสรรค์ระบบประกันภัยสมัยใหม่ ช่วยให้อุตสาหกรรมใช้ประโยชน์จากพลังของระบบคลาวด์เพื่อดำเนินการได้อย่างคล่องตัว ชาญฉลาด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ความถูกต้อง วัตถุประสงค์ และความโปร่งใส คือหัวใจสำคัญของ Duck Creek และเราเชื่อว่าลูกค้าควรมีการประกันภัยสำหรับบุคคลและธุรกิจในเวลา สถานที่ และวิธีการที่ลูกค้าต้องการมากที่สุด เราจำหน่ายโซลูชันชั้นนำของตลาดของเราทั้งแบบแยกเดี่ยวหรือแบบชุดเต็มผ่านทาง Duck Creek OnDemand โปรดไปที่ www.duckcreek.com เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม ติดตาม Duck Creek บนช่องทางโซเชียลของเราเพื่อรับข้อมูลล่าสุดได้ผ่านทาง LinkedIn และ X

ข้อมูลติดต่อด้านสื่อ:
Dennis Dougherty
[email protected]


GlobeNewswire Distribution ID 9198598

เบลเยียมจุดชนวนการอภิปรายระดับโลกด้วยการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์อายุที่สามารถเล่นการพนันได้ ทำให้เห็นได้ชัดถึงช่องโหว่ใหญ่ด้านกฎข้อบังคับ

วอเตอร์ฟอร์ด ไอร์แลนด์, Aug. 05, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — เบลเยียมได้จุดชนวนการอภิปรายระดับโลกด้วยการเพิ่มอายุที่เล่นการพนันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายจาก 18 ปีเป็น 21 ปี โดยอ้างถึงความกังวลเรื่องการติดการพนัน การเคลื่อนไหวครั้งนี้ทำให้เบลเยียมแตกต่างจากประเทศอื่น ๆ ในสหภาพยุโรป เช่น สวีเดน เยอรมนี ฟินแลนด์ และออสเตรีย ที่กำหนดอายุที่เล่นการพนันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายไว้ที่ 18 ปี

Miranda Raaff หัวหน้าฝ่ายข้อมูล iGaming ของพอร์ทัลทรัพยากรคาสิโนที่ Minimum Deposit Casinos (MDC) กล่าวว่ามีข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัดในเรื่องข้อจำกัดด้านอายุที่ถูกต้องตามกฎหมายในกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ใบขับขี่ การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การพนัน และการรับชมเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่

“หากสมาชิกสภานิติบัญญัติเบลเยียมเชื่อว่าอายุ 21 ปีเป็นอายุที่เหมาะสมสำหรับการพนันแล้ว ก็ไม่ควรกำหนดให้จำกัดอายุเท่านี้สำหรับกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงทั้งหมด เช่น การดื่ม การสูบบุหรี่ การขับรถ และการดูสื่อลามกอนาจาร หรือไม่ ดูเหมือนจะปราศจากเหตุผลที่จะแยกการพนันออกไปอย่างเดียวในขณะที่ปล่อยให้กิจกรรมอื่น ๆ มีอายุจำกัดเท่ากัน เว้นแต่จะให้พฤติกรรมที่มีความเสี่ยงมากกว่าได้รับการควบคุมน้อยกว่า บางทีบรรดาสมาชิกควรใช้ตรรกะเดียวกันกับกิจกรรมทั้งหมดเหล่านี้”

Raaff ได้สำรวจเรื่องนี้เพิ่มเติมว่า:

“สิ่งที่ชัดเจนคือ ผู้ที่มีอายุ 18 ปีในประเทศส่วนใหญ่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงสื่อลามกอนาจารได้ เพราะฉะนั้น นี่คือระดับความเป็นผู้ใหญ่ที่รับรู้กัน แม้จะมีอันตรายทางออนไลน์ก็ตาม” Raaff กล่าว

“แอลกอฮอล์ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพอย่างมาก และการขับรถก็ยิ่งต้องการความรับผิดชอบมากขึ้นเนื่องจากอาจส่งผลถึงชีวิตได้ ถึงอย่างนั้น เราก็ยังอนุญาตให้ผู้ที่มีอายุ 18 ปี และผู้ที่มีอายุน้อยกว่านั้นในบางประเทศ สามารถขับรถได้ การเสพติดไม่ได้จำกัดเพียงแค่การพนันเท่านั้น แต่ยังสามารถเกิดขึ้นได้กับแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ และสื่อลามกอนาจาร”

การตัดสินใจของเบลเยียมทำให้เกิดคำถามสำคัญเกี่ยวกับความเป็นผู้ใหญ่ของผู้ใหญ่รุ่นเยาว์ Raaff กล่าวว่าจำเป็นต้องมีแนวทางแบบองค์รวมมากขึ้น โดยต้องจัดการกับพฤติกรรมเสี่ยงทั้งหมดเหมือนกัน

“เราจำเป็นต้องมีการอภิปรายระดับโลกในวงที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับอายุที่ถูกต้องตามกฎหมาย ถ้าเราไว้ใจคนที่มีอายุ 18 ปีให้ขับรถ สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และเข้าถึงสื่อลามกอนาจารได้ เหตุใดการพนันจึงได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างกัน การปกป้องผู้ใหญ่รุ่นเยาว์หมายถึงการทำตามขั้นตอนเดียวกันนี้ นอกจากนี้ เรายังต้องยอมรับว่าระดับความเป็นผู้ใหญ่ระหว่างคนที่มีอายุ 18 ถึง 21 ปีไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก การปรับช่องโหว่ด้านกฎข้อบังคับเหล่านี้ให้สอดคล้องกันจะช่วยให้เราสร้างกรอบการทำงานที่ตรงตามความเป็นจริงมากขึ้น”

Miranda Raaff – หัวหน้าฝ่ายข้อมูล iGaming
อีเมล: [email protected]

โทร: +27 722 866 086

เกี่ยวกับ MDC

MDC ซึ่งเป็นแผนกย่อยของ OneTwenty Group คือพอร์ทัลทรัพยากร iGaming ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบและแนะนำคาสิโนออนไลน์ที่ไว้วางใจได้และน่าเชื่อถือที่สุดทั่วโลก MDC ดำเนินการตรวจสอบคาสิโนอย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยเน้นที่ความปลอดภัย ความมั่นคง ใบอนุญาตการเล่นเกม เครื่องมือการพนันที่ส่งเสริมความรับผิดชอบ และแนวทางปฏิบัติการเล่นเกมที่ยุติธรรม เพื่อช่วยผู้เล่นค้นหาแพลตฟอร์มที่อยู่ภายใต้ความควบคุม

สามารถดูภาพถ่ายประกอบกับประกาศนี้ได้ที่ https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/ad79c896-79aa-4f46-9ce7-0126e71202d2

GlobeNewswire Distribution ID 1000984935

BASF Catalysts India Private Limited เปิดตัวห้องปฏิบัติการ RD&A แห่งใหม่สำหรับโซลูชันการควบคุมการปล่อยมลพิษของยานยนต์

เจนไน ประเทศอินเดีย, Aug. 04, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — BASF Catalysts India Private Limited (BCIL) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ BASF Environmental Catalyst and Metal Solutions (ECMS) ได้ทำพิธีเปิดห้องปฏิบัติการวิจัย พัฒนา และประยุกต์ใช้ (RD&A) แห่งใหม่ในมหินทรา เวิลด์ซิตี้ รัฐทมิฬนาฑุ เมืองเจนไน การลงทุนเชิงกลยุทธ์นี้มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาควบคุมการปล่อยมลพิษที่ปรับให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะของตลาดยานยนต์ในอินเดีย

“ห้องปฏิบัติการ RD&A แห่งใหม่นี้จะช่วยให้สามารถพัฒนาสูตรการเร่งปฏิกิริยาการควบคุมการปล่อยมลพิษเฉพาะตลาดที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะของตลาดในอินเดียด้วยความคล่องตัวและความยืดหยุ่น” Saeed Alerasool รองประธานอาวุโสฝ่าย RD&A ของ ECMS กล่าว “ด้วยการลงทุนครั้งนี้ ทำให้ ECMS อยู่ในตำแหน่งที่ดีในการช่วยให้ลูกค้าของเราสามารถตอบรับต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการกระจายเชื้อเพลิง รวมถึงข้อกำหนดการปล่อยมลพิษที่เข้มงวดยิ่งขึ้น และทำให้เราพร้อมรองรับเทคโนโลยียานยนต์ในอนาคต”

การเปิดห้องปฏิบัติการแห่งใหม่นี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่สอดคล้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังพัฒนาของอินเดียและความมุ่งมั่นของรัฐบาลอินเดียในการกระจายแหล่งเชื้อเพลิง รวมถึงการนำก๊าซธรรมชาติอัด (CNG) และเชื้อเพลิงชีวภาพหมุนเวียนและไฮโดรเจนมาใช้เพิ่มเติม โดยการที่จะทำเช่นนี้ได้นั้น จำเป็นต้องให้ผู้ผลิตอุปกรณ์ดั้งเดิมในท้องถิ่นเปิดตัวยานยนต์เชื้อเพลิงผสมที่สามารถทำงานด้วยเชื้อเพลิงชีวภาพและน้ำมันเบนซินผสมกันได้ นอกจากนี้ ข้อกำหนดด้านการปล่อยมลพิษที่เข้มงวดยิ่งขึ้นที่กำลังจะมีผลบังคับใช้ในอนาคตยังสร้างความท้าทายใหม่ให้กับผู้ผลิตรถยนต์ในอินเดียอีกด้วย

“ด้วยห้องปฏิบัติการใหม่ภายในไซต์งานของเราในเมืองเจนไน BCIL จึงสามารถให้การสนับสนุนแบบครบวงจรแก่ลูกค้าของเราได้ ตั้งแต่การพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาการควบคุมการปล่อยมลพิษขั้นต้นไปจนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย” Sujan Saha หัวหน้าด้านธุรกิจประเทศอินเดียและหัวหน้าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ฝ่ายตัวเร่งปฏิกิริยาการควบคุมการปล่อยมลพิษจากยานพาหนะเคลื่อนที่กล่าว “นอกจากนี้ ห้องปฏิบัติการดังกล่าวยังช่วยเพิ่มความสามารถในท้องถิ่นของเราในการตอบสนองความต้องการเฉพาะของลูกค้าชาวอินเดีย และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย”

Dirk Bremm ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ECMS (ขวาหน้าและ Saeed Alerasool รองประธานอาวุโสฝ่าย RD&A ของ ECMS (ซ้ายหน้าได้ร่วมเปิดห้องทดลอง RD&A แห่งใหม่ในเมืองเจนไน ประเทศอินเดีย ผู้นำ ECMS คนอื่น  ได้แก่ Daniel Wussow รองประธานอาวุโสฝ่ายตัวเร่งปฏิกิริยาการปล่อยมลพิษจากยานพาหนะเคลื่อนที่ (กลางซ้ายและ Sujan Saha หัวหน้าด้านธุรกิจประเทศอินเดียและหัวหน้าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ฝ่ายตัวเร่งปฏิกิริยาการปล่อยมลพิษจากยานพาหนะเคลื่อนที่ (ซ้ายของ Saeed)

เกี่ยวกับ BASF Catalysts India Private Limited
BASF Catalysts India Private Limited (BCIL) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ BASF Environmental Catalyst and Metal Solutions (ECMS) ในอินเดีย เป็นผู้ให้บริการชั้นนำด้านตัวเร่งปฏิกิริยาสำหรับตลาดยานยนต์ในอินเดีย BCIL เริ่มดำเนินงานในปี 1998 และเป็นผู้บุกเบิกในอุตสาหกรรมการปล่อยไอเสียของยานยนต์ โดยมีโรงงานผลิตตัวเร่งปฏิกิริยาแห่งแรกในอินเดีย BCIL ผลิตและจำหน่ายตัวเร่งปฏิกิริยาการควบคุมการปล่อยมลพิษสำหรับตลาดยานยนต์จากไซต์งานที่ตั้งอยู่ในมหินทรา เวิลด์ซิตี้ ซึ่งอยู่ทางใต้ของเมืองเจนไน การวิจัยและพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาการควบคุมปล่อยมลพิษแบบเคลื่อนที่ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ RD&A ทั่วโลกหกแห่งของ ECMS

เกี่ยวกับ BASF Environmental Catalyst and Metal Solutions
BASF Environmental Catalyst and Metal Solutions (ECMS) ใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญเชิงลึกในฐานะผู้นำระดับโลกด้านตัวเร่งปฏิกิริยาและโลหะมีค่า เพื่อให้บริการลูกค้าในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมถึงยานยนต์ การบินและอวกาศ คุณภาพอากาศภายในอาคาร สารกึ่งตัวนำ และเศรษฐกิจไฮโดรเจน อีกทั้งยังให้บริการครบวงจรด้วยข้อเสนอทางการค้าและการรีไซเคิลโลหะมีค่า ด้วยการมุ่งเน้นที่โซลูชันการแก้ไขปัญหาแบบหมุนเวียนและความยั่งยืน ECMS มุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือลูกค้าของเราในการสร้างโลกที่สะอาดและยั่งยืนมากขึ้น การปกป้ององค์ประกอบของชีวิตคือจุดประสงค์ของเรา และสิ่งนี้เป็นแรงบันดาลใจให้เราในการค้นคว้าโซลูชันใหม่ ๆ ECMS ดำเนินงานทั่วโลกใน 16 ประเทศ โดยมีพนักงานมากกว่า 4,500 คน และมีโรงงานผลิต 21 แห่ง

ข้อมูลติดต่อฝ่ายสื่อมวลชนสัมพันธ์
Joy Zhang
หมายเลขโทรศัพท์:
+86 19121028317
[email protected]
ข้อมูลติดต่อเพิ่มเติม
Bonnie Lou
หมายเลขโทรศัพท์:
+86 18521573405
[email protected]
BASF (Shanghai) Management Co., Ltd.,
No. 239 Luqiao Road
201206 Shanghai, China
www.basf.com/ecms

สามารถดูรูปประกอบประกาศนี้ได้ที่ https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/8cdbcd46-d725-4405-a875-3bfdf55aeabe


GlobeNewswire Distribution ID 9198678

USA to Battle France in the Historic 2024 Paris Games Polo Challenge Set for Aug. 7, Presented by U.S. Polo Assn.

WEST PALM BEACH, FL / ACCESSWIRE / August 1, 2024 / U.S. Polo Assn., the official brand of the United States Polo Association (USPA), and the Polo Club du Domaine Chantilly are proud to present the Paris Games Polo Challenge 2024, a tribute match between USA and France.

Who: U.S. Polo Assn. and the Polo Club du Domaine Chantilly present the Paris Games Polo Challenge 2024.

What: The Paris Games Polo Challenge 2024 is a sanctioned tribute match between the USA and France, in partnership with the Federation of International Polo (FIP), the Federation Française de Polo (FFP) and the USPA. This historic match is the centennial celebration and tribute to the last time France hosted the Olympics, exactly 100 years ago.

The event is free and open to the public, with champagne and commemorative cap giveaways at the halftime divot stomp.

When: August 7 at 5 p.m., CEST. The game will then air on August 11 on ESPN2 to a global audience.

Where: Polo Club du Domaine Chantilly, La Ferme d’Apremont, route de Verneuil, 60300 Apremont, France.

Why: With the 2024 Summer Olympics taking place in Paris from July through August and equestrian events concluding on August 6 at Versailles, U.S. Polo Assn. invites sports fans to continue the equestrian celebration with polo just 40 minutes outside Paris city center at the Polo Club du Domaine Chantilly. Chantilly is the home of the Great Stables of Prince de Conde and Chateau de Chantilly, and is, of course, the namesake of Chantilly lace, the famous silk laces that date back to 17th century France. The city also features Europe’s largest racehorse training centers, with 2,800 horses trained daily on grass and sand track facilities, as well as a racecourse that hosts the classic and renowned Prix de Diane.

France will be seeking redemption at the Paris Games Polo Challenge 2024 for the VIII Olympiad which was held in Paris for the second time in the modern era. On June 28, 1924, in St. Cloud, France, before the official opening ceremony, the match between the United States and France took place. It ended with France losing 15-1. USA concluded the overall tournament with the silver medal, losing to Argentina, who remained unbeaten and took home Olympic gold. The last Olympics to include polo was held in 1936 in Berlin, Germany.

Representing the United States will be Quinn Evans (1), Hope Arellano (3), Nicolas "Nico" Escobar (5) and Cody Ellis (5), with each team member bringing extensive prior experience and big global wins. The team will be coached by USPA Polo Hall of Famer Julio Arellano. Representing France will be Elena Venot (2), Dorian Bulteau (3), Julien Reynes (4) and Clément Delfosse (5), all worthy competitors. Clément Delfosse will lead as captain, alongside national coach Matthieu Delfosse.

It’s worth noting that each country will be presenting one of their federation’s best female players, in a rare sport where men and women play on the same international teams, together. Playing for the United States is 21-year-old Hope Arellano, who is currently the only U.S. women’s 10-goal handicap player and the winner of the ‘ultimate’ women’s tournament, the Women’s Argentine Open. On the French side is 7-goal player, Elena Venot, who is a two-time winner of the female Open de France, a 2023 Polo Nations Cup winner, and a 2024 Polo Nations Cup finalist.

"The Paris Games Polo Challenge 2024 is going to be a thrilling, once-in-a-lifetime event for all to enjoy just outside of Paris, with the USA and France ready to compete and share the fast-paced sport of polo with the world," said J. Michael Prince, President and CEO of USPA Global, the company that manages and markets the multi-billion-dollar U.S. Polo Assn. brand. "U.S. Polo Assn. is proud to partner with the Polo Club du Domaine Chantilly as the FIP, FFP and the USPA come together for only the second time in 100 years of Olympic history."

As the Title and Apparel Sponsor, U.S. Polo Assn. will be providing apparel for USA and France Teams with performance jerseys, practice jerseys, and an assortment of U.S. Polo Assn. custom-designed country apparel to wear off the field, featuring the global sports brand’s iconic double horsemen logo. Both Teams will be wearing custom USPA Pro whites. U.S. Polo Assn. is also providing saddle pads, as well as groom and staff outfitting for the Polo Club du Domaine Chantilly. VIP gifts for the event will include limited edition Paris Games Polo Challenge 2024 caps, scarves or pocket squares, as well as branded duffle bags.

More highlights of the very special Olympic tribute day beyond the incredible athleticism of USA and France Teams include a red-carpet entrance, a half-time divot stomp with giveaways of commemorative hats and champagne, as well as a VIP post-game party featuring a traditional Argentinian grilled asado meal and international specialty food in honor of both USA and France.

About U.S. Polo Assn. and USPA Global

U.S. Polo Assn. is the official brand of the United States Polo Association (USPA), the governing body for the sport of polo in the United States and one of the country’s oldest sports governing bodies, founded in 1890. With a multi-billion-dollar global footprint and worldwide distribution through more than 1,100 U.S. Polo Assn. retail stores as well as thousands of additional points of distribution, U.S. Polo Assn. offers apparel, accessories, and footwear for men, women, and children in more than 190 countries worldwide. A recent, multi-year deal with ESPN to broadcast several of the premier polo championships in the world, sponsored by U.S. Polo Assn., has made the thrilling sport accessible to millions of sports fans globally for the very first time.

U.S. Polo Assn. has consistently been named one of the top global sports licensors alongside the NFL, NBA, and MLB, according to License Global. In addition, the sport-inspired brand is being recognized around the world with awards for global growth, expansion, licensing, and digital growth. Due to its tremendous success as a global brand, particularly in the last five years, U.S. Polo Assn. has been featured in Forbes, Fortune, Modern Retail, and GQ as well as on Yahoo Finance and Bloomberg, among many other noteworthy media sources around the world.

For more information, visit uspoloassnglobal.com and uspashop.com, and follow @uspoloassn.

USPA Global is a subsidiary of the USPA and manages the global, multi-billion-dollar U.S. Polo Assn. brand. Through its subsidiary, Global Polo Entertainment (GPE), USPA Global also manages Global Polo TV, which provides sports and lifestyle content. For more sports content, visit globalpolo.com.

About The Federation of International Polo

The Federation of International Polo (FIP) is the international federation representing the sport of polo, officially recognized by the International Olympic Committee. The FIP was founded in 1982 by representatives of 11 national polo associations, and it represents the national polo associations of more than 80 countries. Its principal aim is to enhance the international image and status of polo.

In addition to organizing international tournaments, the FIP develops international tournaments for children, conducts umpiring and coaching seminars, encourages participation in the sport at all levels and ages, and makes the international rules of polo through a cooperative agreement with the Asociación Argentina de Polo, the Hurlingham Polo Association of Great Britain and Ireland, and the United States Polo Association (USPA). Visit fippolo.com.

About the French Federation of Polo (FFP)

The Fédération Française de Polo (FFP) was created to make polo accessible to all, to promote the sport throughout France and to support the common interests of its member clubs in every way possible. The FFP organizes national and international polo competitions and championships, sets the technical rules for competitions by harmonizing them with foreign rules, and organizes the training and teaching of the equestrian discipline. Today, the FFP has over 30 affiliated clubs and more than 800 players within its organization. For more information, please visit francepolo.com.

About the United States Polo Association® (USPA)

The United States Polo Association (USPA) was organized and exists for the purposes of promoting the game of polo, coordinating the activities of its Member Clubs and Registered Players, arranging and supervising polo tournaments, competitions, and games, and providing rules, handicaps, and conditions for those tournaments, competitions, and games including the safety and welfare of participants and mounts. Founded in 1890, the USPA is the national governing body for the sport of polo. The USPA is currently comprised of almost 200 member clubs with thousands of individual members and oversees 40 national tournaments. For more information, please visit uspolo.org.

Contact Information

Stacey Kovalsky
VP Global PR and Communications
[email protected]
+001.561.790.8036

Shannon Stilson
VP, Sports Marketing & Media
[email protected]
+001.561.227.6994

Related Images

USA Team 10-Goal Player Hope Arellano
USA Team 10-Goal Player Hope Arellano
USA Team 10-Goal Player Hope Arellano Photo Credit: Agustina Fonda

SOURCE: USPA Global Licensing Inc.

.

View the original press release on newswire.com.

ขอแนะนำ Cavli C11QM: ขุมพลังงาน LTE Cat 1 ขนาดกะทัดรัดที่จะพลิกโฉมการใช้งาน IoT ให้มีความคุ้มค่าสูงสุดด้วยขีดความสามารถ GNSS และ SDK ในตัว

ปลดล็อกการประมวลผลที่มีประสิทธิภาพ ระบบปฏิบัติการและ SDK ที่ใช้งานได้หลากหลาย พร้อมขีดความสามารถ GNSS ในตัวของ Cavli C11QM

ซานโฮเซ, แคลิฟอร์เนีย, Aug. 01, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — Cavli Wireless หนึ่งในผู้ผลิตโมดูลเซลลูลาร์ที่ “รองรับ IoT” อย่างแท้จริงรายแรก ๆ ได้เปิดตัวโมดูล C11QM LTE Cat 1 IoT ใหม่อย่างภาคภูมิใจ ผลิตภัณฑ์ล่าสุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์เรือธง C-Series นี้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี LTE Cat 1 ขั้นสูงและการติดตาม GNSS ในตัวเพื่อมอบการเชื่อมต่อและโซลูชันการติดตามระดับโลกที่ราบรื่น C11QM ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายในการใช้งานแอปพลิเคชัน IoT สมัยใหม่ โดยได้กำหนดมาตรฐานใหม่เพื่อประสิทธิภาพและความคล่องตัวในอุตสาหกรรม

Cavli Wireless เปิดตัว C11QM ซึ่งเป็นโมดูล IoT ที่จะเข้ามาพลิกโฉมวงการอุปกรณ์เชื่อมต่อ ขุมพลังงานขนาดกะทัดรัดนี้ผสานการทำงานเข้ากับเทคโนโลยี LTE Cat 1 ขั้นสูงผ่านขีดความสามารถ GNSS ในตัวได้อย่างลงตัว มอบโซลูชันที่ครอบคลุมสำหรับการใช้งาน IoT รุ่นถัดไป C11QM ออกแบบมาโดยคำนึงถึงความคล่องตัว ซึ่งพร้อมรองรับการใช้งานที่หลากหลายในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น เกษตรกรรม การดูแลสุขภาพ การค้าปลีก เมืองอัจฉริยะ และการผลิต ชุดคุณสมบัติที่แข็งแกร่งนี้ช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างโซลูชัน IoT ที่ซับซ้อนได้โดยไม่กระทบต่อขนาดหรือประสิทธิภาพ คุณสมบัติเหล่านี้ช่วยลดระยะเวลาในการนำการปรับใช้ IoT ออกสู่ตลาดได้เป็นอย่างมาก ทำให้ธุรกิจต่าง ๆ สามารถขยายการดำเนินงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ด้วย C11QM Cavli Wireless เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนการสร้างสรรค์นวัตกรรม IoT โมดูลนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของเทคโนโลยี IoT เซลลูลาร์ที่คุ้มค่า โดยนำเสนอประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และความยืดหยุ่นที่ไม่มีใครเทียบได้เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของโลกที่เชื่อมต่อถึงกัน

ผลิตภัณฑ์ซีรีส์ C11QM นำเสนอโมดูล LTE Cat 1 ล้ำสมัยของ Cavli พร้อมด้วยระบบสำรอง 2G ซึ่งพัฒนามาเพื่อยกระดับการเชื่อมต่อ IoT และ M2M โมดูลขนาดกะทัดรัดและทรงพลังเหล่านี้รองรับ 3GPP รุ่น 10 และมี GNSS ในตัวเพื่อการระบุตำแหน่งอย่างแม่นยำ C11QM มอบความคล่องตัวเป็นพิเศษจากขีดความสามารถ VoLTE, การรองรับ SMS ที่ครอบคลุม และโปรโตคอลอินเทอร์เน็ตมากมาย C11QM พัฒนามาให้เชื่อมต่อกับเครือข่าย LTE Cat 1 ได้อย่างราบรื่น ช่วยให้ดาวน์โหลดได้ด้วยความเร็วสูงสุด 10Mbps และอัปโหลดได้ด้วยความเร็วสูงสุด 5Mbps มอบประสิทธิภาพแข็งแกร่งที่จำเป็นสำหรับการใช้งาน IoT สมัยใหม่ C11QM ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับแอปพลิเคชัน IoT ที่รองรับ LTE และมีขนาดกระทัดรัด โดยถือว่าเป็นรุ่นน้องของผลิตภัณฑ์ LTE Cat 1 ที่มีขีดความสามารถมากกว่าอย่าง C10QM C10QM ออกแบบมาเพื่อกลุ่มเป้าหมาย OEM ที่ต้องการพัฒนาโซลูชันการเชื่อมต่อที่ซับซ้อนพร้อมคุณสมบัติเพิ่มเติม เช่น อินเทอร์เฟซ MIPI DBI แบบบูรณาการสำหรับฟังก์ชันการแสดงผลโดยตรง พร้อมทั้งการรองรับ Virtual CAN และการรองรับเครื่องรับส่งสำหรับ Bluetooth และ WiFi ในขณะที่ C11QM ออกแบบมาสำหรับ OEM ที่มีวัตถุประสงค์ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์อย่างชาญฉลาดและราบรื่นมากที่สุด โดยขณะเดียวกันก็สามารถดำเนินการประมวลผลโดยอาศัยข้อมูลจากเซ็นเซอร์หลายตัวได้ นอกจากนี้ C11QM ยังทำงานร่วมกันได้กับ C17QS ซึ่งทำให้ลูกค้าของเรามีตัวเลือกในการอัปเกรดโซลูชันการเชื่อมต่อได้ตามต้องการในภายหลัง

โมดูล C11QM กำหนดนิยามใหม่ของการเชื่อมต่อ IoT ด้วยชุดคุณสมบัติอันน่าประทับใจที่อัดแน่นอยู่ในรูปแบบ LGA ขนาด 26.5 x 22.5 มม. ซึ่งกะทัดรัดคล้ายกับชิปเซ็ต LTE Cat 1bis ของเราอย่าง C16QS และ C17QS ทว่าเมื่อเทียบกับโมดูลที่มีประสิทธิภาพการประมวลผลต่ำกว่า C11QM ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล ARM Cortex-A7 ที่ทำงานด้วยความเร็วสูงสุด 1.3 GHz และมาพร้อม RAM 128 MB และ NAND Flash 128 MB ซึ่งช่วยให้ C11QM มีหน่วยความจำเพียงพอสำหรับการพัฒนาและใช้งานแอปพลิเคชัน IoT ที่ซับซ้อน ทั้งยังยกระดับมากยิ่งขึ้นด้วยขีดความสามารถของ SDK C11QM รองรับทั้ง ThreadX RTOS ที่มีน้ำหนักเบาและ Yocto Linux ที่มีความสามารถหลากหลาย ซึ่งช่วยให้มั่นใจว่าจะมีเวลาบูตเครื่องที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด ThreadX RTOS เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ OEM ที่ต้องการเวลาบูตเครื่องที่รวดเร็วและใช้หน่วยความจำต่ำเพื่อทำการคำนวณอย่างเรียบง่าย ในขณะที่ Yocto Linux นำเสนอขีดความสามารถระดับระบบปฏิบัติการมากกว่าและรองรับแอปพลิเคชัน SDK ที่ซับซ้อนได้ ฟังก์ชัน GNSS ในตัวที่ขับเคลื่อนโดย Qualcomm® Location Suite Gen8C Lite รองรับกลุ่มดาวเทียม GPS, GLONASS, BeiDou, Galileo และ QZSS เพื่อมอบบริการระบุตำแหน่งที่แม่นยำทั่วโลก

C11QM นำเสนอชุดโปรโตคอลอินเทอร์เน็ตที่ครอบคลุม รวมถึง TCP(S), HTTP(S), MQTT(S), FTP(S), UDP และ PPP ซึ่งช่วยให้สามารถผสานการทำงานเข้ากับแพลตฟอร์ม IoT ต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่น ทั้งยังมีอินเทอร์เฟซต่าง ๆ เช่น UART, USB 2.0, SDIO 3.0 และ GPIO หลายประการ ที่มาพร้อมการรองรับ VoLTE และ SMS ผ่าน IMS/SG/CS เพื่อมอบความคล่องตัวที่ไม่มีใครเทียบได้ นักพัฒนาสามารถใช้ประโยชน์จาก SDK เพื่อสร้างแอปพลิเคชันที่กำหนดเอง ซึ่งใช้ประโยชน์จากชุดคุณสมบัติที่หลากหลายของโมดูลได้อย่างเต็มที่ ขุมพลังงานขนาดพกพานี้ทำงานได้ในช่วงอุณหภูมิตั้งแต่ -40°C ถึง 85°C จึงเหมาะสำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย

ความคล่องตัวและคุณสมบัติขั้นสูงของโมดูล C11QM ทำให้โซลูชันนี้มีความสมบูรณ์แบบสำหรับกลุ่มแอปพลิเคชัน IoT ที่หลากหลายในภาคส่วนต่าง ๆ ในภาคส่วนเกษตรกรรม โซลูชันนี้ช่วยให้สามารถใช้ระบบเกษตรอัจฉริยะได้ด้วยการติดตามตำแหน่งและการบันทึกข้อมูลที่แม่นยำ สำหรับภาคส่วนการดูแลสุขภาพและสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์ การเชื่อมต่อที่เชื่อถือได้ของโมดูลจะช่วยรองรับการติดตามผู้ป่วยจากระยะไกลและการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ทางการแพทย์ C11QM นี้มีขนาดกะทัดรัดและเป็นฮาร์ดแวร์ที่มีประสิทธิภาพ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับอุปกรณ์สมาร์ทโฮมและโครงสร้างพื้นฐานในเมือง ตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีการเชื่อมต่อไปจนถึงระบบไฟอัจฉริยะ บริษัทสาธารณูปโภคด้านพลังงานได้รับประโยชน์จากขีดความสามารถด้านการสื่อสารที่แข็งแกร่งสำหรับการวัดค่าอัจฉริยะและการจัดการโครงข่ายไฟฟ้า สำหรับภาคส่วนการผลิต โซลูชันนี้ช่วยอำนวยความสะดวกในการติดตามอุปกรณ์ตามเวลาจริงและการเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทาน อินเทอร์เฟซที่หลากหลายและความสามารถในการติดตามที่แม่นยำ ทำให้ C11QM เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับ OEM ในภาคส่วนยานยนต์ที่พยายามพัฒนาโซลูชันเทเลแมติกที่มีการเชื่อมต่อระดับพื้นฐานสำหรับยานพาหนะที่มีสองล้อ ด้วยการรองรับ VoLTE, โปรโตคอลอินเทอร์เน็ตมากมาย และตัวเลือกการเชื่อมต่อทั่วโลก C11QM จึงเป็นองค์ประกอบหลักที่มีความสามารถหลากหลายสำหรับโซลูชัน IoT ที่เป็นนวัตกรรมล้ำสมัยในอุตสาหกรรมที่สำคัญเหล่านี้

“โมดูล C11QM แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าครั้งสำคัญของกลุ่มผลิตภัณฑ์โซลูชัน IoT ของเรา” John Mathew ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและหัวหน้าสถาปนิกเทคโนโลยีของ Cavli Wireless กล่าว “เราได้ออกแบบโมดูลนี้เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของอุตสาหกรรม IoT โดยผสานขีดความสามารถ LTE ขั้นสูงและ GNSS ในตัวไว้ในรูปแบบที่กะทัดรัด” สำหรับ C11QM แล้ว เราไม่ใช่แค่เปิดตัวผลิตภัณฑ์ แต่เรายังส่งเสริมให้ธุรกิจต่าง ๆ สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และปรับใช้โซลูชัน IoT ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในหลากหลายอุตสาหกรรม โมดูลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการขับเคลื่อนอนาคตของเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ”

โมดูล C11QM ของ Cavli Wireless กำหนดเกณฑ์มาตรฐานใหม่ในการใช้งาน LTE IoT อย่างคุ้มค่าทั่วโลกด้วยคุณสมบัติที่ทรงพลังและการออกแบบที่กะทัดรัด โมดูลนี้มอบทางเลือกที่เข้าถึงได้แก่ OEM เพื่อให้สามารถใช้การเชื่อมต่ออัจฉริยะสำหรับอุปกรณ์ของตนได้ในราคาที่ต่างไปจากเดิม พร้อมทั้งเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับแอปพลิเคชัน IoT ที่ต้องการการประมวลผลระดับสูง เนื่องจากความต้องการอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกันได้ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง C11QM จึงพร้อมที่จะขับเคลื่อนนวัตกรรมรุ่นถัดไป ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจต่าง ๆ สามารถสร้างโซลูชันที่ชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั่วโลก Cavli C11QM มีบทบาทสำคัญต่อความมุ่งมั่นของเราในการทำให้กระบวนการเชื่อมต่ออัจฉริยะนั้นง่ายดายและคล่องตัวยิ่งขึ้นสำหรับ OEM ทั้งยังมั่นใจได้ว่ากระบวนการนี้จะไม่ทำให้เสียค่าใช้จ่ายมากเกินไป

เกี่ยวกับ Cavli Wireless
Cavli Wireless ออกแบบและผลิตโมดูลเซลลูลาร์ที่รองรับ IoT ซึ่งปรับปรุงความน่าเชื่อถือของอุปกรณ์และเร่งกระบวนการพัฒนาแอปพลิเคชันต่าง ๆ โมดูลเซลลูลาร์อัจฉริยะของ Cavli มาพร้อมการเชื่อมต่อเซลลูลาร์ทั่วโลกผ่านฟังก์ชัน eSIM แบบบูรณาการ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ได้รับข้อมูลระดับโลกในราคาที่เอื้อมถึง การจัดการอุปกรณ์ที่ง่ายขึ้น และการจัดการการสมัครใช้งานแบบรวมศูนย์ผ่านแพลตฟอร์ม Cavli Hubble บนระบบคลาวด์ที่เป็นกรรมสิทธิ์

ข้อมูลการติดต่อ:
Shariq Jalaluddin
+91 6282917279
[email protected]

สามารถดูภาพประกอบของประกาศนี้ได้ที่ https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/f28df430-f509-449e-8244-5c7e31d77353

GlobeNewswire Distribution ID 9197371

การปฏิวัติการซื้อขาย CFD ด้วยดัชนีชี้นำของ DiNapoli: EBC Financial Group ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์

กรุงเทพฯ, July 29, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — EBC Financial Group (EBC) มีความยินดีที่จะประกาศถึงความสำเร็จในการจัดงาน “การปฏิวัติการซื้อขาย CFD ด้วยดัชนีชี้นำของ DiNapoli” งานนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในโลกของการซื้อขาย CFD โดยมีพิธีลงนามร่วมกับเทรดเดอร์และนักเขียนชื่อดังอย่าง Joe DiNapoli อีกทั้งยังมีผู้เข้าร่วมที่มีชื่อเสียงจากภาคสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ ผู้มีอิทธิพลทางความคิด ลูกค้าระดับ VIP ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม และผู้นำธุรกิจ

EBC Financial Group ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับดัชนีชี้นำของ DiNapoli เพื่อเสริมศักยภาพให้กับเทรดเดอร์ด้วยเครื่องมือและข้อมูลเชิงลึกขั้นสูง
ช่วงการถ่ายภาพหมู่เพื่อฉลองความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับดัชนีชี้นำของ DiNapoli โดยมีเป้าหมายในการเสริมศักยภาพให้กับเทรดเดอร์ด้วยเครื่องมือและข้อมูลเชิงลึกขั้นสูง

ช่วงการถ่ายภาพหมู่เพื่อฉลองความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับดัชนีชี้นำของ DiNapoli โดยมีเป้าหมายในการเสริมศักยภาพให้กับเทรดเดอร์ด้วยเครื่องมือและข้อมูลเชิงลึกขั้นสูง

งานนี้เน้นย้ำถึงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง EBC Financial Group และดัชนีชี้นำของ DiNapoli โดยผนวกรวมแนวทางการซื้อขายที่เป็นที่รู้จักของ DiNapoli เข้ากับขอบเขตการซื้อขาย CFD EBC คือผู้ให้บริการทางการเงินระดับโลก ซึ่งเป็นที่รู้จักในด้านการดำเนินการคำสั่งซื้อที่รวดเร็ว การเข้าถึงสภาพคล่องในระดับสถาบัน และระบบรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง EBC เสนอบริการด้านการซื้อขายที่ตรงตามข้อกำหนด เป็นมืออาชีพ และมีประสิทธิภาพ ด้วยใบอนุญาตกำกับดูแลระดับสูงจากสหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และหมู่เกาะเคย์แมน ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกและจัดหาเครื่องมือขั้นสูงแก่นักลงทุน ซึ่งช่วยให้นักลงทุนสามารถควบคุมกลยุทธ์การซื้อขายที่มีประสิทธิภาพในตลาดที่มีความผันผวนในปัจจุบัน

David Barrett (ขวา) ประธานกรรมการบริหารของ EBC Financial Group (UK) Ltd และ Joe DiNapoli (ซ้าย) อยู่ที่พิธีลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์
David Barrett (ขวา) ประธานกรรมการบริหาร of EBC Financial Group (UK) Ltd และ Joe DiNapoli (ซ้าย) อยู่ที่พิธีลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ซึ่งเป็นการปฏิวัติการซื้อขาย CFD ด้วยดัชนีชี้นำของ DiNapoli

David Barrett (ขวา) ประธานกรรมการบริหาร of EBC Financial Group (UK) Ltd และ Joe DiNapoli (ซ้าย) อยู่ที่พิธีลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ซึ่งเป็นการปฏิวัติการซื้อขาย CFD ด้วยดัชนีชี้นำของ DiNapoli

ข้อมูลเชิงลึกด้านการกำกับดูแลการเสริมสร้างเสถียรภาพของตลาดโลก
David Barrett ประธานกรรมการบริหารของ EBC Financial Group สาขาสหราชอาณาจักรหรือ EBC Financial Group (UK) Ltd และสาขาหมู่เกาะเคย์แมนหรือ EBC Financial Group (Cayman) Limited ได้เปิดงานด้วยการกล่าวถึงภาพรวมเชิงลึกเกี่ยวกับภูมิทัศน์ด้านการกำกับดูแลที่ส่งผลต่อบริษัทนายหน้าทางการเงิน พร้อมอธิบายถึงบทบาทของหน่วยงานกำกับดูแลหลักในการรักษาเสถียรภาพและความสมบูรณ์ของระบบในเขตอำนาจศาลต่าง ๆ ประธาน Barrett เน้นย้ำถึงวิวัฒนาการที่สำคัญของสภาพแวดล้อมด้านการกำกับดูแล โดยให้ข้อสังเกตว่าก่อนหน้านี้เขตอำนาจศาลที่มีข้อบังคับน้อยกว่าหลายแห่งได้ดึงดูดผู้ที่ต้องการการกำกับดูแลที่เข้มงวดน้อยกว่า อย่างไรก็ตาม เขาได้เน้นย้ำว่าตั้งแต่เกิดวิกฤตทางการเงิน ได้มีความพยายามร่วมกันเพื่อยกระดับเขตอำนาจศาลเหล่านี้ให้เป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติตามข้อกำหนดที่สูงขึ้น “การเปลี่ยนแปลงนี้นำไปสู่กรอบการกำกับดูแลที่มีความแข็งแกร่งและน่าเชื่อถือมากขึ้นทั่วโลก” ประธาน Barrett กล่าวสรุป

56 ปีแห่งความรอบรู้ด้านการซื้อขาย
ในงานนี้ Joe DiNapoli เทรดเดอร์ชื่อดังและนักเขียนหนังสือ “Trading with DiNapoli Levels” ได้มาแบ่งปันความรู้ด้านการซื้อขายที่สั่งสมตลอดเส้นทางอาชีพกว่า 56 ปีของตนเอง DiNapoli เป็นที่รู้จักจากการคาดการณ์ตลาดได้อย่างแม่นยำ เขาดึงดูดผู้ฟังด้วยการนำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่มีลักษณะเฉพาะตัวเกี่ยวกับแนวโน้มตลาด การวิเคราะห์ทางเทคนิค และวิวัฒนาการของกลยุทธ์การซื้อขาย หนังสือที่เป็นผลงานต้นแบบของเขาเล่มนี้ได้รับการแปลเป็น 12 ภาษา และส่งต่ออิทธิพลไปสู่เทรดเดอร์ทั่วโลก ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา DiNapoli ได้คาดการณ์เหตุการณ์สำคัญ ๆ ในตลาดได้สำเร็จ รวมถึงเหตุการณ์ตลาดหุ้นตกในปี พ.ศ. 2530 และจุดเปลี่ยนที่สำคัญมากมายในตลาดซื้อขายล่วงหน้า S&P

ในตอนที่เล่าย้อนถึงช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อในเส้นทางอาชีพของตนเอง เขาได้กล่าวว่า “ตอนนั้น ผมกำลังฟังเพื่อนร่วมงานแล้วคิดว่าจะมีค่าแค่ไหนกันนะ หากเราสามารถคาดการณ์ได้ว่าพรุ่งนี้จะมีการซื้อทองคำมากเกินไปในตลาดไหน หรือ S&P จะมีการขายมากเกินไปในตลาดไหน” การเปิดเผยถึงเรื่องราวนี้ตอกย้ำถึงความสำคัญอย่างยิ่งของดัชนีชี้นำเชิงคาดการณ์ในการซื้อขาย โดยแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของดัชนีเหล่านี้ในการมอบความได้เปรียบเชิงแข่งขันให้แก่เทรดเดอร์ผ่านการประมาณการความเคลื่อนไหวของตลาดอย่างถูกต้อง

DiNapoli เน้นย้ำถึงความสำคัญอย่างยิ่งของการดำเนินการด้านการซื้อขาย โดยกล่าวว่า “การดำเนินการที่ยอดเยี่ยม การดำเนินการที่ยอดเยี่ยม และการดำเนินการที่ยอดเยี่ยมมีความสำคัญมาก นี่ก็ผ่านมา 42 ปีแล้ว และอุตสาหกรรมนี้ก็ยังคงไม่สอนเรื่องดัชนีชี้นำ เราสอน แต่พวกเขาไม่สอน” เขาได้แสดงให้เห็นว่าการใช้ดัชนีชี้นำขั้นสูง เช่น MACD Predictor และ Detrended Oscillator Predictor (DOP) ได้เปลี่ยนแปลงวิธีการของเขาไปอย่างไร ซึ่งทำให้เขาสามารถคาดการณ์ระดับการซื้อมากเกินไปและการขายมากเกินไปได้แม่นยำอย่างมาก ผลงานบุกเบิกนี้ได้มอบเครื่องมือที่ช่วยปรับปรุงความแม่นยำในการซื้อขายและการตัดสินใจให้กับเทรดเดอร์ DiNapoli เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการใช้ดัชนีชี้นำขั้นสูงเพื่อคงความได้เปรียบในตลาด

กลยุทธ์ที่ใช้งานได้จริงด้วย DiNapoli Levels
Lawrence Smart ผู้เชี่ยวชาญใน DiNapoli และนักการศึกษาด้านการซื้อขายจากออสเตรเลีย ได้แบ่งปันการประยุกต์ใช้ DiNapoli Levels ในการซื้อขายของตนเอง ในตอนที่เล่าย้อนถึงเส้นทางการซื้อขายที่มีมายาวนานถึง 17 ปีของตนเอง Smart ได้อธิบายว่าวิธีการต่าง ๆ เช่น ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่และการซื้อขายตามแนวโน้ม ให้ผลลัพธ์ที่ผสมปนเปและขาดความแม่นยำอย่างไรบ้าง

Smart กล่าวย้ำถึงความสำคัญของการลดความเสี่ยงในการซื้อขายไว้ว่า “สิ่งนี้ทำให้ผมมีความชัดเจน เพิ่มความมั่นใจ และช่วยลดความเสี่ยง ในการซื้อขาย การลดความเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อนำเงินมาลงทุน โดยเฉพาะเงินจำนวนมาก คุณต้องมีความมั่นใจและเชื่อมั่นในวิธีการซื้อขายของคุณ หากไม่มีความมั่นใจในวิธีการ คุณก็จะไม่สามารถซื้อขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ” Smart ได้เน้นย้ำถึงประสิทธิภาพของการใช้ดัชนีชี้นำเพื่อคาดการณ์ความเคลื่อนไหวของตลาด ทำให้เทรดเดอร์สามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูล จัดการการซื้อขายได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น และลดความเสี่ยงลง Smart ได้แสดงให้เห็นถึงวิธีการใช้ดัชนีชี้นำเพื่อเข้าสู่ตลาดด้วยความแม่นยำ ผ่านคำแนะนำโดยละเอียดเกี่ยวกับการซื้อขาย EURUSD จริง

การวิเคราะห์การอ่อนค่าของสกุลเงินญี่ปุ่น
Pieter van Wyk นักเทรดมืออาชีพและผู้จัดการกองทุนบริหารความเสี่ยง ได้นำเสนอการวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับกลยุทธ์ของญี่ปุ่นในการจัดการกับการอ่อนค่าของสกุลเงิน “การกู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า อาจนำไปสู่การอ่อนค่าของสกุลเงินในระยะกลาง” ปรากฏการณ์นี้กำลังเกิดขึ้นกับสกุลเงินเยนในปัจจุบัน”

การวิเคราะห์ของ Van Wyk มอบความเข้าใจที่ครอบคลุมเกี่ยวกับอิทธิพลที่เศรษฐกิจมหภาคมีต่อการซื้อขายและผลกระทบจากการปรับนโยบายของธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น เขาได้กล่าวถึงผลกระทบที่สำคัญของ Carry Trade ต่อมูลค่าของสกุลเงินเยน และได้อธิบายว่าความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงระหว่างประเทศต่าง ๆ ส่งผลต่อความแข็งแกร่งของสกุลเงินอย่างไร Van Wyk ได้แสดงให้เห็นถึงวิธีที่เทรดเดอร์สามารถระบุหาประเด็นสำคัญในการแทรกแซงและประเมินเสถียรภาพระยะยาวของสกุลเงินเยน

ข้อมูลเชิงลึกด้านการซื้อขายกับ Monchai Kongthanapakdi
Monchai Kongthanapakdi ผู้เชี่ยวชาญใน DiNapoli จากประเทศไทย ได้ตอบคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการซื้อขายอย่างมืออาชีพ โดยนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความซับซ้อนของพฤติกรรมตลาด “เทรดเดอร์มืออาชีพทำอะไรบ้าง พวกเขารับรู้ความเป็นไปของตลาดได้อย่างไร ทัศนคติของพวกเขาเป็นอย่างไร สัญญาณที่ทำให้พวกเขาตัดสินใจคืออะไร พวกเขารออะไร” Kongthanapakdi ได้สำรวจทัศนคติและศึกษาเทคนิคที่ทำให้เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จแตกตากจากคนอื่น โดยเขาได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการรับรู้สัญญาณที่ละเอียดอ่อนของตลาดและการเข้าใจพลวัตของตลาด

สรุปการอภิปรายกับผู้ร่วมอภิปรายเกี่ยวกับการยกระดับทักษะและกลยุทธ์ของเทรดเดอร์
การอภิปรายเชิงโต้ตอบกับผู้ร่วมอภิปรายที่มีชื่อเสียง โดยมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับผู้เข้าร่วมเกี่ยวกับเทคนิคการซื้อขายอย่างมืออาชีพและพฤติกรรมตลาด

การอภิปรายเชิงโต้ตอบกับผู้ร่วมอภิปรายที่มีชื่อเสียง โดยมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับผู้เข้าร่วมเกี่ยวกับเทคนิคการซื้อขายอย่างมืออาชีพและพฤติกรรมตลาด

EBC ยังคงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกันข้ามพรมแดนทางภูมิศาสตร์ งานนี้ไม่เพียงมุ่งเน้นที่ความสำคัญของเครื่องมือการซื้อขายขั้นสูงเท่านั้น แต่ยังสนับสนุนความมุ่งมั่นอย่างไม่ลดละของ EBC Financial Group ในการเสริมศักยภาพให้กับเทรดเดอร์ด้วยความรู้และทรัพยากรที่จำเป็นต่อการประสบความสำเร็จในตลาดการเงิน ด้วยการนำเสนอโซลูชันที่เป็นนวัตกรรมและบริการที่ยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง EBC จึงเป็นผู้นำในการสนับสนุนเทรดเดอร์และลูกค้าทั่วโลก

เกี่ยวกับ EBC Financial Group
สำหรับ EBC Financial Group (EBC) ก่อตั้งขึ้นในย่านการเงินที่น่าเชื่อถือของลอนดอน โดยมีชื่อเสียงด้านบริการที่ครบวงจร ซึ่งรวมถึงนายหน้าทางการเงิน การจัดการสินทรัพย์ และโซลูชันการลงทุนที่ครอบคลุม EBC ให้ความสำคัญต่อลูกค้าที่หลากหลายทั้งนักลงทุนรายย่อย นักลงทุนมืออาชีพ และนักลงทุนสถาบันทั่วโลก โดยมีสำนักงานตั้งอยู่ในศูนย์กลางทางการเงินที่โดดเด่น เช่น ลอนดอน ซิดนีย์ ฮ่องกง โตเกียว สิงคโปร์ หมู่เกาะเคย์แมน กรุงเทพมหานคร ลีมาซอล และอีกหลายแห่ง

EBC ได้รับการยอมรับจากรางวัลมากมาย และภาคภูมิใจในความยึดมั่นตามมาตรฐานจริยธรรมชั้นนำและกฎระเบียบนานาชาติ EBC Financial Group (UK) Limited กำกับดูแลโดย Financial Conduct Authority (FCA) ของสหราชอาณาจักร, EBC Financial Group (Australia) Pty Ltd กำกับดูแลโดย Australia’s Securities and Investments Commission (ASIC) และ EBC Financial Group (Cayman) Limited กำกับดูแลโดย Cayman Islands Monetary Authority (CIMA)

หัวใจสำคัญของ EBC Group คือผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์อย่างลุ่มลึกกว่า 30 ปีในสถาบันการเงินรายใหญ่ โดยได้ดำเนินการผ่านวงจรเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างเชี่ยวชาญตั้งแต่วิกฤตพลาซาแอคคอร์ดจนถึงวิกฤตสวิสฟรังก์ในปี 2558 EBC ส่งเสริมวัฒนธรรมความซื่อสัตย์ ความเคารพ และความปลอดภัยของสินทรัพย์ของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง เพื่อให้มั่นใจว่าการมีส่วนร่วมของนักลงทุนทุกคนจะได้รับการปฏิบัติด้วยความจริงจังสูงสุดตามที่สมควรได้รับ

EBC เป็นพันธมิตรการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอย่างเป็นทางการของ FC Barcelona ซึ่งให้บริการเฉพาะทางในภูมิภาคต่าง ๆ เช่น เอเชีย ลาตินอเมริกา ตะวันออกกลาง แอฟริกา และโอเชียเนีย EBC ยังเป็นพันธมิตรของ United to Beat Malaria ซึ่งเป็นแคมเปญของมูลนิธิสหประชาชาติ โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงผลลัพธ์ด้านสุขภาพในระดับโลก ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2567 เป็นต้นมา EBC ได้สนับสนุนซีรีส์ที่เข้าถึงสาธารณะ “What Economists Really Do” ที่จัดทำโดย Department of Economics ของ Oxford University โดยมีจุดประสงค์เพื่อทำให้เข้าใจเศรษฐศาสตร์ได้ง่ายขึ้น และการประยุกต์ใช้เศรษฐศาสตร์กับความท้าทายทางสังคมที่สำคัญ ๆ เพื่อเพิ่มความเข้าใจและการเสวนาของสาธารณะ

https://www.ebc.com/

ผู้ติดต่อด้านสื่อ:
Douglas Chew
หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ระดับโลก
[email protected]

สามารถดูรูปภาพประกอบของประกาศฉบับนี้ได้ที่:

https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/3f16a6bf-7c92-4e99-9549-a39ce0886430/th

https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/c02c159c-4f98-4db2-91d2-2d40d08512af/th

https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/e070d30d-af92-44c0-b70f-b655290271fe/th

GlobeNewswire Distribution ID 9194785

OmniGuide Holdings Announces Successful Completion of Patient Study for Revolutionary iSTONE(TM) Laser-Guided Lithotripsy Technology

BILLERICA, MA / ACCESSWIRE / July 26, 2024 / OmniGuide Holdings, Inc. (OGH) is thrilled to announce the successful completion of a groundbreaking patient study for its innovative iSTONE™ software, a laser-guided system designed for real-time automatic target identification in endoscopic stone lithotripsy. This advancement marks a significant milestone in the treatment of urolithiasis, promising a new era of precision and safety in kidney stone management.

In August 2022, the German Federal Ministry of Education and Research recognized the potential of this pioneering technology, awarding LISA Laser Products GmbH, a subsidiary of OmniGuide Holdings based in Germany, a prestigious grant (Grant No. 13GW0628) to develop the iSTONE system further. The novel optical feedback technology at the heart of iSTONE has demonstrated a significant reduction in energy required during lithotripsy procedures in a porcine animal model, thereby minimizing the heat load and potential temperature increase in the kidney. This innovation not only preserves the integrity of the organ but also protects it from permanent postoperative damage.

The results from the animal study are compelling, showing the potential for a reduction of over 50% in the energy applied and the risk of kidney damage compared to the traditional Gold Standard Holmium Therapy.1 "Our unique approach underscores our patient-focused mission and is set to redefine laser-assisted lithotripsy," stated Tullio Cappelletto, Global Director of Marketing and Sales at OmniGuide Holdings.

The OmniGuide Digital Innovation Institute, with its team of exceptional developers and engineering specialists, continues to push the boundaries of medical technology. "Their commitment to advancing patient care has led to the creation of iSTONE, a testament to the company’s dedication to innovation and excellence in healthcare," stated Robert Allen, CFO of OmniGuide Holdings.

The findings from the patient study, eagerly anticipated by the medical community, will be unveiled in the forthcoming months. OmniGuide Holdings is poised to lead the way in enhancing the safety, efficiency, and outcomes of kidney stone treatment, solidifying its position at the forefront of medical innovation.

For more information about OmniGuide Holdings and the iSTONE™ technology, please visit https://www.omni-guide.com/news.

1 Schlager, D., Schulte, A., Schütz, J., Brandenburg, A., Schell, C., Lamrini, S., Vogel, M., Teichmann, H.-O., & Miernik, A. (2021). Laser-guided real-time automatic target identification for endoscopic stone lithotripsy: a two-arm in vivo porcine comparison study. World Journal of Urology, 39, 2719-2726. https://doi.org/10.1007/s00345-020-03452-0

Contact Information

Tullio Cappelletto
[email protected]

SOURCE: OmniGuide Holdings, Inc.

.

View the original press release on newswire.com.

British Veterinary Association Ends Opposition to Vegan Diets for Dogs

SOUTHAMPTON, ENGLAND / ACCESSWIRE / July 25, 2024 / The British Veterinary Association (BVA) has ended its opposition to (nutritionally-sound) vegan diets for dogs. Until recently, its opposition was regularly reported. However, the BVA also has a corporate partnership with Mars Petcare, which makes large sums from selling meat-based pet foods. Stated Andrew Knight, veterinary Professor of Animal Welfare: "The Mars-BVA partnership represents a significant conflict of interest. Veterinary associations have a responsibility to ensure their positions are evidence-based, up-to-date and not influenced by conflicts of interest."

Following such critique, in 2023 the BVA ceased its public statements opposing vegan pet food and established a working group to review its position on companion animal diets, including vegan diets.

And on 24th July 2024, the BVA ended its opposition to (nutritionally-sound) vegan dog diets, publishing an article and policy position on pet diet choices. The new policy confirmed that: "It is possible to feed dogs a plant-based diet…". It did not attempt to determine the ‘best’ diet for individual pets but rather, "focuses on supporting pet owners to ensure they are meeting their pets’ nutritional needs as well as meeting their own lifestyle choices."

Pet guardians have been keen to adopt vegan pet diets. The BVA noted that 42% of companion animal vets reported they had clients who feed meat-free diets. The switch to such diets is being driven by concerns about the health, environmental, and food animal welfare impacts of meat-based diets. Considering pet health, by mid 2024, 10 studies in dogs and three in cats had demonstrated equivalent or superior health outcomes using (nutritionally-sound) vegan or vegetarian diets. These included large-scale studies, studies using veterinary clinical examinations, diagnostic tests and laboratory data, and studies reporting veterinary health assessments, as well as owner opinions (which were recently found to be uninfluenced by diet choice, also increasing confidence in their reliability).

When considering environmental benefits, the key study in this field recently found that a global transition toward nutritionally-sound vegan diets for the 471 million pet dogs and 373 million pet cats owned worldwide in 2018, would provide major environmental benefits. If all pet dogs were transitioned, it would save more greenhouse gases than produced by the entire UK. If all pet cats were transitioned, sufficient food energy could be saved to feed 70 million people – more the entire UK population. Transitioning pet dogs would allow 450 million people to be fed – greater than the entire EU population. And around seven billion farmed land animals would be spared from slaughter annually, or 9% of the global total, with significantly higher proportions in countries with high pet ownership, such as the UK or US.

Stated Prof. Knight: "It is commendable that the BVA has finally ended its unscientific opposition to (nutritionally-sound) vegan dog diets and has noted the environmental benefits that plant-based ingredients may provide. It is now up to international veterinary associations to follow suit." Further information is provided at Prof. Knight’s website.

Contact Information

Andrew Knight
Veterinary Professor of Animal Welfare
[email protected]

SOURCE: Prof. Andrew Knight

.

View the original press release on newswire.com.