ตรวจสอบแล้ว: ปัญญาประดิษฐ์กำหนดคำนิยามใหม่ของการตลาดในปี 2024 โดยเปลี่ยนจากโฆษณาแบบทั่วไปสู่ประสบการณ์ที่ปรับแต่งเฉพาะ

วอเตอร์ฟอร์ด, ไอร์แลนด์, Oct. 28, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (ML) กำลังกำหนดนิยามใหม่ของการตลาดในปี 2024 ซึ่งได้พลิกโฉมการตลาดแบบดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง ทำให้การโฆษณาแบบทั่วไปกลายเป็นเรื่องในอดีต ขณะนี้ทุกอย่างเป็นเรื่องเกี่ยวกับความแม่นยำที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล รวมถึงการมอบประสบการณ์ที่ปรับแต่งเฉพาะและสะท้อนถึงผู้ชม

สำหรับภาคส่วนคาสิโนออนไลน์ การตลาดถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และนั่นคือเหตุผลที่ Minimum Deposit Casinos (MDC) หรือพอร์ทัลทรัพยากรคาสิโนระดับโลกและแผนกย่อยของ OneTwenty Group ได้นำพลังของ AI และ ML มาใช้ในการเปลี่ยนแปลงทางการตลาดครั้งพิเศษนี้

“หมดสมัยการตลาดโดยสื่อสารแบบเดียวหว่านแหไปทั่วแล้ว ผู้เล่นในปัจจุบันไม่เพียงต้องการสถานที่สำหรับเดิมพัน แต่ยังต้องการประสบการณ์ที่ดื่มด่ำและเป็นส่วนตัว” Sara Jacobs ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด iGaming ที่ MDC กล่าว

“AI ทำให้ตอนนี้เราสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้เล่นได้แบบเรียลไทม์ และระบุสิ่งที่ชอบและนิสัยได้ เนื่องจากมีข้อมูลนี้ เราจึงเจรจาข้อตกลงแบบปรับแต่งได้ให้กับผู้เล่น โดยจัดทำไว้สำหรับแต่ละคน”

แนวทางนี้ไม่เพียงช่วยรักษานักเล่นให้คงอยู่กับเราได้มากขึ้น แต่ยังเพิ่มความพึงพอใจของผู้ใช้โดยรวมด้วยการสร้างประสบการณ์การเล่นเกมที่ทำให้รู้สึกว่าปรับแต่งมาเฉพาะสำหรับผู้เล่นทุกคน

“แต่ความก้าวหน้าไม่ได้หยุดอยู่แค่การยกระดับประสบการณ์ของผู้เล่นเท่านั้น AI ยังช่วยให้คาสิโนเติมเต็มบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการเล่นเกมอย่างมีความรับผิดชอบอีกด้วย” Jacobs กล่าวเสริม “เนื่องจากมีการวิเคราะห์รูปแบบพฤติกรรมของผู้เล่น ผู้ควบคุมงานจึงสามารถตรวจพบสัญญาณแรกเริ่มของการพนันที่มีปัญหาและสามารถเข้าแทรกแซงได้แบบเรียลไทม์”

นอกจากนี้ คาสิโนออนไลน์ยังใช้ AI เพื่อแบ่งกลุ่มผู้ชม ทำให้ส่งข้อความที่ตรงเป้าหมายเฉพาะบุคคลได้ผ่านอีเมล การแจ้งเตือนบนมือถือ และโซเชียลมีเดีย ผลลัพธ์ก็คือผู้เล่นรู้สึกมีคุณค่า ระดับการมีส่วนร่วมเพิ่มขึ้น และความภักดีของลูกค้าก็มั่นคงมากกว่าที่เคย

ในขณะที่ปี 2025 กำลังใกล้เข้ามา การตลาดแบบปรับให้เหมาะเฉพาะบุคคลยังคงเป็นตัวกำหนดอนาคตของ iGaming เทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้ AI และ ML พร้อมที่จะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไปข้างหน้า โดยนำไปสู่ยุคแห่งการตลาดและการเล่นเกมอย่างรับผิดชอบที่เน้นกลุ่มเป้าหมายและมีพลวัตมากขึ้น

เกี่ยวกับ MDC

MDC ซึ่งเป็นแผนกหนึ่งของ OneTwenty Group เป็นพอร์ทัลทรัพยากรด้าน iGaming ระดับโลกที่ตรวจสอบและแนะนำคาสิโนออนไลน์ที่มีการกำกับดูแลและน่าไว้วางใจมากที่สุดให้กับผู้เล่น MDC วิเคราะห์คาสิโนออนไลน์ทุกแง่มุม ตั้งแต่การตรวจสอบรายละเอียดใบอนุญาตการเล่นเกมไปจนถึงความปลอดภัย เครื่องมือการเล่นพนันอย่างมีความรับผิดชอบ และแนวทางการเล่นเกมที่ยุติธรรม ก่อนที่จะแนะนำคาสิโนเหล่านี้ให้แก่ผู้เล่น

หากต้องการสอบถาม โปรดติดต่อ [email protected]



GlobeNewswire Distribution ID 1001009773

EBC Financial Group และภาควิชาเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัย ออกซฟอร์ดประกาศเปิดตัวตอน WERD ที่เกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์มหภาคและสภาพภูมิอากาศ

อ็อกซ์ฟอร์ด, สหราชอาณาจักร, Oct. 25, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — EBC Financial Group (EBC) ภูมิใจที่จะประกาศความร่วมมืออย่างต่อเนื่องกับภาควิชาเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดสำหรับซีรีส์การสัมมนาผ่านเว็บ “What Economists Really Do” (WERD) ที่ได้รับการยกย่อง สำหรับปี 2024-2025 งานที่จะเกิดขึ้นนี้จะเป็นงาน WERD แรกที่มีการอภิปรายแบบคณะเฉพาะ โดยอยู่ในรูปแบบผสมผสานและมีหัวข้อว่า “การรักษาความยั่งยืน: การสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและความสามารถในการปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” นอกจากนี้ ยังถือเป็นความร่วมมือครั้งที่สองระหว่าง EBC และภาควิชาเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดในปีนี้ หลังจากที่ประสบความสำเร็จก่อนหน้านี้ในเดือนมีนาคม ความร่วมมืออย่างต่อเนื่องของ EBC กับภาควิชาเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดนั้นต่อยอดมาจากความสำเร็จของการสัมมนาผ่านเว็บ WERD ครั้งก่อน ซึ่งมุ่งเน้นที่เศรษฐศาสตร์แห่งการเลี่ยงภาษี การสัมมนาดังกล่าวสำรวจผลกระทบของการเลี่ยงภาษีที่มีต่อเศรษฐกิจทั้งในระดับโลกและระดับท้องถิ่น โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของความรู้ทางการเงินในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ซับซ้อน

งานแบบผสมผสานนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2024 ที่โรงละคร Sir Michael Dummett Lecture ในวิทยาลัย Christ Church และจะนำพาผู้นำทางความคิดที่มีชื่อเสียงมารวมตัวกัน เพื่อหารือถึงจุดเชื่อมโยงระหว่างนโยบายเศรษฐกิจกับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

การสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและความสามารถในการปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ: การอภิปรายระดับโลก

งาน WERD ที่กำลังจะมีขึ้นนี้ได้รับการสนับสนุนโดย EBC Financial Group และจะมีการบรรยายสำคัญโดยศาสตราจารย์ Andrea Chiavari และการอภิปรายแบบคณะเกี่ยวกับวิธีที่นโยบายเศรษฐกิจมหภาคสามารถแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมได้ พร้อมทั้งยังรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจระดับโลกได้

ในขณะที่ความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับโลกทวีความรุนแรงมากขึ้น งานนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญที่บทบาทของภาคการเงินในการส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนอยู่ภายใต้การพินิจพิเคราะห์โดยละเอียดที่เพิ่มขึ้น ในภูมิทัศน์เศรษฐกิจปัจจุบัน การจัดกลยุทธ์ทางการเงินให้สอดคล้องกับการใช้และปกป้องสิ่งแวดล้อมอย่างมีความรับผิดชอบถือเป็นสิ่งสำคัญ จากการสนับสนุนตอน WERD ที่กำลังจะมีขึ้นนี้ EBC จะเปลี่ยนจุดมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาเร่งด่วนในด้านความสามารถในการปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน การอภิปรายแบบคณะจะสำรวจว่านโยบายเศรษฐกิจมหภาคจะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เร่งด่วนที่สุดบางประการของโลกได้อย่างไร พร้อมทั้งยังรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจได้ด้วย การสนทนาแบบโต้ตอบกันทันท่วงทีในครั้งนี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของ EBC ที่มีต่อการส่งเสริมการอภิปรายเกี่ยวกับวิธีที่ตลาดการเงินจะสามารถเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนความยั่งยืนได้

David Barrett ประธานกรรมการบริหารของ EBC Financial Group (UK) Ltd แสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้นต่อความร่วมมืออย่างต่อเนื่องนี้ว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เป็นพันธมิตรอีกครั้งกับภาควิชาเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดสำหรับการสัมมนาผ่านเว็บในตอนที่ 2 ประจำปี 2024-2025 ที่มีชื่อว่า “What Economists Really Do” ความร่วมมือนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราที่มีต่อการพัฒนางานวิจัยทางวิชาการและการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนในด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านมุมมองเศรษฐกิจมหภาค ที่ EBC Financial Group เราเชื่อมั่นในพลังของความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่จะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมาย และเรารู้สึกภูมิใจที่ได้สนับสนุนพันธมิตรผู้ทรงเกียรติรายนี้ในภารกิจร่วมกันเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนมากขึ้น”

Banu Demir Pakel ผู้ดำเนินรายการอภิปราย รองหัวหน้าฝ่ายปฏิสัมพันธ์ภายนอกและรองศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ กล่าวเสริมว่า “เรายินดีต้อนรับ EBC Financial Group กลับมาเป็นผู้สนับสนุนตอน ‘What Economists Really Do’ (WERD) อีกครั้ง ในตอน WERD ก่อนหน้า เราได้ต้อนรับ David Barrett ประธานกรรมการบริหารของ EBC Financial Group (UK) Ltd ที่จะมาพูดคุยเกี่ยวกับ ‘เศรษฐศาสตร์ของการเลี่ยงภาษี’ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าข้อมูลเชิงลึกของอุตสาหกรรมนั้นล้ำค่าต่อการอภิปรายในเชิงวิชาการได้อย่างไร จากความสำเร็จนี้ เรามุ่งหวังที่จะจัดงานสัมมนาแบบคณะผสมผสานที่ใหญ่กว่าเดิมร่วมกับแขกจากอุตสาหกรรมอื่น ๆ รวมถึงการบรรยายสำคัญจากศาสตราจารย์ Andrea Chiavari ในหัวข้อ “เศรษฐศาสตร์มหภาคและสภาพภูมิอากาศ” ภาควิชาเศรษฐศาสตร์รู้สึกภูมิใจที่จะอำนวยความสะดวกในการจัดงานสนทนาเชิงความคิดระหว่างภาควิชาการและภาคอุตสาหกรรม และเรารู้สึกขอบคุณที่ EBC ให้การสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง เราหวังว่างานนี้จะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี”

ภาควิชาเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดได้รับการยกย่องไปทั่วโลกในด้านการวิจัยทางวิชาการอันเข้มงวดและการมีส่วนสนับสนุนที่สำคัญต่อนโยบายเศรษฐกิจ ผู้เข้าร่วมจะได้รับข้อมูลเชิงลึกอันมีค่าว่าหลักการเศรษฐศาสตร์มหภาคจะสามารถสอดคล้องกับเป้าหมายการเติบโตอย่างยั่งยืนได้อย่างไร โดยได้รับข้อมูลจากมุมมองทั้งจากภาควิชาการและภาคการเงิน งานนี้เป็นการอภิปรายที่เชื่อมช่องว่างระหว่างทฤษฎีและการปฏิบัติ โดยให้มุมมองเชิงคาดการณ์อนาคตว่านโยบายเศรษฐกิจจะสามารถยกระดับความสามารถในการปรับตัวเพื่อรับมือกับสิ่งแวดล้อมและสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจระดับโลกได้อย่างไร นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังจะได้ฟังจากผู้นำในอุตสาหกรรมเกี่ยวกับขั้นตอนเชิงปฏิบัติที่ธุรกิจและสถาบันต่าง ๆ สามารถและจะดำเนินการเพื่อให้ประสบความสำเร็จในการเสริมสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน

การยอมรับวิสัยทัศน์ที่กว้างขึ้นของการพัฒนาอย่างยั่งยืน

การสนับสนุนของ EBC Financial Group ที่มีต่อโครงการริเริ่มนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่มีการขยายตัวเชิงกลยุทธ์ไปทั่วโลก เนื่องจากมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญ เช่น ลอนดอน ฮ่องกง โตเกียว สิงคโปร์ และซิดนีย์ รวมถึงตลาดเกิดใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ละตินอเมริกา แอฟริกา และอินเดีย EBC จึงมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างศักยภาพให้กับตลาดในท้องถิ่นด้วยโซลูชันทางการเงินที่ทั้งแข็งแกร่งและยั่งยืน EBC มุ่งหวังที่จะเสริมสร้างบทบาทของตนในฐานะตัวเร่งปฏิกิริยาต่อการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกในภูมิภาคต่าง ๆ ที่เดิมทีไม่ได้รับบริการอย่างเพียงพอจากสถาบันการเงินหลักโดยทั่วไป โดยมีส่วนร่วมกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ เช่น ภาควิชาเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด

รายได้จากงาน WERD ในปีนี้จะนำไปสนับสนุนภาควิชาและเป้าหมายในการผลิตงานวิจัยชั้นนำและการศึกษาในระดับโลก ขณะนี้มีการเปิดรับการลงทะเบียนเข้าร่วมงานทั้งในรูปแบบเข้าร่วมในสถานที่จริงและแบบออนไลน์เพื่อรองรับผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลก หากต้องการสำรองที่นั่ง โปรดไปที่ลิงก์นี้

เกี่ยวกับ EBC Financial Group

EBC Financial Group (EBC) ถูกก่อตั้งขึ้นในย่านการเงินที่มีชื่อเสียงของลอนดอน โดยมีชื่อเสียงในด้านชุดการให้บริการที่ครบวงจร ซึ่งรวมถึงนายหน้าทางการเงิน การจัดการสินทรัพย์ และโซลูชันการลงทุนที่ครอบคลุม EBC Financial Group พิสูจน์ให้เห็นถึงจุดยืนในฐานะบริษัทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ระดับโลกอย่างรวดเร็ว โดยมีการดำเนินงานอย่างกว้างขวางในศูนย์กลางการเงินหลัก เช่น ลอนดอน ฮ่องกง โตเกียว สิงคโปร์ ซิดนีย์ หมู่เกาะเคย์แมน รวมทั้งตลาดเกิดใหม่ในละตินอเมริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แอฟริกา และอินเดีย EBC ให้บริการลูกค้าที่หลากหลายทั้งผู้ลงทุนรายย่อย ผู้ลงทุนมืออาชีพ และผู้ลงทุนระดับสถาบันทั่วโลก

EBC ได้รับการยอมรับจากรางวัลมากมาย และภาคภูมิใจในความยึดมั่นตามมาตรฐานจริยธรรมชั้นนำและกฎระเบียบนานาชาติ บริษัทในเครือของ EBC Financial Group ได้รับการกำกับดูแลและได้รับใบอนุญาตในเขตอำนาจศาลท้องถิ่นของตน EBC Financial Group (UK) Limited อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Financial Conduct Authority (FCA) ของสหราชอาณาจักร EBC Financial Group (Cayman) Limited อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Cayman Islands Monetary Authority (CIMA) EBC Financial Group (Australia) Pty Ltd และ EBC Asset Management Pty Ltd อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Australia’s Securities and Investments Commission (ASIC)

หัวใจสำคัญของ EBC Group คือผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์อย่างลุ่มลึกกว่า 30 ปีในสถาบันการเงินรายใหญ่ โดยได้ดำเนินการผ่านวงจรเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างเชี่ยวชาญตั้งแต่วิกฤตพลาซาแอคคอร์ดจนถึงวิกฤตสวิสฟรังก์ในปี 2015 EBC ส่งเสริมวัฒนธรรมความซื่อสัตย์ ความเคารพ และความปลอดภัยของสินทรัพย์ของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง เพื่อให้มั่นใจว่าการมีส่วนร่วมของนักลงทุนทุกคนจะได้รับการปฏิบัติด้วยความจริงจังสูงสุดตามที่สมควรได้รับ

EBC เป็นพันธมิตรการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอย่างเป็นทางการของ FC Barcelona ซึ่งให้บริการเฉพาะทางในภูมิภาคต่าง ๆ เช่น เอเชีย ลาตินอเมริกา ตะวันออกกลาง แอฟริกา และโอเชียเนีย EBC ยังเป็นพันธมิตรของ United to Beat Malaria ซึ่งเป็นแคมเปญของมูลนิธิสหประชาชาติ โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงผลลัพธ์ด้านสุขภาพในระดับโลก ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2024 เป็นต้นมา EBC ได้สนับสนุนซีรีส์ที่เข้าถึงสาธารณะ “What Economists Really Do” ที่จัดทำโดยภาควิชาเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด โดยมีจุดประสงค์เพื่อทำให้เข้าใจเศรษฐศาสตร์ได้ง่ายขึ้น และการประยุกต์ใช้เศรษฐศาสตร์กับความท้าทายทางสังคมที่สำคัญ ๆ เพื่อเพิ่มความเข้าใจและการเสวนาของสาธารณะ

https://www.ebc.com/

ติดต่อด้านสื่อ:

Savitha Ravindran
ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ทั่วโลก (ภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา และภูมิภาคลาตินอเมริกา)
[email protected]

Chyna Elvina
ผู้จัดการฝ่ายการประชาสัมพันธ์ระดับโลก (เอเชียแปซิฟิกและลาตินอเมริกา)
[email protected]

Douglas Chew
หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ระดับโลก
[email protected]

สามารถดูรูปภาพประกอบประกาศนี้ได้ที่ https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/aaaa905a-4c02-44a0-bf7d-b8be3dec4b36/th

GlobeNewswire Distribution ID 9262068

EBC Financial Group ขยายความร่วมมือกับ Leading Indicators ของ DiNapoli โดยเผยกลยุทธ์สำคัญในการรับมือเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่เรียกว่า Black Swan

ไทเป ไต้หวัน, Oct. 24, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — EBC Financial Group (EBC) ซึ่งได้ร่วมมือกับ DiNapoli Experts มีความภูมิใจที่จะจัดงาน “Harnessing the Power of DiNapoli Indicators to Conquer Black Swan Events” ซึ่งเป็นงานรวมตัวสุดพิเศษที่นำผู้เชี่ยวชาญทางการเงิน เทรดเดอร์ นักลงทุน และนักยุทธศาสตร์เศรษฐกิจมารวมตัวกัน เพื่อสำรวจกลยุทธ์สำคัญในการกำหนดทิศทางตลาดที่มีความผันผวน งานนี้เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของ EBC ที่มีต่อความเป็นผู้นำทางความคิดในด้านการเงิน โดยนำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญ ซึ่งไม่เพียงแต่สำหรับผู้ซื้อขายเท่านั้นแต่ยังรวมถึงผู้ที่แสวงหาความเข้าใจอันลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มทางการเงินระดับโลก รวมไปถึงผลกระทบของความตึงเครียดเกี่ยวกับภูมิรัฐศาสตร์ อัตราเงินเฟ้อ และบทบาทที่เปลี่ยนแปลงไปของเทคโนโลยีในการคาดการณ์ตลาด

David Barrett และทีม EBC ในงานอีเวนต์เกี่ยวกับ DiNapoli Indicators ที่ไต้หวัน
PLACEHOLDER

ทีมงาน EBC Financial Group เฉลิมฉลองความสำเร็จของงาน “Harnessing the Power of DiNapoli Indicators” ในไต้หวัน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายการศึกษาทางการเงินและกลยุทธ์การเทรดทั่วเอเชีย

EBC Financial Group ซึ่งดำเนินการในทุกศูนย์กลางการเงินระดับโลก เช่น ลอนดอน ฮ่องกง โตเกียว สิงคโปร์ และซิดนีย์ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานระหว่างประเทศที่สำคัญหลายแห่ง รวมถึง FCA ของสหราชอาณาจักร CIMA ในหมู่เกาะเคย์แมน และ ASIC ในออสเตรเลีย ข้อมูลประจำตัวเหล่านี้เน้นย้ำถึงภารกิจของกลุ่มดังกล่าวในการส่งมอบบริการทางการเงินที่น่าเชื่อถือ มีจริยธรรม และโปร่งใสในตลาดสำคัญต่าง ๆ

ความมุ่งมั่นของ EBC ที่จะเสริมสร้างพลังและให้ความรู้แก่นักลงทุนยังคงมั่นคงแน่วแน่ เนื่องจากตลาดต้องเผชิญกับความท้าทายจากความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น และนโยบายการเงินที่เปลี่ยนแปลงไป การหารือดังกล่าวได้ทำให้ผู้เข้าร่วมได้รับข้อมูลเชิงลึกพิเศษเกี่ยวกับการจัดการความเสี่ยงและการคว้าโอกาสในตลาดโลก และผู้เข้าร่วมประชุมยังได้มีส่วนร่วมกับผู้เชี่ยวชาญชั้นนำบางท่านของอุตสาหกรรม จึงได้รับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อตลาดโลกในปัจจุบัน

งานอีเวนต์ที่ไต้หวันได้ต่อยอดจากความสำเร็จของพิธีลงนามในประเทศไทย ซึ่ง EBC Financial Group ได้ส่งเสริมความแข็งแกร่งในการเป็นพันธมิตรกับ Leading Indicators ของ DiNapoli โดยถือเป็นก้าวสำคัญในภารกิจต่อเนื่องของ EBC EBC สามารถเพิ่มศักยภาพให้กับเทรดเดอร์ด้วยเครื่องมือขั้นสูงที่จะรับมือเหตุการณ์ Black Swan ได้โดยผ่านความร่วมมือนี้

ความไม่แน่นอนระดับโลกคุกคามเสถียรภาพของตลาด: ข้อมูลเชิงลึกจาก David Barrett
David Barrett ประธานกรรมการบริหารของ EBC Financial Group (UK) Ltd ออกคำเตือนที่ชัดเจนเกี่ยวกับความเปราะบางทางเศรษฐกิจที่เพิ่มมากขึ้นซึ่งตลาดทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ ในการพูดคุยกับผู้ชมของผู้เชี่ยวชาญทางการเงินหลายราย Barrett เน้นย้ำว่าการลดอัตราดอกเบี้ยครั้งล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้ทำให้ตลาดพันธบัตรระส่ำระส่าย ส่งผลให้เห็นจุดเปราะบางระดับลึกในระบบการเงินโลก Barrett อธิบายว่าแม้ว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงสั้น ๆ แต่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยของเยอรมนีอาจส่งผลให้วิกฤตในยูโรโซนลุกลามมากขึ้นได้

Barrett เน้นย้ำว่าความเสี่ยงมีขอบเขตกว้างไกลเกินกว่าด้านเศรษฐกิจ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ตั้งแต่สงครามที่ยังคงดำเนินอยู่ในยูเครนไปจนถึงความไม่มั่นคงในตะวันออกกลาง ได้จุดชนวนความขัดแย้งไปทั่วโลกแล้ว ส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงาน และผลักดันให้ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ผันผวนในระดับที่อันตราย ตามที่ Barrett กล่าว การรวมกันของปัจจัยเหล่านี้อาจชักนำให้เศรษฐกิจโลกผันผวนหนักยิ่งขึ้นและไม่อาจคาดเดาได้มากขึ้น ส่งผลให้แม้แต่นักลงทุนที่มีประสบการณ์ก็ยังต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

David Barrett นำเสนอความร่วมมือกับ EBC เกี่ยวกับโรคมาลาเรียของสหประชาชาติ

PLACEHOLDER

David Barrett ประธานกรรมการบริหารของ EBC Financial Group (UK) Ltd นำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญเกี่ยวกับความร่วมมือระดับโลกของ EBC กับมูลนิธิสหประชาชาติในการต่อสู้กับโรคมาเลเรีย พร้อมเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทที่มีต่อโครงการริเริ่มทั้งทางการเงินและด้านมนุษยธรรม

Barrett ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจของกลุ่มดังกล่าวในการช่วยนักลงทุนก้าวเดินในตลาดที่ผันผวนเหล่านี้ ได้ย้ำถึงจุดมุ่งเน้นของ EBC ในการจัดหาเครื่องมือการเทรดที่ล้ำสมัยและแนวคิดริเริ่มทางการศึกษา ความร่วมมือระหว่าง EBC กับ DiNapoli Indicators นับเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เทรดเดอร์มีเครื่องมือที่จำเป็นต่อการตีความการเคลื่อนไหวของตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพแวดล้อมที่ไม่อาจคาดเดาได้ การผสานรวมเครื่องมือการคาดการณ์ขั้นสูง เช่น DiNapoli Indicators เข้ากับการวิเคราะห์ตลาดแบบเรียลไทม์ทำให้ EBC มั่นใจได้ว่าเทรดเดอร์ไม่เพียงแต่ได้รับข้อมูลเท่านั้น แต่ยังเตรียมพร้อมที่จะตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเงินระดับโลกอีกด้วย

การขยายตัวของ EBC สู่ตลาดเกิดใหม่และความมุ่งมั่นของ EBC ในการจัดตั้งหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลในเขตอำนาจศาลใหม่ ๆ ยังสะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเทของกลุ่มที่มีต่อการทำให้ลูกค้าเข้าถึงโอกาสในการเทรดระดับโลกได้ EBC ซึ่งเติบโตอย่างรวดเร็วนั้น ยังเป็นผู้นำในด้านความซื่อสัตย์สุจริตและความโปร่งใสอย่างต่อเนื่อง โดยมีเครื่องมือให้เทรดเดอร์ทั่วโลกสามารถจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิผล

ในขณะที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ กำลังใกล้เข้ามา Barrett ได้เตือนว่าการต่อสู้ทางการเมืองที่แตกแยกในครั้งนี้อาจเป็นปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้ตลาดไม่มั่นคง เนื่องจากนักลงทุนต้องเตรียมรับมือกับนโยบายทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงและความวุ่นวายทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้น

“เราไม่ได้เห็นแค่ความผันผวนของตลาดเท่านั้น แต่เรายังเห็นมหาพายุหรือ Perfect Storm ซึ่งประกอบไปด้วยความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ อัตราเงินเฟ้อ และนโยบายการเงินที่มาบรรจบกันอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” Barrett เตือน เขาเรียกร้องให้นักลงทุนและเทรดเดอร์ดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดยปรับตัวให้เข้ากับความเป็นจริงใหม่นี้โดยอาศัยความถูกต้องแม่นยำ การมองการณ์ไกล และเครื่องมือขั้นสูงอย่างเช่น DiNapoli Indicators เพื่อช่วยให้สามารถก้าวผ่านความไม่แน่นอนนี้ไปได้ Barrett กล่าวว่า หากไม่ปรับตัวเช่นนี้ ผู้ร่วมตลาดมีความเสี่ยงที่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลังในสภาพแวดล้อมทางการเงินที่ต้องการการตัดสินใจโดยอาศัยข้อมูลเป็นสำคัญและความสามารถในการจัดการความเสี่ยงที่ซับซ้อน

การคว้าโอกาสในการเทรด: Jason Zeng กับการใช้ DiNapoli Indicators
ในงานนี้ Jason Zeng ผู้จัดการทั่วไปของ Fibonacci Investment Consulting, LLC ได้นำเสนอบทบาทสำคัญของ DiNapoli Indicators ในการช่วยให้นักลงทุนระบุจุดดีดตัวของตลาดสำคัญและกำหนดเวลาการเทรดได้อย่างมีประสิทธิผล Zeng ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญมาอย่างยาวนานในด้านการเทรดของ DiNapoli-Levels ได้อธิบายว่าตัวบ่งชี้เหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องมือสำหรับคาดการณ์การเคลื่อนไหวของราคาเท่านั้น แต่ยังเป็นระบบสำคัญในการจัดการความเสี่ยงและความสามารถในการทำกำไรในตลาดที่มีความผันผวนสูงอีกด้วย

Zeng มุ่งเน้นไปที่วิธีซึ่งประสบความสำเร็จในการใช้ DiNapoli Levels ที่อาศัยเครื่องมือ Fibonacci ในการคาดการณ์การดีดตัวของตลาดในประเภทสินทรัพย์ต่าง ๆ เช่น หุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ และสกุลเงิน เขายกตัวอย่างล่าสุดที่ DiNapoli Indicators ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถระบุจุดเข้าและจุดออกได้อย่างแม่นยำ แม้ว่าจะเผชิญกับความผันผวนของตลาดอย่างมีนัยสำคัญที่เกิดจากความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงนโยบายของธนาคารกลางก็ตาม

David Barrett เป็นผู้นำการอภิปรายในงานอีเวนต์เกี่ยวกับความผันผวนของตลาดที่ไทเป
PLACEHOLDER

ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมนี้ รวมถึง David Barrett ประธานกรรมการบริหารของ EBC Financial Group (UK) Ltd ร่วมอภิปรายในหัวข้อการก้าวผ่านเหตุการณ์ Black Swan และความผันผวนของตลาดโดยใช้เครื่องมือขั้นสูง เช่น DiNapoli Indicators

“เทรดเดอร์ที่พึ่งพาตัวบ่งชี้เหล่านี้ สามารถยกระดับการจัดการความเสี่ยงและปรับปรุงการดำเนินการเทรดได้” Zeng กล่าว เขาเน้นย้ำถึงการใช้กรณีศึกษาในโลกแห่งความเป็นจริง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแนวทางของ DiNapoli นั้นสามารถเอาชนะการวิเคราะห์ทางเทคนิคแบบเดิมได้ครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยการเสนอข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำไปดำเนินการได้ในช่วงเวลาที่มีความไม่แน่นอนเพิ่มมากขึ้น

Zeng เน้นหนักว่าในตลาดการเงินปัจจุบันที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วนั้น จังหวะเวลาคือสิ่งสำคัญที่สุด และ DiNapoli Indicators ให้ความแม่นยำที่จำเป็นต้องมีเพื่อก้าวผ่านความซับซ้อนของสภาพแวดล้อมการเทรดสมัยใหม่ได้ ตามที่ Zeng กล่าว ตัวบ่งชี้เหล่านี้เป็นหัวใจสำคัญสำหรับเทรดเดอร์และผู้เชี่ยวชาญทางการเงินที่มุ่งหมายจะคว้าโอกาส ในขณะเดียวกันก็ลดความเสี่ยงจากการแกว่งตัวของตลาดที่ไม่อาจคาดเดาได้

เนื่องจาก EBC ยังคงขยายการดำเนินงานไปทั่วทุกตลาดเกิดใหม่ กลุ่มบริษัทนี้จึงยังคงมุ่งมั่นที่จะให้บริการเครื่องมือและแหล่งข้อมูลในการศึกษาที่เหมาะกับเทรดเดอร์ทั่วโลก จึงมั่นใจได้ว่าเทรดเดอร์เหล่านี้พร้อมที่จะก้าวผ่านพลวัตของตลาดทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับนานาชาติ

ตลาดทุนภายใต้แรงกดดัน: ดร. Hua-Shen Pan กับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และมาตรการรับมือทางเศรษฐกิจ
ดร. Hua-Shen Pan นักวิเคราะห์เศรษฐกิจและนักเขียนคอลัมน์ผู้ทรงเกียรติ ได้นำเสนอการตรวจสอบ ซึ่งเจาะจงในด้านความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ระดับโลกที่กำหนดทิศทางการไหลเวียนของเงินทุนและกลยุทธ์การลงทุนในปัจจุบัน ในการกล่าวต่อผู้ฟัง ดร. Pan เน้นย้ำว่าความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ได้กลายมาเป็นแรงกระตุ้นหลักของความไม่มั่นคงของตลาด ซึ่งบดบังตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจแบบเดิม

ดร. Pan ให้ความสนใจต่อวิถีเศรษฐกิจของจีน โดยเขาระบุว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อระบบการเงินของโลก แม้ว่ารัฐบาลจีนได้เปิดตัวมาตรการใหม่ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ชุมชนการเงินทั่วโลกก็กำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินประสิทธิผลของนโยบายเหล่านี้ในการรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก

เขาอธิบายเพิ่มเติมว่าชนวนความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงความขัดแย้งที่ยังคงดำเนินอยู่ในยูเครนและความไม่มั่นคงในตะวันออกกลาง กำลังส่งผลให้ราคาพลังงานผันผวนรุนแรงขึ้น และทำให้เกิดความซับซ้อนมากขึ้นสำหรับธนาคารกลางในการพยายามควบคุมเงินเฟ้อ ดร. Pan เน้นย้ำถึงการแบ่งแยกที่เพิ่มมากขึ้นระหว่างปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจและปฏิกิริยาของตลาด โดยชี้ให้เห็นว่ายากที่รูปแบบดั้งเดิมในการคาดการณ์ทางเศรษฐกิจจะสามารถอธิบายถึงอิทธิพลที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายต่อเหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์

ดร. Pan โต้แย้งว่า แม้ว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นแหล่งที่มาของความผันผวนของตลาด แต่นักลงทุนจะต้องปรับตัวโดยมุ่งเน้นไปที่การบริหารจัดการความเสี่ยงและกลยุทธ์ระยะยาวที่คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่ไม่อาจคาดเดาได้ เขาเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำความเข้าใจว่าการตอบสนองด้วยนโยบายระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการของธนาคารกลางสหรัฐฯ ไปจนถึงนโยบายเศรษฐกิจของจีน จะกำหนดภูมิทัศน์การลงทุนในปีต่อ ๆ ไปอย่างไร

ดร. Pan สังเกตพบว่า “ตลาดต่าง ๆ ไม่ได้มีปฏิกิริยาต่อข้อมูลทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป” “ปัจจุบันเราอยู่ในยุคที่ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์เป็นแรงผลักดันต่อการตัดสินใจด้านเงินทุน และเรื่องนี้ต้องใช้แนวทางเชิงกลยุทธ์แบบใหม่”

การกำหนดทิศทางปฏิกิริยาของตลาดหลังการประกาศจากธนาคารกลางสหรัฐฯ: ข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญของ Joseph AuXano
Joseph AuXano ผู้อำนวยการหลักสูตรออนไลน์ของ DiNapoli (DiNapoli Online Course หรือ DAP) ได้กล่าวถึงข้อกังวลที่เร่งด่วนที่สุดประการหนึ่งสำหรับผู้ร่วมตลาด นั่นก็คือ ผลที่ตามมาของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ และผลกระทบที่มีต่อพลวัตของตลาด AuXano ชี้ให้เห็นว่า DiNapoli Indicators สามารถนำมาใช้ประเมินปฏิกิริยาของตลาดหลังจากการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้อย่างแม่นยำ ทำให้เทรดเดอร์มีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการคาดการณ์ความผันผวนและตัดสินใจโดยอาศัยข้อมูลได้

จากการวิเคราะห์โดยละเอียดของการประชุม FOMC ล่าสุด AuXano แสดงให้เห็นว่าหุ้นหลัก ๆ รวมถึง Tesla และ Nvidia ตอบสนองต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างไร เขาได้สาธิตให้เห็นว่าเครื่องมือ MACD Predictor และ DiNapoli Expansion ทำให้เห็นสัญญาณเบื้องต้นที่สำคัญได้อย่างไร ทำให้เทรดเดอร์สามารถบ่งชี้การเทรดที่น่าจะเป็นไปได้สูงด้วยการระบุระดับแนวรับและแนวต้านสำคัญล่วงหน้าได้

AuXano ได้เน้นถึงความสำคัญของการใช้การวิเคราะห์หลายกรอบเวลา โดยเน้นว่าการอาศัยแนวโน้มระยะสั้นเพียงอย่างเดียวทำให้เทรดเดอร์เสี่ยงต่อการแกว่งตัวของตลาดที่ไม่อาจคาดเดาได้ การนำ DiNapoli Indicators มาใช้ทำให้นักลงทุนพร้อมมากขึ้นที่จะก้าวผ่านความผันผวนของตลาดในระยะสั้นและแนวโน้มของตลาดในระยะยาวได้

“หลังจากที่ธนาคารกลางของสหรัฐฯ ตัดสินใจแต่ละครั้ง ตลาดมักจะตกอยู่ในความโกลาหล พร้อมกับมีการเคลื่อนไหวที่ไม่อาจคาดเดาได้ แต่การใช้เครื่องมือเหล่านี้จะทำให้เทรดเดอร์สามารถก้าวล้ำนำหน้าได้ โดยอ่านสัญญาณตลาดได้อย่างมีประสิทธิผลมากขึ้น” AuXano อธิบาย

เขาเสริมว่า “ฟอรัมเศรษฐกิจวันนี้ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกอันมีค่าเกี่ยวกับปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อตลาด โดยอ่านตลาดด้วยการสังเกตว่าราคามีปฏิกิริยาต่อ DiNapoli Indicators อย่างไรนั้นช่วยให้เทรดเดอร์และนักลงทุนได้เปรียบมากขึ้นเมื่อพยายามที่จะก้าวผ่านความผันผวนของตลาด นี่เป็นเรื่องของการรักษาวินัยและโครงสร้างที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพเศรษฐกิจและการเมืองปัจจุบันที่การเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยและนโยบายของธนาคารกลางมีบทบาทสำคัญ”

การบรรเทาความเสี่ยงในการเทรดแบบอัลกอริทึม: ข้อมูลเชิงลึกจาก Rich Wang
Rich Wang ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Provider Space ได้เจาะลึกถึงการอาศัยการเทรดแบบอัลกอริทึมเพิ่มมากขึ้นและความเสี่ยงที่มาพร้อมกับระบบอัตโนมัติในตลาดการเงินปัจจุบัน การนำเสนอของ Wang ให้ความสำคัญไปที่ความจำเป็นในการมีกลยุทธ์การจัดการความเสี่ยงที่แข็งแกร่ง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าตลาดจะผันผวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็ตาม

Wang เน้นย้ำถึงข้อดีและอันตรายจากการเทรดแบบอัลกอริทึม โดยอธิบายว่า แม้ว่าระบบอัตโนมัติจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความเร็วในการเทรดได้ แต่ก็ทำให้เทรดเดอร์ต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่มากขึ้น หากไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม เขาได้เล่าถึงตัวอย่างในโลกแห่งความเป็นจริงว่าความผันผวนของตลาดสามารถกระตุ้นให้ระบบอัตโนมัติดำเนินการเทรดที่มีมูลค่าและความเสี่ยงสูงได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจนำไปสู่การขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญได้หากปราศจากการป้องกันที่เพียงพอ

Wang เน้นหนักถึงความสำคัญของการรวมกลไกการหยุดการขาดทุนและการดำเนินการทดสอบอัลกอริทึมด้วยข้อมูลย้อนหลังอย่างถี่ถ้วนเพื่อป้องกันระบบไม่ให้ล้มเหลวในระหว่างการหยุดชะงักของตลาด เขาเน้นว่าการบริหารจัดการความเสี่ยงจำเป็นต้องพัฒนาควบคู่ไปกับเทคโนโลยีการซื้อขาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตลาดอ่อนไหวต่อเหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงนโยบายของธนาคารกลางมากขึ้น

“ระบบอัตโนมัติสามารถทำให้เทรดเดอร์ได้เปรียบ แต่ก็เฉพาะต่อเมื่อรวมกับกรอบการบริหารจัดการความเสี่ยงที่แข็งแกร่งเท่านั้น” Wang กล่าว เขาได้แสดงให้เห็นว่าการบูรณาการกลยุทธ์การบรรเทาความเสี่ยงล่าสุดสามารถผสานรวมกับระบบซื้อขายอัตโนมัติได้ โดยช่วยให้เทรดเดอร์สามารถควบคุมและลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดที่เกิดขึ้นฉับพลันได้

การสรุปงานอีเวนต์นี้
งานอีเวนต์นี้ทำให้มีข้อมูลเชิงลึกด้านกลยุทธ์มากมาย ช่วยให้ผู้ร่วมตลาดได้รับเครื่องมือและความรู้ที่จำเป็นต่อการก้าวผ่านภูมิทัศน์ทางการเงินที่ผันผวนในปัจจุบันได้ การประชุมสัมมนาเน้นถึงความสำคัญของการใช้ตัวบ่งชี้ทางเทคนิคขั้นสูง เช่น DiNapoli Levels เพื่อจัดการความเสี่ยงและคว้าโอกาสทางการตลาด ตั้งแต่ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ไปจนถึงการเทรดแบบอัลกอริธึมและปฏิกิริยาต่อการลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ

เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกยังคงไม่แน่นอน EBC Financial Group จึงเดินหน้าในการเป็นผู้นำการสนทนาเกี่ยวกับความยืดหยุ่นทางการเงิน โดยมอบข้อมูลการมองการณ์ไกลที่จำเป็นให้แก่นักลงทุนและเทรดเดอร์เพื่อปรับตัวรับความท้าทายที่กำลังก่อตัวขึ้นเหล่านี้

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม รูปภาพความละเอียดสูง หรือเอกสารประกอบจากวิทยากร โปรดติดต่อไปที่

ข้อมูลติดต่อด้านสื่อ:
Angela Wu
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ระดับโลก (ไต้หวัน)
[email protected]

Chyna Elvina
ผู้จัดการฝ่ายการประชาสัมพันธ์ระดับโลก (เอเชียแปซิฟิกและลาตินอเมริกา)
[email protected]

Douglas Chew
หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ระดับโลก
[email protected]

เกี่ยวกับ EBC Financial Group
EBC Financial Group (EBC) ถูกก่อตั้งขึ้นในย่านการเงินที่มีชื่อเสียงของลอนดอน โดยมีชื่อเสียงในด้านการให้บริการที่ครบวงจร ซึ่งรวมถึงนายหน้าทางการเงิน การจัดการสินทรัพย์ และโซลูชันการลงทุนที่ครอบคลุม EBC Financial Group พิสูจน์ให้เห็นถึงจุดยืนในฐานะบริษัทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ระดับโลกอย่างรวดเร็ว โดยมีการดำเนินงานอย่างแพร่หลายในศูนย์กลางการเงินหลัก เช่น ลอนดอน ฮ่องกง โตเกียว สิงคโปร์ ซิดนีย์ หมู่เกาะเคย์แมน รวมทั้งตลาดเกิดใหม่ในละตินอเมริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แอฟริกา และอินเดีย EBC ให้บริการลูกค้าที่หลากหลายทั้งผู้ลงทุนรายย่อย ผู้ลงทุนมืออาชีพ และผู้ลงทุนระดับสถาบันทั่วโลก

EBC ได้รับการยอมรับจากรางวัลมากมาย และภาคภูมิใจในความยึดมั่นตามมาตรฐานจริยธรรมชั้นนำและกฎระเบียบนานาชาติ บริษัทในเครือของ EBC Financial Group ได้รับการกำกับดูแลและได้รับใบอนุญาตในเขตอำนาจศาลท้องถิ่นของตน EBC Financial Group (UK) Limited อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Financial Conduct Authority (FCA) ของสหราชอาณาจักร EBC Financial Group (Cayman) Limited อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Cayman Islands Monetary Authority (CIMA) EBC Financial Group (Australia) Pty Ltd และ EBC Asset Management Pty Ltd อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Australia’s Securities and Investments Commission (ASIC)

หัวใจสำคัญของ EBC Group คือผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์อย่างลุ่มลึกกว่า 30 ปีในสถาบันการเงินรายใหญ่ โดยได้ดำเนินการผ่านวงจรเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างเชี่ยวชาญตั้งแต่วิกฤตพลาซาแอคคอร์ดจนถึงวิกฤตสวิสฟรังก์ในปี 2015 EBC ส่งเสริมวัฒนธรรมความซื่อสัตย์ ความเคารพ และความปลอดภัยของสินทรัพย์ของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง เพื่อให้มั่นใจว่าการมีส่วนร่วมของนักลงทุนทุกคนจะได้รับการปฏิบัติด้วยความจริงจังสูงสุดตามที่สมควรได้รับ

EBC เป็นพันธมิตรการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอย่างเป็นทางการของ FC Barcelona ซึ่งให้บริการเฉพาะทางในภูมิภาคต่าง ๆ เช่น เอเชีย ลาตินอเมริกา ตะวันออกกลาง แอฟริกา และโอเชียเนีย EBC ยังเป็นพันธมิตรของ United to Beat Malaria ซึ่งเป็นแคมเปญของมูลนิธิสหประชาชาติ โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงผลลัพธ์ด้านสุขภาพในระดับโลก ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2024 เป็นต้นมา EBC ได้สนับสนุนซีรีส์ที่เข้าถึงสาธารณะ ‘What Economists Really Do’ ที่จำทำโดย Department of Economics ของ Oxford University โดยมีจุดประสงค์เพื่อทำให้เข้าใจเศรษฐศาสตร์ได้ง่ายขึ้น และการประยุกต์ใช้เศรษฐศาสตร์กับความท้าทายทางสังคมที่สำคัญ ๆ เพื่อยกระดับความเข้าใจและการเสวนาของสาธารณะ

https://www.ebc.com/

สามารถดูรูปภาพประกอบการประกาศนี้ได้ที่
https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/564383fa-f7de-4825-8a3d-d644cd768c51/th 
https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/fd1d9d72-b653-4979-ba30-f35bb4ed4402/th 
https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/f89d66ee-0f78-44df-8b49-fe8f8d96d3aa/th

GlobeNewswire Distribution ID 9261389

Quantexa ได้รับการยอมรับให้เป็นผู้นำของหมวดหมู่ใน RiskTech Quadrant® สำหรับ KYC Solutions

Quantexa ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในระดับสูงสุดในรายงาน RiskTech100® ประจำปี 2025 ซึ่งเน้นย้ำถึงความแข็งแกร่งและนวัตกรรมของบริษัทในตลาดเทคโนโลยีความเสี่ยงและการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับที่กำลังขยายตัว

ลอนดอน, Oct. 23, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — Quantexa ผู้ให้บริการโซลูชันการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพหรือ Decision Intelligence ชั้นนำสำหรับภาคส่วนสาธารณะและเอกชน ได้ประกาศในวันนี้ว่าองค์กรได้รับการยกย่องในรายงาน Chartis Research สองฉบับ Quantexa ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นผู้นำของหมวดหมู่ใน RiskTech Quadrant® สำหรับ KYC Solutions และติด 20 อันดับแรกในรายงาน RiskTech100® ประจำปี 2025 โดยเน้นย้ำถึงตัวตนขององค์กรในตลาด นวัตกรรม และความเป็นผู้นำด้านความเสี่ยงและการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ Chartis มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีขั้นสูงที่โดดเด่น ซึ่งบริษัทสามารถนำไปใช้สร้างรายงานเกี่ยวกับความเสี่ยงทางการเงินในวงการของผู้จำหน่ายชั้นนำ ซึ่งช่วยเสริมสร้างอำนาจในการประเมินแพลตฟอร์ม AI และการวิเคราะห์ข้อมูลชั้นนำที่ช่วยให้สถาบันการเงินสามารถรับมือกับสภาพแวดล้อมความเสี่ยงในปัจจุบันได้

สถานะของ Quantexa ในฐานะผู้นำของหมวดหมู่สำหรับ KYC Solutions ได้เน้นย้ำถึงเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสำหรับการจัดการความเสี่ยงในอนาคต โดยแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการประมวลผลภาษาธรรมชาติและการตรวจสอบติดตาม KYC อย่างต่อเนื่อง (pKYC) การได้รับการยกย่องดังกล่าวเน้นย้ำถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัทในขณะที่ยังคงรักษารากฐานของการแก้ไขปัญหาองค์กรที่มีคุณภาพสูงและโครงสร้างองค์กรที่ซับซ้อนไว้

“Quantexa ยังคงขยายและปรับปรุงโซลูชันของตนต่อไป ในขณะที่ยังคงรักษาจุดแข็งหลักในด้านการแก้ไขปัญหาองค์กรและโครงสร้างองค์กรที่ซับซ้อนเอาไว้” Ahmad Kataf ผู้เชี่ยวชาญฝ่ายการวิจัยอาวุโสของ Chartis กล่าว “นอกจากนี้ Quantexa ยังปรับปรุงความสามารถในการประมวลผลภาษาธรรมชาติและการตรวจสอบติดตาม KYC อย่างต่อเนื่อง/การตรวจสอบติดตามติดต่อกัน ซึ่งการพัฒนาดังกล่าวเมื่อรวมกับการเติบโตอย่างแข็งแกร่งแล้ว ก็จะสะท้อนให้เห็นว่าองค์กรอยู่ในตำแหน่งผู้นำของหมวดหมู่ในกลุ่ม KYC Solutions ของเรา”

Quantexa ยังได้รับการยกย่องในด้านเทคโนโลยีความเสี่ยงในรายงาน RiskTech100® ประจำปี 2025 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาปรับปรุงและนวัตกรรมในด้านความสามารถด้านเทคโนโลยีความเสี่ยงโดยรวมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รายงานดังกล่าวได้เน้นย้ำถึงความโดดเด่นของ Quantexa ในด้านการเงินและการดำเนินงานบริหารด้วยคะแนนที่โดดเด่นในด้าน “เทคโนโลยีหลัก” และ “นวัตกรรม” ซึ่งเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการพัฒนาโซลูชันความเสี่ยงที่ล้ำสมัย

“การที่ Quantexa ติด 20 อันดับแรกของ RiskTech100 สะท้อนให้เห็นถึงปัจจัยหลายประการ” Sid Dash หัวหน้าฝ่ายการวิจัยของ Chartis กล่าวที่น่าสังเกตคือ ทางองค์กรมีความรู้เฉพาะด้านที่แข็งแกร่งในด้านสำคัญ ๆ เกี่ยวกับการเงินและการดำเนินงานบริหาร (รวมถึงภาษี) ได้รับการสนับสนุนจากแพลตฟอร์มหลักที่แข็งแกร่ง”

Alexon Bell ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ (FinCrime) ของ Quantexa กล่าวว่า “การได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำใน Chartis RiskTech Quadrant สำหรับ KYC Solutions ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของ Quantexa ที่จะจัดการกับความท้าทายที่เปลี่ยนแปลงไปในวงการของ KYC แนวทางของเรานั้นไปไกลกว่ากระบวนการ KYC แบบเดิม โดยเน้นที่การสร้างบันทึกข้อมูลลูกค้าแบบรวมศูนย์และต่อเนื่อง (pKYC) ที่ให้มุมมองที่ครอบคลุมในจุดสัมผัสหลายจุด ด้วยการใช้ประโยชน์จากการวิเคราะห์ขั้นสูงและ AI เราจึงสามารถช่วยให้สถาบันการเงินปรับกระบวนการเริ่มต้นใช้งานให้คล่องตัวขึ้นและยังปรับปรุงความสามารถในการประเมินความเสี่ยงอย่างต่อเนื่องได้อีกด้วย”

“เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้รับการยอมรับจาก Chartis Research ในรายงานสำคัญสองฉบับนี้” Roshni Patel หัวหน้าฝ่ายโซลูชันด้านความเสี่ยงระดับโลกของ Quantexa กล่าว “การติดอันดับของเราในรายงาน RiskTech100® และตำแหน่งของเราในฐานะผู้นำใน KYC Solutions ได้ยืนยันถึงความมุ่งมั่นของเราในการสร้างนวัตกรรมและความเป็นเลิศด้านการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ ความสำเร็จเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการทำงานอย่างหนักของทีมงานและคุณค่าที่เรามอบให้กับลูกค้าของเราในด้านการจัดการความเสี่ยงและการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ”

การได้รับการยอมรับนี้เกิดขึ้นไม่นานหลังจากที่ Quantexa ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำของหมวดหมู่ใน RiskTech Quadrant® for Enterprise Fraud Solutions in Enterprise and Payment Fraud Solutions ของ Chartis Research, รายงาน Market Update and Vendor Landscape ประจำปี 2024 และเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการชั้นนำในการจัดอันดับและรายงานการวิจัย Chartis RiskTechAI 50 ครั้งแรกประจำปี 2024 ในเดือนกันยายน รายงาน Chartis ทั้งสี่ฉบับนี้แสดงให้เห็นถึงตำแหน่งผู้นำของ Quantexa ในความสามารถด้านอุตสาหกรรมต่าง ๆ

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแพลตฟอร์ม Decision Intelligence หรือโซลูชันเทคโนโลยี KYC และความเสี่ยงขั้นสูงของ Quantexa โปรดไปที่นี่

เกี่ยวกับ Quantexa
Quantexa เป็นบริษัทซอฟต์แวร์ด้าน AI ข้อมูล และการวิเคราะห์ระดับโลก ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มระบบ Decision Intelligence ที่จะช่วยให้องค์กรต่าง ๆ มีความมั่นใจในการตัดสินใจด้านการดำเนินงานด้วยข้อมูลตามบริบท แพลตฟอร์ม Decision Intelligence ของ Quantexa ใช้ความก้าวหน้าล่าสุดใน AI ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ ค้นพบความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ อีกทั้งยังค้นพบโอกาสใหม่ ๆ โดยรวมข้อมูลที่แยกส่วนเข้าไว้ด้วยกันและเปลี่ยนให้เป็นแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้มากที่สุดและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาสำคัญต่าง ๆ ได้อย่างครอบคลุม ทั้งการจัดการข้อมูล กระบวนการทำความเข้าใจลูกค้า การเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า อาชญากรรมทางการเงิน ความเสี่ยง การฉ้อโกง และการรักษาความปลอดภัย ซึ่งสามารถช่วยแก้ไขปัญหาได้ตลอดวงจรการตัดสินใจของลูกค้า

แพลตฟอร์ม Quantexa Contextual Decision Intelligence ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานด้วยความแม่นยำมากกว่า 90% อีกทั้งความละเอียดของแบบจำลองการวิเคราะห์ก็รวดเร็วกว่าวิธีการแบบดั้งเดิมถึง 60 เท่า การศึกษา Forrester TEI ที่ได้รับมอบหมายอย่างอิสระเกี่ยวกับแพลตฟอร์ม Decision Intelligence ของ Quantexa พบว่าลูกค้าได้รับ ROI 228% ในระยะเวลาสามปี Quantexa ก่อตั้งขึ้นในปี 2016 และปัจจุบันมีพนักงานมากกว่า 800 คน โดยมีผู้ใช้งานหลายพันคนที่ใช้งานธุรกรรมและจุดข้อมูลหลายพันล้านรายการทั่วโลก 
ติดต่อสอบถามด้านสื่อ
ติดต่อ: Stephanie Crisp, Fight or Flight
อีเมล: [email protected]

หรือ

ติดต่อ: Adam Jaffe รองประธานอาวุโสฝ่ายการตลาดขององค์กร
โทร: +1 609 502 6889
อีเมล: [email protected]

GlobeNewswire Distribution ID 1001008905

Jeff ผู้ช่วยที่เหลือเชื่อ! IriusRisk เปิดตัวเครื่องมือแบบขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งสามารถสร้างแบบจำลองภัยคุกคามจากภาพได้

  • แพลตฟอร์มสร้างแบบจำลองภัยคุกคามเปิดตัว ‘Jeff: AI Assistant’ ซึ่งนับเป็นเครื่องมือแรกของโลกในด้านการสร้างแบบจำลองภัยคุกคามโดยใช้ภาษาและภาพ
  • ฟีเจอร์ใหม่นี้ถือเป็นการพัฒนาล่าสุดในการขยายงานของ IriusRisk ไปสู่ AI ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยทำให้รายได้ที่เกิดซ้ำต่อปี (Annual Recurring Revenue หรือ ARR) เติบโตมากกว่า 50% เมื่อปีที่แล้ว

แอตแลนตา, Oct. 22, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — IriusRisk แพลตฟอร์มชั้นนำของอุตสาหกรรมสำหรับการสร้างแบบจำลองภัยคุกคามอัตโนมัติ ได้ประกาศเปิดตัว ‘Jeff: AI Assistant’ เครื่องมือใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งสามารถช่วยให้นักพัฒนาและสถาปนิกสร้างแบบจำลองภัยคุกคามจากภาพได้

‘Jeff’ ถือเป็นเครื่องมือแบบอัตโนมัติชิ้นแรกของโลกเพียงตัวเดียวที่ออกแบบมาเพื่อรักษาความปลอดภัย โดยใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าล่าสุดในด้าน AI อย่างเต็มรูปแบบเพื่อสร้างแบบจำลองภัยคุกคามที่ทำงานได้อย่างเต็มที่โดยเป็นไปตามข้อมูลคำอธิบายภาพหรือข้อความที่ได้รับ

‘Jeff’ แตกต่างจากแบบจำลองภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ตัวอื่น ๆ เนื่องจากสามารถเน้นไปที่การดึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์สูงสุดจากข้อมูลที่ได้รับ เพื่อสร้างโครงร่างสำหรับแบบจำลองภัยคุกคามที่เฉพาะเจาะจง เครื่องมือใหม่ชิ้นนี้ทำงานโดยใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับ ซึ่งมีตั้งแต่รูปภาพไปจนถึงการถอดเสียงบทสนทนาที่หารือเกี่ยวกับแนวคิดของผลิตภัณฑ์ใหม่ และสร้างแบบร่างขั้นแรกของแบบจำลองภัยคุกคามที่ปรับแต่งเฉพาะ

นี่ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งจะทำให้สถาปนิกและทีมงานรักษาความปลอดภัยเข้าถึงกระบวนการสร้างแบบจำลองภัยคุกคามได้ง่ายขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้สามารถสร้างและนำแบบจำลองไปใช้ได้อย่างรวดเร็วและในระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

การเริ่มต้นทำสิ่งใดก็ตามมักจะเป็นส่วนที่ยากที่สุด ‘Jeff’ ช่วยให้คุณสร้างแบบจำลองภัยคุกคามจากการยืนประชุมสั้น ๆ เทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะทำให้ใช้เวลาเพียงสองถึงสามนาทีในการประมวลผลข้อมูลที่ได้รับ แล้วสร้างแบบจำลองภัยคุกคามเบื้องต้นซึ่งประกอบด้วยภัยคุกคาม จุดอ่อน และมาตรการรับมือ

‘Jeff’ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถข้ามขั้นตอนในกระบวนการสร้างแบบจำลองภัยคุกคามได้หลายขั้นตอน ลดเวลาได้มากและทำให้กระบวนการสร้างคล่องตัวมากขึ้น โดยช่วยให้สถาปนิกและทีมงานรักษาความปลอดภัยสร้างแบบจำลองภัยคุกคามที่ละเอียดอ่อนได้รวดเร็วกว่าเดิม จากนั้นก็สามารถใช้งานผ่านแพลตฟอร์ม IriusRisk เพื่อสร้างเพิ่มเติมได้

ปัจจุบัน ‘Jeff’ พร้อมให้บริการแก่ลูกค้าแบบชำระเงินเช่นเดียวกันโดยผ่านแพลตฟอร์ม Community Edition ที่ใช้งานได้ฟรี และจะได้รับการปรับปรุงและปรับแต่งอย่างต่อเนื่องเมื่อผสานการทำงานเข้ากับผลิตภัณฑ์ IriusRisk ทั้งหมดในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

เพื่อให้เข้าใจบริบท แพลตฟอร์ม IriusRisk ใช้การสร้างแบบจำลองภัยคุกคามเพื่อช่วยให้องค์กรเข้าใจข้อบกพร่องและความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในการออกแบบซอฟต์แวร์ โดยสร้างภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นและมาตรการรับมือให้โดยอัตโนมัติเพื่อจัดการแก้ไขสิ่งเหล่านี้ก่อนที่จะเขียนโค้ด

ประกาศเกี่ยวกับ ‘Jeff’ เป็นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ AI ล่าสุดของ IriusRisk และเป็นผลสืบเนื่องมาจากรายงานเกี่ยวกับการเติบโตมากกว่า 50% ของรายได้ที่เกิดซ้ำต่อปี (ARR) ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2022 ถึงเดือนธันวาคม 2023 ซึ่งส่วนใหญ่ขับเคลื่อนโดยการดำเนินการเชิงกลยุทธ์ของบริษัทในการเข้าสู่ AI

บริษัทมีแผนงานที่ตั้งเป้าไว้สูงในการส่งเสริมการพัฒนาโซลูชันด้านการสร้างแบบจำลองภัยคุกคามที่ขับเคลื่อนด้วย AI ขั้นสูง โดยพลิกโฉมวิธีที่ช่วยให้ลูกค้าออกแบบซอฟต์แวร์และระบบที่ปลอดภัย การดำเนินงานนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เมื่อต้นปีนี้ได้รับคำเตือนจากศูนย์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (National Cyber Security Centre หรือ NCSC ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ GCHQ) เกี่ยวกับเครื่องมือ AI ใหม่ที่จะนำไปสู่การเพิ่มการโจมตีทางไซเบอร์และลดอุปสรรคในการเจาะเข้าของแฮกเกอร์แบบไม่ซับซ้อนเพื่อก่ออันตรายทางดิจิทัล

เมื่อปีที่แล้ว IriusRisk ยังได้เผยแพร่ AI & ML Security Library ของตน ซึ่งช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถสร้างแบบจำลองซอฟต์แวร์ ML ที่ได้วางแผนไว้ และทำความเข้าใจได้อย่างรวดเร็วว่าความเสี่ยงด้านความปลอดภัยมีอะไรบ้าง รวมทั้งเข้าใจว่าต้องทำอย่างไรเพื่อบรรเทาความเสี่ยงแต่ละประการก่อนที่จะสร้างระบบ AI

ความสามารถในการสร้างแบบจำลองภัยคุกคามสำหรับระบบ Machine learning และระบบ AI รวมถึงการฝัง Gen AI ลงในผลิตภัณฑ์ของตนเองนั้น ทำให้ IriusRisk สามารถแก้ไขหนึ่งในจุดที่เป็นอุปสรรคสำคัญในการสร้างแบบจำลองภัยคุกคามได้ นั่นคือเวลาในการวาดแผนภาพกระแสข้อมูล

Jose López Muñoz หัวหน้าฝ่าย AI ของ IriusRisk ให้ความเห็นว่า “ในอีกหนึ่งปีข้างหน้า ซึ่งเป็นปีแห่งการเติบโตที่แข็งแกร่งของ IriusRisk นับเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องเดินหน้าขยายและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเราต่อไป นั่นคือสิ่งที่เราได้ทำให้ AI อย่าง Jeff ถือกำเนิดขึ้น หมายความว่า ลักษณะของภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ธุรกิจต้องเผชิญมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น นับเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่แบบจำลองภัยคุกคามที่ใช้เพื่อปกป้องภัยคุกคามนั้นจะต้องก้าวทันกับการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ธุรกิจสามารถพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ปลอดภัยตั้งแต่แรกเริ่มได้อย่างมั่นใจ”

เกี่ยวกับ IriusRisk
IriusRisk เป็นผู้นำอุตสาหกรรมด้านการสร้างแบบจำลองภัยคุกคามอัตโนมัติและการออกแบบซอฟต์แวร์ที่ปลอดภัย โดยทำงานร่วมกับลูกค้าซึ่งประกอบด้วยธนาคารชั้นนำ 4 ใน 10 รายที่มีความสำคัญเชิงระบบในระดับโลก (G-SIB)

ซอฟต์แวร์กำลังเปลี่ยนแปลงทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจโลก แต่บ่อยครั้งมากที่เราจะเห็นช่องโหว่ต่าง ๆ เนื่องจากการโจมตีทางไซเบอร์ที่ซับซ้อนเพิ่มมากขึ้น การระบุข้อบกพร่องด้านความปลอดภัยในสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ในช่วงการออกแบบจะทำให้การสร้างแบบจำลองภัยคุกคามสามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ก่อนที่จะเขียนโค้ด

แพลตฟอร์มของ IriusRisk จะทำให้กระบวนการสร้างแบบจำลองภัยคุกคามเป็นไปโดยอัตโนมัติ จึงช่วยให้นักพัฒนาสามารถออกแบบและสร้างซอฟต์แวร์ที่ปลอดภัยได้ในระดับที่ใหญ่ขึ้นได้

ติดต่อ: Elaura Lacey, [email protected]

 

GlobeNewswire Distribution ID 1001008814

Angelini Pharma Enters Into An Exclusive Option Agreement With Cureverse to License Global Development and Commercialization Rights For A Novel and Innovative Clinical-Stage Brain Health Asset

  • The agreement gives Angelini Pharma an option to exclusive licensing rights to develop and commercialize CV-011, a clinical Phase 1 investigational novel compound with broad potential to treat brain health diseases
  • Cureverse receives undisclosed upfront payments and is eligible for future milestone-dependent payments and royalties, while retaining rights to commercialize CV-01 in the Republic of Korea, China, Hong Kong, Macau and Taiwan
  • The collaboration builds on Angelini Pharma’s strong portfolio and deep therapeutic expertise in brain health as well as Cureverse’s early development know-how and capabilities

ROME, Oct. 21, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — Angelini Pharma, part of the privately owned Angelini Industries, and Cureverse Inc., an early-stage research and development company, announced today that they entered into an exclusive global option agreement for the development and commercialization of Cureverse’s innovative brain health asset CV-01.

Under the terms of the agreement, Angelini Pharma will lead all the development efforts for CV-01 and, following an initial option period, will have the right to obtain the global exclusive development and commercialization license for the compound, outside of the Republic of Korea, China, Hong Kong, Macau and Taiwan. CV-01 is a novel and innovative investigational compound that activates protective pathways regulated by the nuclear factor erythroid 2-related factor 2 (Nrf2) and has a strong potential to be a medication with disease-modifying properties across a range of brain health disorders, including epilepsy.i CV-01 is an investigational compound currently undergoing a Phase 1 clinical trial in the Republic of Korea and is being developed by Cureverse for Alzheimer’s Disease.

Cureverse will receive an upfront payment and will also be eligible to receive additional payments upon pre-defined development and commercial milestones of up to approx. US$360 million, as well as tiered royalties on post-approval net sales.

“Our strategic collaboration with Cureverse further strengthens Angelini Pharma’s position as an emerging leader in brain health,” said Jacopo Andreose, Chief Executive Officer of Angelini Pharma. “Neurological conditions such as epilepsy are among leading causes of disease burden worldwide.ii While significant progress has been achieved in the past 15 years, many people living with epilepsy are still unable to reach seizure control despite combination treatment of several anti-seizure medications.iii Through the development of CV-01 and potentially other compounds, we aim to provide much-needed solutions for people living with brain health conditions across the world.”

“Our research has unveiled the remarkable potential of CV-01 to transform the landscape of brain health, from epilepsy to Alzheimer’s and Parkinson’s Disease,” said Sung Jin Cho, Chief Executive Officer at Cureverse Inc. “We are truly delighted to be partnering with Angelini Pharma on this journey. Their deep therapeutic expertise and commitment to brain health perfectly align with our vision. Together, we are not just developing a treatment—we are paving the way for a future where patients with neurological conditions have access to truly life-changing therapies.”

About Brain Health
Brain health as a therapeutic area includes both neurological and mental health conditions.iv Brain health is defined by the World Health Organization as a state of brain functioning across cognitive, sensory, social-emotional, behavioral and motor domains, allowing a person to realize their full potential over the course of their life, irrespective of the presence or absence of disorders.v

Brain health represents an urgent global health priority. An estimated 179 million Europeans are living with brain health conditionsvi and more than 18% of all health loss around the world is associated with brain conditions.vii Additionally, brain health conditions are responsible for considerable individual, economic and societal impact, including loss of independence, reduced productivity, strained relationships, increased risk of suicide as well as high healthcare costs.viii There is an urgent need to raise awareness, and reduce stigma, prejudice and discrimination, to ensure that brain health is valued, promoted and protected for all.v

About Epilepsy
Epilepsy is one of the most widespread neurological diseases in the world, affecting globally approximately 50 million people of all ages.ix In Europe, up to six million people are estimated to be living with this disease.x Epilepsy can have multiple potential causes, including structural, metabolic, genetic and other factors, though approximately half of cases worldwide do not have a known cause.ix

The complications associated with epilepsy are severe, with a risk of premature mortality up to three times higher than the general population.ix The recurrent seizures associated with this condition also have wide-ranging effects on a person’s broader physical and mental health, education and employment opportunities and other quality of life factors. ix

Treatments are available to help reduce seizures and improve quality of life, however approximately 40% of people living with epilepsy are still uncontrolled despite the treatment with two anti-seizure medications.iii

About Angelini Pharma
Angelini Pharma is an international pharmaceutical company, part of the privately owned multi-business Angelini Industries. The Company researches, develops and commercializes health solutions with a focus on the areas of Brain Health, including Mental Health and Epilepsy, and Consumer Health. Founded in Italy at the beginning of the 20th century, Angelini Pharma operates directly in 20 countries, employing more than 3,000 people. Its products are marketed in over 70 countries through strategic alliances with leading international pharmaceutical groups. For more information about Angelini Pharma please visit https://www.angelinipharma.com.

About Angelini Industries
Angelini Industries is a multinational industrial group founded in Ancona in 1919 by Francesco Angelini. Today, Angelini Industries represents a solid and diversified industrial reality that employs approximately 5,800 employees and operates in 21 countries around the world with revenues of over 2 billion euros, generated in the health, industrial technology, and consumer goods sectors. A targeted investment strategy for growth; constant commitment to research and development; deep knowledge of markets and business sectors, make Angelini Industries one of the Italian companies of excellence in the sectors in which it operates. To learn more visit www.angeliniindustries.com.

About Cureverse Inc.
Founded in 2021, Cureverse has rapidly become a key innovator in the Korean biotech landscape, with a bold vision to revolutionize brain health on a global scale. Specializing in cutting-edge small-molecule therapies, Cureverse focuses on tackling central nervous system (CNS) disorders like Alzheimer’s disease (AD), aiming to bring hope to millions worldwide. While many AD drugs have made it to market, a true breakthrough has yet to be realized—until now. At the heart of our innovation is CV-01, a ‘First-in-Class’ therapy that uniquely targets the Keap1/Nrf2 pathway, activating Nrf2 through precise modulation. This approach offers unprecedented selectivity, effectively controlling neuroinflammation with precision unmatched by existing treatments. Alongside CV-01, Cureverse is actively advancing CV-02, a biased S1P1 agonist that is now IND-ready, as well as several promising follow-up non-clinical programs. With recent IND approvals and strong clinical progress, Cureverse is well-positioned to transform the way we treat neurological conditions and improve patients’ lives across the globe.

Media Contact
Chiara Antoniucci
Global Head of Brand and Media Communications, Angelini Pharma
Phone: +39 3477133926
Email: [email protected]

Sung Jin Cho
Chief Executive Officer, Cureverse Inc.
Email: [email protected][email protected]

________________________________

1 CV-01 is an investigational compound, not approved for use by regulatory authorities

i Data on file from Cureverse.
ii Institute for Health Metrics and Evaluation. Global burden of conditions affecting the nervous system. Available at: https://www.healthdata.org/research-analysis/library/global-burden-conditions-affecting-nervous-system Last accessed: October 2024.
iii Chen Z, Brodie MJ, Liew D, Kwan P. Treatment Outcomes in Patients With Newly Diagnosed Epilepsy Treated With Established and New Antiepileptic Drugs: A 30-Year Longitudinal Cohort Study. JAMA Neurol. 2018 Mar 1;75(3):279-286.
iv Winkler AS, et al. Lancet Glob Health. 2024;12(5):e735-e736.
v World Health Organization. Optimizing brain health across the life course: WHO position paper. Geneva: World Health Organization; 2022.
vi Nutt D, et al. Eurohealth (Int) 2017;23:21–5.
vii Institute for Health Metrics and Evaluation. Understanding brain health around the world. Available at: https://brainhealthatlas.org/ Last accessed: October 2024.
viii World Health Organization. World mental health report: transforming mental health for all. Geneva: World Health Organization; 2022.
ix WHO. “Epilepsy Key Facts.” N.p., 9 Feb. 2023. Web. 24 Aug. 2023.
x Behr et al. Epidemiology of epilepsy. Revue Neurologique 2016 Jan; 172(1):27-36. doi: 10.1016/j.neurol.2015.11.003.

GlobeNewswire Distribution ID 1000998317

Duck Creek Technologies ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำในรายงาน Gartner® Magic Quadrant™ for SaaS P&C Insurance Core Platforms, North America ประจำปี 2024

องค์กรเป็นที่ยอมรับในด้านความครบถ้วนสมบูรณ์ของวิสัยทัศน์และความสามารถในการดำเนินการ

บอสตัน, Oct. 19, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — Duck Creek Technologies ผู้ให้บริการโซลูชันชั้นนำและมีความเป็นนวัตกรรมในตลาดแพลตฟอร์มหลักของการให้บริการซอฟต์แวร์ (SaaS) ด้านประกันภัยทรัพย์สินและอุบัติเหตุ (P&C) ได้ประกาศในวันนี้ว่า Duck Creek Technologies ได้รับการจัดอันดับจาก Gartner ให้เป็นผู้นำในรายงาน Gartner® “Magic Quadrant™ for SaaS P&C Core Platforms, North America” ประจำปี 2024 การประเมินดังกล่าวใช้เกณฑ์เฉพาะ ซึ่งจะวิเคราะห์ความครบถ้วนสมบูรณ์ของวิสัยทัศน์และความสามารถในการดำเนินการโดยรวมของบริษัท

รายงาน Magic Quadrant เป็นผลมาจากการวิจัยที่เข้มงวดและอิงตามข้อเท็จจริงในตลาดเฉพาะ ซึ่งให้มุมมองที่กว้างไกลเกี่ยวกับตำแหน่งสัมพันธ์ของผู้ให้บริการในตลาดที่มีการเติบโตสูง และความแตกต่างของผู้ให้บริการนั้นมีอย่างชัดเจน ผู้ให้บริการแบ่งออกเป็นสี่กลุ่ม ได้แก่ ผู้นำ คู่แข่ง ผู้มีวิสัยทัศน์ และผู้ให้บริการเฉพาะกลุ่ม การวิจัยช่วยให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดจากการวิเคราะห์ตลาดที่สอดคล้องกับความต้องการทางธุรกิจและเทคโนโลยีเฉพาะ

“แพลตฟอร์ม SaaS ที่ปรับแต่งและกำหนดค่าได้อีกทั้งใช้การเขียนโค้ดน้อยของเราช่วยให้ผู้ให้บริการประกันภัยโดดเด่นในตลาดที่มีการแข่งขันสูงในปัจจุบัน เรายังคงพัฒนาแพลตฟอร์มของเราต่อไปโดยใช้ AI, การเรียนรู้ของเครื่องจักร และการนำเสนอโซลูชันใหม่ ๆ ให้กับผู้ให้บริการ ซึ่งรวมถึง Payments Facilitator เพื่อขยายธุรกิจของผู้ให้บริการด้วยความรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมแก่ลูกค้า” Michael Jackowski ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Duck Creek Technologies กล่าว “เรามีความภูมิใจที่ได้รับการยกย่องจาก Gartner อีกครั้งในปีนี้ให้เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีประกันภัยทรัพย์สินและอุบัติเหตุ เมื่อเรามองถึงสิ่งที่ต้องการทำในอนาคต เราจะพัฒนาแพลตฟอร์มของเราต่อไปโดยมอบสิ่งที่ดีกว่าให้แก่ผู้ให้บริการ เพื่อให้นำหน้าคู่แข่งอยู่เสมอ ซึ่งนั่นรวมถึงการยกเลิกการอัปเกรดผ่าน Active Delivery และเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการปรับขนาดด้วยระบบผู้เช่าหลายราย”

สามารถดูรายงาน Magic Quadrant ฉบับฟรีเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับจุดเด่นและข้อควรระวังของ Duck Creek รวมถึงสิ่งที่นำเสนอของผู้ให้บริการรายอื่น ๆ ได้ที่นี่

ที่มา: รายงาน Gartner: Gartner, Magic Quadrant for SaaS P&C Insurance Core Platforms, North America, Sham Gill, James Ingham ฉบับเดือนตุลาคม 2024

ข้อจำกัดความรับผิดชอบของ Gartner:
Gartner ไม่รับรองผู้จำหน่าย ผลิตภัณฑ์ หรือบริการใด ๆ ที่ปรากฏในเอกสารการวิจัย และไม่แนะนำให้ผู้ใช้เทคโนโลยีเลือกเฉพาะผู้จำหน่ายที่ได้รับการจัดอันดับสูงสุด หรือการแต่งตั้งอื่น ๆ สิ่งพิมพ์งานวิจัยของ Gartner ประกอบด้วยความคิดเห็นขององค์กรวิจัยของ Gartner และไม่ควรตีความว่าเป็นข้อเท็จจริง Gartner ปฏิเสธการรับประกันทั้งหมด ไม่ว่าโดยชัดแจ้งหรือโดยนัย ในส่วนที่เกี่ยวกับการวิจัยนี้ รวมถึงการรับประกันความสามารถในการค้า หรือความเหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะ

GARTNER เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนและเครื่องหมายบริการของ Gartner, Inc. และ/หรือบริษัทในเครือในสหรัฐอเมริกาและต่างประเทศ และได้รับอนุญาตให้นำมาใช้งานในที่นี้ สงวนลิขสิทธิ์
Magic Quadrant เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Gartner, Inc. และ/หรือบริษัทในเครือ และได้รับอนุญาตให้นำมาใช้งานในที่นี้ สงวนลิขสิทธิ์

เกี่ยวกับ Duck Creek Technologies

Duck Creek Technologies คือผู้ให้บริการโซลูชันอัจฉริยะที่กำหนดอนาคตของทรัพย์สินและอุบัติเหตุ (P&C) และอุตสาหกรรมประกันภัยทั่วไป เราคือแพลตฟอร์มที่สร้างสรรค์ระบบประกันภัยสมัยใหม่ ช่วยให้อุตสาหกรรมใช้ประโยชน์จากพลังของระบบคลาวด์เพื่อดำเนินการได้อย่างคล่องตัว ชาญฉลาด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ความถูกต้อง วัตถุประสงค์ และความโปร่งใส คือหัวใจสำคัญของ Duck Creek และเราเชื่อว่าลูกค้าควรมีการประกันภัยสำหรับบุคคลและธุรกิจในเวลา สถานที่ และวิธีการที่ลูกค้าต้องการมากที่สุด เราจำหน่ายโซลูชันชั้นนำของตลาดของเราทั้งแบบแยกเดี่ยวหรือแบบชุดเต็มผ่านทาง Duck Creek OnDemand โปรดไปที่ www.duckcreek.com เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม ติดตาม Duck Creek บนช่องทางโซเชียลของเราเพื่อรับข้อมูลล่าสุดได้ผ่านทาง LinkedIn และ X

ข้อมูลติดต่อด้านสื่อ:
Tara Stred/Marianne Dempsey
[email protected]


GlobeNewswire Distribution ID 9258565

Fortrea ได้เผยแพร่รายงานความรับผิดชอบต่อสังคมฉบับแรก

เดอร์แรม นอร์ทแคโรไลนา, Oct. 18, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — Fortrea (Nasdaq: FTRE) ซึ่งเป็นองค์กรวิจัยตามสัญญา (CRO) ชั้นนำระดับโลกประกาศการเผยแพร่รายงานความรับผิดชอบต่อสังคมฉบับแรกของบริษัทอย่าง “Fortrea เพื่อสิ่งที่ดีกว่า” ในวันนี้

สามารถดาวน์โหลดรายงานได้ที่ Fortrea.com รายงานฉบับนี้อธิบายกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ของ Fortrea โดยแบ่งออกเป็นสี่ส่วนที่ชัดเจน:

  • Fortrea เพื่อชีวิต: แนวทางปฏิบัติสำหรับสิ่งแวดล้อมอย่างรับผิดชอบ
  • Fortrea เพื่อทุกคน: แนวทางปฏิบัติสำหรับบุคลากรอย่างรับผิดชอบ
  • Fortrea เพื่อสังคม: แนวทางปฏิบัติสำหรับสังคมอย่างรับผิดชอบ
  • Fortrea เพื่อความซื่อสัตย์: แนวทางปฏิบัติสำหรับการกำกับดูแลอย่างรับผิดชอบ

“”Fortrea เพื่อสิ่งที่ดีกว่า” สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สนับสนุนพนักงานและชุมชนที่เราทำงาน รวมถึงปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลที่มีจริยธรรมในทุกการกระทำของเรา” Sandy Kennedy หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายคุณภาพ ฝ่ายการกำกับดูแลกิจการ และฝ่ายความยั่งยืน ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการบริหาร ESG ของบริษัท กล่าว

รายงานฉบับนี้ระบุรายละเอียดความสำเร็จในปีแรกของ Fortrea ในฐานะบริษัทมหาชนที่ดำเนินการอย่างอิสระ ตัวอย่างหนึ่งก็คือ การปรับปรุงคลังสินค้าที่สั่งซื้อทางไปรษณีย์เก่าในสหราชอาณาจักรให้เป็นคลินิกที่มี 100 เตียง และพื้นที่สำหรับพนักงาน 300 คน สถานที่แห่งนี้ได้รับการรับรองด้านสิ่งแวดล้อมตามผลการดำเนินงานในด้านการอนุรักษ์พลังงาน การใช้วัสดุ การใช้น้ำ และการกำจัดของเสีย

อีกหนึ่งสิ่งสำคัญคือกลุ่มทรัพยากรพนักงาน (ERG) ของบริษัท ซึ่งเป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นโดยพนักงานอาสาสมัครที่เคยถูกมองข้ามมาโดยตลอด และมีความสนใจหรือประสบการณ์ร่วมกัน กลุ่มนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยให้สมาชิกรู้สึกเป็นที่ต้อนรับและสบายใจในการแสดงความคิดเห็นในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ปัจจุบัน Fortrea มี ERG จำนวนแปดกลุ่ม โดยมีสมาชิกที่ปฏิบัติการอยู่เกือบ 4,000 คน

นอกจากนี้ รายงาน CSR ของ Fortrea ยังระบุแผนการปรับปรุง ESG ในอนาคต ซึ่งเป็นกระบวนการระยะหลายปีที่มาพร้อมกับวาระการดำเนินงาน การกำกับดูแล และการรายงานที่ชัดเจน Fortrea เข้าร่วมโครงการพันธสัญญาโลกของสหประชาชาติและมุ่งมั่นต่อโครงการเป้าหมายตามหลักวิทยาศาสตร์ Tom Pike ประธานและประธานกรรมการบริหาร ได้เข้าร่วมกับประธานกรรมการบริหารกว่า 2,500 คนในการสนับสนุน DEI ในฐานะผู้ลงนามในโครงการ CEO Action for Diversity & Inclusion™ นอกจากนี้ Fortrea ได้ส่งรายงานฉบับแรกไปยัง EcoVadis ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้านการจัดอันดับความยั่งยืนทางธุรกิจที่เชื่อถือได้ระดับโลก และกำลังพัฒนารายงานด้านสิ่งแวดล้อมฉบับแรกสำหรับ CDP ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ดูแลระบบเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จากความสำเร็จและความมุ่งมั่นที่มีมาจนถึงปัจจุบัน Fortrea พร้อมที่จะปฏิบัติตามข้อกำหนดการรายงานที่คาดว่าจะมีผลในปี 2026

“ผมรู้สึกภูมิใจอย่างยิ่งกับความก้าวหน้าที่เราได้ทำในช่วงเวลาสั้น ๆ นี้” Tom Pike กล่าวในบทนำของรายงาน “นี่เป็นหลักฐานแสดงถึงความมุ่งมั่นของพนักงานที่ยอมรับวัฒนธรรมใหม่ของเราอย่างกระตือรือร้น”

เกี่ยวกับ Fortrea

Fortrea (Nasdaq: FTRE) เป็นผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลกด้านโซลูชันการพัฒนาทางคลินิกในอุตสาหกรรมวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต เราร่วมมือกับบริษัทชีวเภสัชภัณฑ์ บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ บริษัทอุปกรณ์ทางการแพทย์ และบริษัทวินิจฉัยที่เกิดขึ้นใหม่และขนาดใหญ่เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านการดูแลสุขภาพที่เร่งการรักษาที่พลิกชีวิตให้กับผู้ป่วยที่ต้องการความช่วยเหลือ Fortrea ให้บริการการจัดการการทดลองทางคลินิกระยะที่ 1-4, เภสัชวิทยาคลินิก และบริการให้คำปรึกษาต่าง ๆ โซลูชันของ Fortrea อาศัยประสบการณ์สามทศวรรษที่ครอบคลุมสาขาการรักษามากกว่า 20 สาขา ความมุ่งมั่นที่จะมอบความเหมาะสมในทางวิทยาศาสตร์ ข้อมูลเชิงลึกที่ยอดเยี่ยม และเครือข่ายสถานที่วิจัยผู้ตรวจสอบที่แข็งแกร่ง ทีมงานที่มีความสามารถและหลากหลายของเราทำงานในกว่า 100 ประเทศ โดยได้รับการปรับขนาดเพื่อนำเสนอโซลูชันที่เจาะจงและคล่องตัวให้แก่ลูกค้าทั่วโลก ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งที่ทำให้ Fortrea กำลังก้าวขึ้นมาเป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ขั้นตอนการวิจัยไปจนถึงผู้ป่วยได้ที่ Fortrea.com และติดตามเราได้ทาง LinkedIn และ X (ชื่อเดิมคือ Twitter)

ติดต่อ Fortrea:

Hima Inguva (นักลงทุน) – 877-495-0816, [email protected]
Sue Zaranek (สื่อ) – 919-943-5422, [email protected]
Kate Dillon (สื่อ) – 646-818-9115, [email protected]


GlobeNewswire Distribution ID 9258240

Nikkiso Clean Energy & Industrial Gases Group และ SunLine Transit Agency ฉลองการเปิดสถานีเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจนแห่งใหม่ในแคลิฟอร์เนีย

เตเมคูลา, แคลิฟอร์เนีย, Oct. 18, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — เมื่อไม่นานมานี้ Nikkiso Clean Energy & Industrial Gases (CE&IG) Group และ SunLine Transit Agency ได้ฉลองการเปิดสถานีเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจนเหลวแห่งใหม่ที่เมืองเธาซันด์ปาล์ม รัฐแคลิฟอร์เนีย สถานีเติมเชื้อเพลิงเพื่อการขนส่งโดยสารที่ทันสมัยแห่งนี้ถือเป็นการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านไฮโดรเจนในแคลิฟอร์เนียที่สำคัญ โดยจะมอบวิธีการเติมเชื้อเพลิงที่สะอาดและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นสำหรับภูมิภาคนี้ ปัจจุบัน สถานีไฮโดรเจนสามารถเติมเชื้อเพลิงให้กับรถโดยสารประจำทางพลังงานไฮโดรเจนของ SunLine Transit ได้ถึง 32 คัน ซึ่งจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเมื่อกลุ่มยานพาหนะของ SunLine เปลี่ยนไปใช้แบบที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์มากขึ้น

“การร่วมมือกับ SunLine Transit Agency เป็นการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในแคลิฟอร์เนีย เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจไฮโดรเจน” Adrian Ridge ผู้เป็นประธานและประธานกรรมการบริหารของ Nikkiso CE&IG กล่าว “ประสบการณ์และอุปกรณ์ที่ทันสมัยของ Nikkiso จะทำให้สถานีของ SunLine กลายเป็นมาตรฐานที่ดีที่สุดในการออกแบบสถานีเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจนยุคใหม่ และเป็นแบบอย่างให้กับศูนย์กลางการขนส่งอื่น ๆ ที่ต้องการเปลี่ยนมาให้บริการหรือเพิ่มตัวเลือกการเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจน”

“โครงการนี้เป็นการขยายความร่วมมือที่มีอยู่เดิมกับ SunLine ซึ่งเริ่มต้นเมื่อสองสามปีก่อน เมื่อเราได้สร้างสถานีแก๊สธรรมชาติแบบอัดที่เมืองเธาซันด์ปาล์มขึ้นมา”Mike Mackey ประธานฝ่ายการเติมเชื้อเพลิงและโซลูชันของ Nikkiso CE&IG กล่าว “เนื่องด้วยโครงการนั้น เราจึงได้สร้างสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นซึ่งนำไปสู่โอกาสในการสร้างสถานีไฮโดรเจนแห่งใหม่ให้กับ SunLine เราหวังว่าจะได้ทำงานร่วมกันในอีกหลายๆ ปีข้างหน้า ขณะที่บริษัทดำเนินการเปลี่ยนไปใช้ยานพาหนะที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์อย่างสมบูรณ์”

สถานีเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจนที่เป็นผู้นำตลาดของ Nikkiso มีบริการเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจนตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งช่วยให้รถโดยสารประจำทางของ SunLine ในเขตโคเชลล่า วัลเลย์ สามารถให้บริการได้ตามกำหนดเวลา เครื่องจ่ายเชื้อเพลิงแบบสายคู่ของสถานีดังกล่าวมีประสิทธิภาพสูง ตรงตามเกณฑ์ H35 และ H70 อีกทั้งยังสามารถเติมเชื้อเพลิงให้รถโดยสารประจำทางได้ภายในเวลาไม่ถึง 10 นาที สถานีดังกล่าวยังสามารถเติมเชื้อเพลิงต่อเนื่องได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งอีกด้วย

“ในฐานะผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะเพียงรายเดียวในเขตโคเชลล่า วัลเลย์ เรามุ่งมั่นที่จะนำระบบขนส่งที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์มาให้บริการผู้โดยสารกว่าสามล้านคนที่ใช้บริการเราในแต่ละปี” Mona Babauta ประธานกรรมการบริหาร/ผู้จัดการทั่วไปของ SunLine Transit Agency กล่าว “สถานีแห่งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในเส้นทางของเราสำหรับการเปลี่ยนยานพาหนะทั้งหมดเป็นรถโดยสารประจำทางเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน เพื่อประโยชน์แก่ลูกค้า ชุมชน และโลกใบนี้”

SunLine Transit วางแผนจะเปิดเครื่องจ่ายเชื้อเพลิงแบบสายคู่ชุดที่สามสำหรับการใช้งานสาธารณะในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งจะทำให้ยานพาหนะส่วนบุคคลและเชิงพาณิชย์ในภูมิภาคนี้สามารถเข้าถึงเชื้อเพลิงไฮโดรเจนสะอาดได้ พร้อมทั้งส่งเสริมการนำเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำมาใช้มากขึ้น ตำแหน่งที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ของสถานีระหว่างลอสแองเจลิสและฟีนิกซ์เอื้อต่อเส้นทางระยะไกล ช่วยให้รถยนต์ รถบรรทุกระยะไกล และรถโดยสารประจำทางที่เดินทางผ่านภูมิภาคนี้สามารถขยายระยะการเดินทางได้มากขึ้น

ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับโซลูชันการเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจนของ Nikkiso

  • Nikkiso เริ่มออกแบบ ผลิต ติดตั้ง และให้บริการสถานีไฮโดรเจนตั้งแต่ปี 2002
  • ในปี 2025 Nikkiso จะให้บริการสถานีไฮโดรเจนถาวรแบบครบวงจรมากกว่า 35 แห่งทั่วโลก
  • สถานีถาวรแบบครบวงจรของ Nikkiso สามารถรองรับช่องจ่ายได้ถึง 8 ช่อง และจ่ายไฮโดรเจนได้ถึง 2,000 กิโลกรัมต่อชั่วโมง

เกี่ยวกับ Nikkiso Clean Energy & Industrial Gases Group
Nikkiso Clean Energy & Industrial Gases Group เป็นผู้ให้บริการชั้นนำด้านอุปกรณ์ไครโอเจนิก เทคโนโลยี และการใช้งานสำหรับกลุ่มตลาดพลังงานสะอาดและก๊าซอุตสาหกรรม กลุ่มบริษัทนี้มีพนักงานมากกว่า 1,800 คนใน 14 ประเทศ และบริหารงานโดย Cryogenic Industries, Inc. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ Nikkiso Co., Ltd. เป็นเจ้าของทั้งหมด (TSE: 6376)

หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Nikkiso CE&IG โปรดไปที่ NikkisoCEIG.com

ติดต่อด้านสื่อ
[email protected]

เกี่ยวกับ SunLine Transit Agency
SunLine ให้บริการระบบขนส่งสาธารณะในเขตโคเชลล่า วัลเลย์ ของรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยครอบคลุมพื้นที่ 1,120 ไมล์ และมีผู้โดยสารประมาณ 3 ล้านคนในแต่ละปี SunLine เป็นผู้นำในการนำรถโดยสารประจำทางที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์มาใช้งาน โดยเฉพาะรถโดยสารประจำทางไฟฟ้าที่ใช้เซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน (FCEB) ในปี 1993 คณะกรรมการบริษัทของ SunLine ได้ปรับใช้นโยบายเชิงอาสาที่มุ่งเน้นการใช้โซลูชันเชื้อเพลิงทางเลือกเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งส่งผลให้ SunLine กลายเป็นบริษัทขนส่งแห่งแรกในรัฐที่เปลี่ยนยานพาหนะทั้งหมดเป็นแก๊สธรรมชาติแบบอัด (CNG) SunLine มุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนกลุ่มรถโดยสารประจำทางทั้งหมดเป็นยานพาหนะที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ภายในปี 2035

หากต้องการทราบเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการและนโยบายของ SunLine Transit Agency โปรดไปที่ SunLine.org

สามารถดูรูปภาพประกอบประกาศนี้ได้ที่ https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/2f39b576-d365-4013-b9ef-af93e870a487

GlobeNewswire Distribution ID 9258206