An Authentic Christmas with the taste and magic of European Fruit and Vegetables

Christmas gets fresh and wholesome with the magical elves of European fruit and vegetables, ready to bring moments of well-being and joy during holidays

EU Logos

 

The European Art of Taste

BEIJING, Dec. 23, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — This year, give something special for Christmas: the authentic taste of European fruit and vegetables. Thanks to the project ‘The European Art of Taste: Italian Fruit & Veg Masterpieces’, financed by the European Union and CSO Italy, the Italian excellence of fresh and processed fruit and vegetables are landing in China, Japan, Taiwan and Thailand, bringing with them a magical tale. A gift that encompasses tradition, quality and the unique taste of the Mediterranean territories. Each product tells the story of a land rich in culture and flavour, bringing to the table a breath of freshness and authenticity straight from Europe.

Right in the heart of the Christmas season, as the streets fill with lights and merriment, four special ‘fruit and vegetable elves’ are at work to make your winter warmer and more cheerful. Each elf, symbolising a unique European product, carries a special gift to light up Christmas with health and happiness.

The Kiwi Elf, is the Ambassador of Winter Energy, dressed in a green cloak symbolising vitality and strength. Rich in vitamin C and fibre, European kiwis are the perfect allys against winter fatigue. A kiwi smoothie in the morning or a light salad for afternoon tea will be a boost of energy for your day.

The Orange Elf, the Messenger of Warmth, lights up winter with his radiant smile. Like small winter suns, the sweet, vitamin C-rich European oranges warm the hearts. Try a warm orange infusion for the family or an orange-scented Christmas cake that fills the house with holiday aromas.

The Apple Elf, the Guardian of Happiness, brings peace and serenity. A symbol of peace in Chinese culture, European apples are the perfect gift for Christmas. A baked apple cake adds a touch of joy to your table, providing unforgettable moments.

The Tomato Elf, the Holiday Elf, wears red to celebrate the energy and vitality of Christmas. With its load of lycopene and vitamins, tomatoes are the star of hot soups and fresh salads, ready to liven up your celebrations with their vibrant colour.

This Christmas, indulge in the magic of European fruit and vegetables, produced according to the strictest standards of food safety and product care. The European Art of Taste celebrates the beauty and flavour of Italian produce, the symbol of a unique land where tradition and innovation meet to offer the best. Bring home or give your loved ones a basket full of European kiwis, oranges, apples and tomatoes for a Christmas full of taste, health and happiness.

Press Office:

Renato Pagani [email protected] – + 39 335 6939561
Giorgia Rizzi [email protected]

News about The European Art of Taste and CSO Italy

The project The European Art of Taste – Fruit & Veg Masterpieces aims to promote and inform about high-quality European fruits and vegetables and is financed by CSO Italy and the European Union. The following Italian companies also participate in the project: RK Growers, Mazzoni Group, Apofruit, Origine Group e Oranfrizer.

CSO Italy, founded in 1998, is a unique entity in Italy that associates many of Italy’s leading companies in the production and marketing of domestic fruit and vegetables. Completing the range of members are important companies specializing in different areas of the fruit and vegetable supply chain, from packaging, logistics, processing, machinery, and distribution. CSO Italy’s mission is to provide useful services to members to improve and make the Italian fruit and vegetable industry more efficient and competitive. A technical table at the service of the entire Italian fruit and vegetable supply chain to increase its competitiveness through synergy among operators. CSO ITALY, has 73 members, distributed as follows: 51 producer members, 14 supply chain members, 3 subsidizing members and 5 supporting bodies.

Funded by the European Union. However, the views expressed are those of the author(s) alone and do not necessarily reflect the views of the European Union or the European Research Executive Agency (REA). Neither the European Union nor the awarding administration can be held responsible for them.

A photo accompanying this announcement is available at https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/892cefe7-6f2f-4db0-b296-8b387fe44a4b

EU Logos

GlobeNewswire Distribution ID 1001040203

นวัตกรรมและการขยายธุรกิจสู่สากล: Walrus Pump ตอบรับความต้องการทั่วโลกสำหรับปั๊มน้ำ

WALRUS PUMP Group photo for listing

WALRUS management team with the competent authorities by beating the gong

ไทเป, ไต้หวัน, Dec. 20, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — แบรนด์ปั๊มน้ำชั้นนำอย่าง Walrus Pump (TPEX: 6982) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในตลาด OTC ของไต้หวันเมื่อวันที่ 18 ด้วยราคาเสนอขายครั้งแรกที่ 51 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ ท่ามกลางแนวโน้มทั่วโลกที่ความต้องการสำหรับปั๊มน้ำเติบโตอย่างต่อเนื่อง บริษัทไม่เพียงรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดในไต้หวัน แต่ยังมุ่งมั่นที่จะขยายธุรกิจไปสู่ระดับสากล พร้อมมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมและกลยุทธ์การพัฒนาอย่างยั่งยืน ด้วยการขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การนำเสนอปั๊มน้ำที่มีเทคโนโลยีการใช้งานอัจฉริยะ และการยกระดับผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับมาตรฐาน ESG ทำให้ผลการดำเนินงานของ Walrus Pump เติบโตอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงพฤศจิกายนของปีนี้ รายได้สะสมของบริษัทอยู่ที่ 1.47 พันล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ ซึ่งเติบโตขึ้น 15.22% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ถือเป็นผลงานที่น่าประทับใจ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Walrus Pump ได้มุ่งเน้นการเสริมสร้างการขยายตลาดไปสู่ระดับสากลอย่างแข็งขัน โดยเฉพาะในกลยุทธ์การตลาดและการส่งเสริมการขายสำหรับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่กี่ปีมานี้ ตลาดส่งออกที่สำคัญของบริษัท ได้แก่ ไทย เวียดนาม และกัมพูชา บริษัทในเครืออย่าง SUZHOU WALRUS PUMP ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ (รุ่น TP8) ในตลาดอาเซียน โดยใช้ประโยชน์จากข้อได้เปรียบด้านภาษีศุลกากรในภูมิภาคเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ด้วยความสำเร็จจากประสบการณ์ในตลาดจัดจำหน่ายในประเทศไทย บริษัทวางแผนที่จะนำโมเดลนี้ไปใช้กับตลาดอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมทั้งส่งเสริมแบรนด์ WALRUS ผ่านแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ท้องถิ่นเพื่อขยายอิทธิพลของแบรนด์ให้กว้างขวางขึ้น

พร้อมกันนี้ เพื่อรองรับความต้องการของตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูง Walrus Pump กำลังลงทุนอย่างจริงจังในการพัฒนาปั๊มอัจฉริยะที่รองรับเทคโนโลยี IoT และมอเตอร์มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงไร้แปรงถ่าน (BLDC) ปั๊มน้ำควบคุมความเร็วแบบ BLDC ที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัทไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน แต่ยังลดการใช้พลังงานได้ด้วย ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับระบบระบายความร้อน Servo และระบบระบายความร้อนของสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยมีคุณสมบัติประหยัดพลังงานที่จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์อย่างมาก

ในปี 2024 กลุ่มผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของ Walrus Pump ประสบความสำเร็จการนำไปใช้กับระบบระบายความร้อนของเซิร์ฟเวอร์ ขณะที่ปั๊มหมุนเวียนระบายความร้อนที่พัฒนาขึ้นใหม่ ซึ่งออกแบบมาสำหรับสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยเฉพาะ ก็สามารถให้การระบายความร้อนด้วยของเหลวในระหว่างการชาร์จได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เนื่องจากนโยบาย ESG ระดับโลกมีความเข้มงวดขึ้นอย่างต่อเนื่อง Walrus Pump จึงดำเนินการเชิงรุกเพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์ ESG และลงทุนทรัพยากรในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สีเขียวอย่างต่อเนื่อง ผลิตภัณฑ์ของบริษัทประกอบด้วยมอเตอร์ประหยัดพลังงานและเทคโนโลยีตัวควบคุมประสิทธิภาพสูง ซึ่งผ่านการรับรอง RoHS และ CE โดยมีแนวคิดการออกแบบสีเขียวที่บูรณาการไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ แรงผลักดันในการดำเนินงานของ Walrus Pump ยังคงมีแนวโน้มที่ดีสำหรับอนาคต

โฆษกของ Walrus Pump +886 2 2768-0189

AMAZING CREATIVITY INTEGRATED MARKETING CO., LTD Mr. Hu 886 952-343-528

รูปภาพประกอบของการแถลงนี้สามารถรับชมได้ที่ https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/724e1184-786d-40c6-ae48-16297d49bb21


GlobeNewswire Distribution ID 9322474

EMGA ได้รับ 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐจาก EIB สำหรับ BTG Pactual ของบราซิล

ลอนดอน, Dec. 20, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — Emerging Markets Global Advisory LLP (EMGA) ประกาศในวันนี้ว่าบริษัทได้รับเงินทุนสนับสนุน 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับ BTG Pactual ซึ่งเป็นลูกค้าเก่าแก่ในบราซิล

สินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันและไม่ด้อยสิทธิมูลค่า 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐนี้ได้รับมาจาก EIB และธุรกรรมนี้ดำเนินต่อจากธุรกรรมล่าสุดมูลค่า 210 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ได้รับคำแนะนำจาก EMGA เช่นกัน

Sajeev Chakkalakal กรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายธนาคารเพื่อการลงทุนที่ EMGA กล่าวว่า “นี่คือธุรกรรมเพิ่มเติมที่ยอดเยี่ยมสำหรับการจัดสรรเงินทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมมูลค่า 210 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่เราระดมทุนให้กับ BTG จาก EIB ในกรณีนี้ การจัดหาเงินทุนนี้มุ่งเป้าไปที่การระดมทุนให้กับพอร์ตสินเชื่อ SME ของ BTG และมีผลกระทบอย่างมากเป็นพิเศษต่อการพัฒนา เนื่องจากเงินทุนจะสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจขนาดเล็กในภูมิภาคที่ด้อยโอกาสของบราซิล และยังมุ่งเน้นเพิ่มเติมไปที่ผู้ประกอบการที่เป็นสตรีอีกด้วย EIB ยังคงความสัมพันธ์เป็นนักลงทุนที่สำคัญสำหรับ EMGA และเรารู้สึกภูมิใจที่ได้ช่วยให้ EMGA โดดเด่นมากขึ้นในบราซิลซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ EIB Global ที่กว้างไกลขึ้น”

Jeremy Dobson กรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการของ EMGA กล่าวเสริมว่า “ผมรู้สึกยินดีที่ได้ทำงานกับ BTG อีกครั้งในการจัดหาเงินทุนเพิ่มเติมนี้จาก EIB เรารอคอยที่จะสานต่อผลงานที่แข็งแกร่งของเราในการจัดหาเงินทุนในบราซิลและประเทศอื่น ๆ ในลาตินอเมริกาต่อไป”

BTG Pactual: BTG เป็นธนาคารเพื่อการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในลาตินอเมริกา โดยนับเป็นธนาคารที่ใหญ่เป็นอันดับ 6 ในบราซิลหากพิจารณาจากส่วนของผู้ถือหุ้น และเป็นผู้เล่นหลักในการให้สินเชื่อและการค้ำประกันแก่กลุ่มลูกค้าในวงกว้าง ตั้งแต่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไปจนถึงบริษัทขนาดใหญ่ BTG เป็นผู้บุกเบิกในการส่งเสริมด้านการเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศในบราซิล และมีบทบาทสำคัญในการจัดสรรทรัพยากรให้กับโครงการต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน

EIB: EIB คือ European Investment Bank (EIB) หรือธนาคารเพื่อการลงทุนของสหภาพยุโรป และเป็นสถาบันการเงินระดับพหุภาคีที่ใหญ่ที่สุดในโลก EIB จัดหาเงินทุนและลงทุนทั้งผ่านการบริหารจัดการทรัพย์สินประเภททุนและการแก้ไขหนี้ รวมทั้งมุ่งเน้นไปที่ด้านสภาพภูมิอากาศ สิ่งแวดล้อม วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) การพัฒนา การทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว และโครงสร้างพื้นฐาน

Emerging Markets Global Advisory LLP (EMGA) ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในลอนดอนและนิวยอร์ก ช่วยเหลือสถาบันการเงินและองค์กรต่าง ๆ ที่กำลังมองหาตราสารหนี้ใหม่หรือเงินลงทุนในทุนเรือนหุ้น (Equity Capital) ทีมงานในหลากหลายประเทศของ EMGA มีประสบการณ์รวมหลายสิบปีในการปิดการทำธุรกรรมหนี้และหุ้นเอกชนมูลค่ากว่า 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับลูกค้าในตลาดเกิดใหม่และเศรษฐกิจชายขอบของโลก รวมถึงบราซิลซึ่งยังคงเป็นตลาดสำคัญ EMGA ซึ่งมีประวัติผลงานที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้วในการสร้างสมทุนและการให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ตลอดช่วงวัฏจักรเศรษฐกิจที่หลากหลาย ยังคงเดินหน้าขยายการดำเนินงานทางภูมิศาสตร์และเสนอบริการต่าง ๆ ซึ่งทำให้มีสถานะที่แข็งแกร่งในตลาดโดยมีฐานะเป็นธนาคารเพื่อการลงทุนที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในตลาดเกิดใหม่ชั้นนำ

รายละเอียดการติดต่อ [email protected]


GlobeNewswire Distribution ID 1001029842

Innovation and International Expansion: Walrus Pump Welcomes Global Demand for Water Pumps

WALRUS PUMP Group photo for listing

WALRUS management team with the competent authorities by beating the gong

TAIPEI, Taiwan, Dec. 19, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — Leading Pump Brand – Walrus Pump (TPEX: 6982) officially debuted on the Taiwan OTC market on the 18th at an underwriting price of NTD 51. Amid a global trend of steady growth in demand for pumps, the company not only maintains its position as the market leader in Taiwan, but it is also actively expanding its international footprint, at the same time focusing on innovative technology development and sustainable development strategies. Through expanding into the Southeast Asian market, introducing smart application technology water pumps, and enhancing ESG-compliant products, Walrus Pump’s operational performance continues to rise. From January to November this year, its cumulative revenue reached NTD 1.47billion, reflecting a 15.22% annual growth, demonstrating impressive results.

In recent years, Walrus Pump has actively strengthened its international market expansion, particularly on marketing and promotion strategies for the Southeast Asia market. In recent years, key export markets for the company include Thailand, Vietnam, and Cambodia. Its subsidiary, SUZHOU WALRUS PUMP, has launched the (TP8 series) in ASEAN markets, leveraging local tariff advantages to enhance competitiveness. Building on its successful experience in the Thai distribution market, the company plans to replicate this in other Southeast Asian markets, as well as promoting the WALRUS brand through local online social media platforms to further expand its brand influence.

Simultaneously, to meet the market’s demand for high-performance products, Walrus Pump is actively investing in the development of IoT-enabled smart pumps and brushless DC motors (BLDC). The BLDC speed-control pump developed by the company not only improves energy efficiency but also reduces power consumption. These products are particularly suitable for servo cooling systems and electric vehicle (EV) charging station cooling systems, offering energy-saving features that significantly enhance product competitiveness.

In 2024, Walrus Pump’s industrial series products have successfully been applied in server cooling systems, while its newly developed cooling circulation pump, specifically designed for EV charging stations, provides liquid cooling during charging.

As global ESG policies continue to tighten, Walrus Pump has been proactively advancing its ESG strategies and consistently investing resources in green product development. The company’s products incorporate high-efficiency energy saving motors and controller technologies, meeting RoHS and CE certifications, with green design concepts integrated from the design stage. Walrus Pump’s operational momentum remains optimistic moving forward.

Walrus Pump Spokesman +886 2 2768-0189

AMAZING CREATIVITY INTEGRATED MARKETING CO., LTD Mr. Hu 886 952-343-528

A photo accompanying this announcement is available at https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/724e1184-786d-40c6-ae48-16297d49bb21

GlobeNewswire Distribution ID 9322474

Trident and the Democratic Republic of Congo สำนักงานประธานาธิบดีผ่านข้อตกลงความร่วมมือในการลงนามข่าวกรองแห่งชาติ (PROTOCOLE D’ACCORD DE COLLABORATION) เพื่อพัฒนาและนำระบบรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติมาใช้

Trident จะสำรวจการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของบริการภาครัฐในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก
แพลตฟอร์มการยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยบล็อกเชนของ Trident จะยกระดับความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการส่งมอบบริการภาครัฐ

สิงคโปร์, Dec. 19, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — Trident Digital Tech Holdings Ltd (“Trident” หรือ “บริษัท” NASDAQ: TDTH) ซึ่งถือเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นนำสำหรับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลในบริการเพิ่มประสิทธิภาพเทคโนโลยีและการเปิดใช้งาน Web 3.0 ที่มีฐานอยู่ในประเทศสิงคโปร์ ได้ประกาศในวันนี้ถึงการลงนามในข้อตกลงความร่วมมือสำคัญกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (“DRC” หรือ “สาธารณรัฐ”) ซึ่งมีประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐดังกล่าวเป็นตัวแทนผ่านทางสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โดยเป็นไปเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลใน DRC สำหรับธรรมาภิบาลที่มีประสิทธิภาพ ความรับผิดชอบ และความโปร่งใส

ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือนี้ Trident จะสำรวจการพัฒนาระบบรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ที่ครอบคลุม (“e-GOV”) สำหรับ DRC โดยมุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนกรอบการบริหารของรัฐบาลคองโกให้เป็นไปในรูปแบบดิจิทัลผ่านการบูรณาการเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย รวมถึงบล็อกเชน เพื่อให้บริการภาครัฐอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพแก่ประชาชนไปพร้อมกับปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อตกลงดังกล่าวกำหนดกรอบการทำงานเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงที่ชัดเจนสำหรับ Trident ในการพัฒนาและนำแพลตฟอร์มที่จัดการตัวตนทางดิจิทัลและข้อมูลของพลเมืองคองโกไปใช้งาน แพลตฟอร์มนี้จะช่วยให้เข้าถึงบริการภาครัฐที่หลากหลายได้อย่างปลอดภัยและคล่องตัว รวมถึงการจดทะเบียนธุรกิจ ทะเบียนที่ดิน บริการตรวจคนเข้าเมือง ทะเบียนราษฎร์ ตลอดจนฟังก์ชันการชำระเงินและการอนุมัติทางดิจิทัลสำหรับบริการภาครัฐ แต่ละบริการจะถูกปรับแต่งให้ตรงตามความต้องการเฉพาะของ DRC

Soon Huat Lim ผู้ก่อตั้ง ประธาน และประธานกรรมการบริหารของ Trident กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมงานกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกในโครงการที่สร้างการเปลี่ยนแปลงนี้ ซึ่งจะปฏิวัติวิธีที่ประชาชนมีปฏิสัมพันธ์กับบริการภาครัฐผ่านตัวตนทางดิจิทัลที่ปลอดภัย” แพลตฟอร์มของเราช่วยให้เกิดกระบวนการยืนยันตัวตนที่แข็งแกร่งผ่านตัวตนทางดิจิทัลที่ถูกเข้ารหัส ซึ่งจะเพิ่มความปลอดภัยในขณะเดียวกันก็ปรับให้เหมาะสมกับประสบการณ์ของพลเมืองในการมีปฏิสัมพันธ์กับบริการภาครัฐ ความร่วมมือกับ DRC ถือเป็นการยืนยันที่สำคัญถึงความสามารถทางเทคโนโลยีของเราและความมุ่งมั่นที่เรามีต่อการพัฒนาโซลูชันดิจิทัลที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ซึ่งออกแบบมาเพื่อสถานการณ์ที่หลากหลาย ข้อตกลงนี้นับเป็นก้าวสำคัญในเส้นทางการเติบโตของบริษัทของเรา โดยแสดงให้เห็นถึงความสามารถที่เรามีในการส่งมอบโซลูชันการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลขนาดใหญ่สู่มาตรฐานระดับโลก เรามั่นใจว่าความสำเร็จของโครงการริเริ่มนี้จะเปิดโอกาสในการนำโซลูชันตัวตนทางดิจิทัลและการยืนยันตัวตนอย่างปลอดภัยที่คล้ายคลึงกันไปใช้กับลูกค้ารายอื่น ๆ ที่ต้องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของตน”

Justin Inzun Kakiak ผู้อำนวยการใหญ่สำนักข่าวกรองแห่งชาติของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกให้ความเห็นว่า “การที่เราเลือก Trident ให้มาดูแลโครงการริเริ่มการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลที่สำคัญนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่เรามีต่อการนำมาปรับใช้และประสานงานโซลูชันนวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ของประเทศและพลเมืองของเรา ระบบรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์นี้จะช่วยปรับปรุงการเข้าถึงบริการภาครัฐในประเทศของเราได้อย่างมาก และเรายินดีอย่างยิ่งที่จะก้าวไปข้างหน้าร่วมกับ Trident ในโครงการริเริ่มอันล้ำสมัยนี้”

เกี่ยวกับ Trident

Trident ซึ่งถือเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นนำสำหรับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลในบริการเพิ่มประสิทธิภาพทางดิจิทัล บริการด้านเทคโนโลยี และการเปิดใช้งาน Web 3.0 ทั่วโลก โดยที่มีฐานอยู่ในประเทศสิงคโปร์ บริษัทนำเสนอโซลูชันดิจิทัลเชิงพาณิชย์และเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อปรับให้เหมาะสมกับประสบการณ์ของลูกค้าที่มีต่อผู้ใช้ปลายทาง โดยส่งเสริมการนำระบบดิจิทัลมาใช้และการบริการตนเอง

Tridentity ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เรือธงของบริษัท จัดเป็นโซลูชันการระบุตัวตนบนพื้นฐานบล็อกเชนที่เป็นนวัตกรรมและมีความปลอดภัยสูง ซึ่งออกแบบมาเพื่อมอบความสามารถในการยืนยันตัวตนแบบลงชื่อเข้าใช้ครั้งเดียวอย่างปลอดภัยให้กับระบบต่าง ๆ ของบุคคลที่สามที่บูรณาการไว้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ Tridentity มุ่งหมายที่จะนำเสนอคุณสมบัติด้านความปลอดภัยที่ไม่มีใครเทียบได้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่ามีการปกป้องข้อมูลที่ละเอียดอ่อนและป้องกันภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงถือเป็นแนวโน้มเป็นยุคใหม่แห่งความปลอดภัยในภูมิทัศน์ดิจิทัลทั่วไปในระดับโลก และในเอเชียใต้ เป็นต้น

นอกเหนือจาก Tridentity แล้ว ภารกิจของบริษัทคือการเป็นผู้นำระดับโลกในการเปิดใช้งาน Web 3.0 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเชื่อมโยงธุรกิจต่าง ๆ เข้ากับแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้และปลอดภัย พร้อมมอบประสบการณ์ลูกค้าที่ได้รับการปรับแต่งและเพิ่มประสิทธิภาพ

ข้อยกเว้นความรับผิด

ประกาศนี้ประกอบด้วยข้อความที่อาจถือเป็นข้อความ “เชิงคาดการณ์” ตามบทบัญญัติ “ข้อยกเว้นความรับผิด” (safe harbor) ของพระราชบัญญัติปฏิรูปการฟ้องร้องหลักทรัพย์ส่วนบุคคลของสหรัฐอเมริกาปี 1995 โดยสามารถระบุข้อความเชิงคาดการณ์เหล่านี้ได้จากคำศัพท์ เช่น “จะ” “คาดหวัง” “คาดการณ์ล่วงหน้า” “มุ่งหวัง” “อนาคต” “ตั้งใจ” “วางแผน” “เชื่อ” “ประมาณการ” “มีแนวโน้มที่จะ” และข้อความที่คล้ายคลึงกัน บริษัทอาจออกแถลงการณ์ข้อความเชิงคาดการณ์เป็นลายลักษณ์อักษรหรือทางวาจาในรายงานที่จัดทำเป็นระยะ ๆ ให้กับคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา (“SEC”) ในรายงานประจำปีต่อผู้ถือหุ้น ในประกาศและเอกสารอื่น ๆ ที่จัดทำเป็นลายลักษณ์อักษร และในแถลงการณ์ทางวาจาที่เจ้าหน้าที่ กรรมการ หรือพนักงานของบริษัทกล่าวแก่บุคคลที่สาม ข้อความที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงในอดีต รวมถึงข้อความเกี่ยวกับความเชื่อ แผน และความคาดหวังของบริษัท ถือเป็นข้อความเชิงคาดการณ์ ข้อความเชิงคาดการณ์เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงสืบเนื่องและความไม่แน่นอน รวมถึงความเป็นไปได้ที่ข้อตกลงขั้นสุดท้ายจะไม่เกิดขึ้นตามที่กำหนดไว้ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือที่กล่าวถึงในประกาศนี้ และความเป็นไปได้ที่ระบบ e-GOV จะไม่เกิดขึ้นจริงตามที่กำหนดไว้ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือหรือข้อตกลงขั้นสุดท้ายหากและเมื่อสรุปแล้ว ปัจจัยมากมายอาจทำให้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงแตกต่างไปอย่างมากจากผลลัพธ์ที่ระบุไว้ในข้อความเชิงคาดการณ์ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงกลยุทธ์ของบริษัท การพัฒนาธุรกิจในอนาคต และสถานะทางการเงินและผลการดำเนินงาน การเติบโตที่คาดหวังของตลาดโซลูชันดิจิทัล การพัฒนาทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และกฎหมายในเขตอำนาจศาลที่บริษัทดำเนินการหรือที่บริษัทตั้งใจจะขยายธุรกิจและการดำเนินการ ตลอดจนความสามารถของบริษัทในการรักษาและเสริมสร้างแบรนด์ของตน ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเสี่ยงเหล่านี้และความเสี่ยงอื่น ๆ รวมอยู่ในเอกสารที่บริษัทยื่นต่อ SEC ข้อมูลทั้งหมดที่ให้ไว้ในประกาศนี้เป็นไปตามข้อมูล ณ วันที่ประกาศนี้ และบริษัทไม่มีภาระผูกพันใด ๆ ที่จะต้องอัปเดตข้อความเชิงคาดการณ์ใด ๆ ยกเว้นตามที่กฎหมายบังคับใช้กำหนด

ข้อมูลติดต่อด้านนักลงทุนและสื่อ

นักลงทุนสัมพันธ์ Robin Yang ซึ่งเป็นพันธมิตร

ICR, LLC

อีเมล: [email protected]

โทรศัพท์: +1 (212) 321-0602

ดูรูปภาพประกอบประกาศนี้ได้ที่ https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/60d62bc2-fb8b-4540-bfb9-ef48e13b5fd0

GlobeNewswire Distribution ID 9322086

Mavenir และ Spry Fox Networks (SFN) ประกาศความร่วมมือเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เพื่อเร่งการสร้างรายได้ API ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม

ขณะนี้ผู้ให้บริการด้านการสื่อสาร (CSPs) สามารถนำแพลตฟอร์มระบบ GSMA Open Gateway ที่ครอบคลุมไปใช้งานได้อย่างรวดเร็วโดยใช้ประโยชน์จากโซลูชันแบบก่อนผสานรวมระบบซึ่งรวมพอร์ตโฟลิโอ Mavenir Digital Enablement (MDE) กับ QP Cloud MONET ของ Spry Fox Networks การผสานรวมที่ทรงพลังนี้จะช่วยให้ CSPs มีความสามารถในการสร้างรายได้ API แบบต้นทางถึงปลายทาง ช่วยให้ผู้ให้บริการได้ผลประโยชน์จากกระแสรายได้ใหม่อย่างรวดเร็ว

ริชาร์ดสัน, เท็กซัส, Dec. 19, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — Mavenir ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายแบบคลาวด์เนทีฟซึ่งสร้างอนาคตของเครือข่าย และ Spry Fox Networks (SFN) ผู้บุกเบิกในด้านการสร้างรายได้ API และการเปิดเครือข่ายให้ผู้อื่นเข้าใช้ ได้ประกาศจับมือกันเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในวันนี้โดยมุ่งเป้าที่จะพลิกโฉมวิธีการที่ CSPs จะสามารถสร้างรายได้จากเครือข่ายของตนและมอบบริการที่ขับเคลื่อนด้วย API ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับผู้รวบรวม, ไฮเปอร์สเกลเลอร์, และผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน

จากการเป็นพันธมิตรร่วมกันนี้ บริการโทรคมนาคมยุคหน้าที่แข็งแกร่งของ Mavenir – รวมถึง Core, และ Mavenir Digital Enablement (MDE) 1 Business Support System (BSS), Product Catalog, โซลูชัน Converged Charging, Partner Management, และ Digital Marketplace – จะถูกผสานรวมเข้ากับแพลตฟอร์มการสร้างรายได้ API ชั้นสูงของ SFN ซึ่งจะช่วยให้ CSPs ปลดล็อกกระแสรายได้ใหม่ ๆได้ด้วยการเปิดให้เข้าใช้บริการและสร้างรายได้จากเครือข่ายของตน โซลูชันที่ผสานรวมกันนี้จะช่วยให้ CSPs สามารถจัดการวงจรชีวิตของบริการระบบเครือข่าย API ได้ทั้งหมด ตั้งแต่เริ่มใช้งาน และการเปิดให้เข้าใช้บริการ จนถึง การสร้างรายได้ วิเคราะห์ และการติดตาม พร้อมกับการรักษาการควบคุมทั้งหมดในการเข้าถึงและใช้งาน

ไฮไลท์หลักของการเป็นพันธมิตรนี้ประกอบด้วย:

  • GSMA-Certified Open GWQP Cloud MONET (QPCM) ของ SFN เป็นโซลูชันการร่วมมือเป็นพันธมิตรอันดับแรกด้วยการได้รับการรับรองจาก Open Gateway API Certification ให้มอบบริการการนำไปใช้งานแบบสำเร็จรูปหรือพร้อมใช้งานได้ทันทีสำหรับ CAMARA และ Custom APIs QPCM ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อให้ผู้ให้บริการ MNOs และ MVNOs สามารถสร้างรายได้จากเครือข่ายของตนได้ในเวลารวดเร็วที่สุด QPCM ถูกสร้างมาโดยยึดหลักการป้องกันด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวเป็นสิ่งสำคัญและสนับสนุนโฟลว์การให้สิทธิ์ทั้งหมดที่กำหนดไว้ใน CAMARA
  • Pre-Integrated API Monetization Stack แบบก่อนรวมระบบ: พอร์ตโฟลิโอของ Digital Enablement ของ Mavenir รวมถึงบริการ BSS แบบก่อนรวมระบบ, Charging, Mediation, Partner Management, ระบบการเรียกเก็บเงิน (Billing), และความสามารถในการชำระเงิน (Settlement) เพื่อสร้างรายได้จากการเปิดให้เข้าใช้งาน APIs ผ่าน QPCM ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาในการเปิดตัวจนถึงสามารถสร้างรายได้ได้สำเร็จจากผลิตภัณฑ์ API ใหม่ ๆ ได้อย่างมากโดยมีฟังก์ชันขั้นตอนการทำงานแบบสำเร็จรูปพร้อมใช้งานได้สำหรับผู้สนใจถึงการสั่งซื้อ และ การสั่งซื้อถึงการรับเงิน โดยใช้รูปแบบการคิดค่าบริการโดยจ่ายตามการใช้งาน, สมัครสมาชิก, ระดับขั้น, จ่ายตามข้อตกลงระดับการให้บริการ (SLA) สำหรับลูกค้าและพันธมิตร รวมถึงนักพัฒนา, ผู้บริโภค, องค์กร, และผู้รวบรวม
  • Network Capability Exposure: ฟังก์ชันรวม NEF/SCEF (Network Exposure Function และ Service Capability Exposure Function) ของ Mavenir ให้บริการการเปิดให้เข้าใช้งานเครือข่าย APIs ตามมาตรฐานที่กำหนด ให้กับแอปพลิเคชันของบุคคลที่สามผ่าน QPCM NEF/SCEF เมื่อผสานรวมกับ โซลูชัน Core ทั้งหมดของ Mavenir (Packet Core, IMS, และ Messaging) จะมอบความได้เปรียบอย่างมากและส่งมอบเวลาในการเข้าสู่ตลาดที่รวดเร็วกว่าให้กับหลากหลายบริการของ Open GW APIs
  • เวลาในการเข้าสู่ตลาดที่รวดเร็วกว่าสำหรับ Open GW APIs: โซลูชันผสานรวมและแบบก่อนรวมระบบนี้จะช่วยให้ CSPs มีวิธีที่รวดเร็วขึ้นและปราศจากความเสี่ยงมากที่สุดในการเปิดตัว CAMARA/Open GW APIs วิธีการแบบสำเร็จรูปพร้อมใช้งานนี้มีเป้าหมายเพื่อมอบโซลูชันเสริมให้กับ CSPs ที่จะสามารถเปิดกระแสรายได้ใหม่ ๆ จากการสร้างรายได้จาก API ได้โดยไม่ต้องทำให้เครือข่ายและระบบนิเวศ BSS/OSS/IT ที่มีอยู่ต้องหยุดชะงัก

“เราตื่นเต้นอย่างยิ่งที่ได้จับมือเป็นพันธมิตรกับ Spry Fox Networks เพื่อมอบโซลูชันผสานรวมที่ทรงพลังให้กับลูกค้าของเราซึ่งจะช่วยให้การเปิดให้เข้าใช้งานและสร้างรายได้จากบริการเครือข่ายทำได้ง่ายขึ้น” Sandeep Singh, SVP, GM, Digital Business Enablement ที่ Mavenir กล่าว “การร่วมมือกันครั้งนี้จะช่วยให้ CSPs ปลดล็อกโอกาสในการสร้างรายได้ขับเคลื่อน ผลักดันให้ธุรกิจมีความคล่องตัว และตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นในบริการที่ขับเคลื่อนด้วย API ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม”

Jignesh Sorathia, Head 5G, Spry Fox Networks, เสริมว่า “การร่วมมือกันกับ Mavenir และพอร์ตโฟลิโอ MDE ที่เป็นผู้นำอุตสาหกรรม ช่วยให้เรามอบแพลตฟอร์มที่ทรงพลังให้กับ CSPs เพื่อเปิดเครือข่ายของตนให้ผู้อื่นใช้บริการได้ในรูปแบบที่สามารถควบคุมได้ ปลอดภัย และสร้างกำไรได้ การผนึกความเชี่ยวชาญของเราทั้งสองฝ่ายรวมกันจะช่วยให้ CSPs ก้าวสู่การนำโมเดลที่ให้ความสำคัญกับ API ก่อนมาใช้ได้ยืดหยุ่นมากขึ้น และรองรับการขยายธุรกิจแนวดิ่งที่หลากหลาย รวมถึง 5G, IoT, และอื่น ๆ อีกมากมาย”

การเป็นพันธมิตรร่วมกันครั้งนี้มุ่งเป้าที่จะเร่งการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลให้กับ CSPs ช่วยให้พวกเขาสามารถพัฒนาต่อยอดธุรกิจในภูมิทัศน์โทรคมนาคมที่กำลังพลิกโฉมอย่างรวดเร็วและฉวยโอกาสในเศรษฐกิจ API ที่กำลังเติบโตได้

เกี่ยวกับ Spry Fox Networks (SFN):
Spry Fox Networks (SFN) มีความเป็นเลิศในด้านโซลูชันเครือข่ายไร้สายแบบครบวงจร โดยมีความเชี่ยวชาญพิเศษในด้านเครือข่าย APIs ซึ่งใช้ประโยชน์จากกรอบการทำงานของ GSMA Open Gateway เพื่อเสริมความสามารถให้กับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (MNOs) และผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนเครือข่ายเสมือน (MVNOs) ให้สามารถสร้างรายได้จากเครือข่ายของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โซลูชัน Telco API ที่เป็นนวัตกรรมใหม่และมีความคล่องตัวของ SFN ช่วยแก้ปัญหาความท้าทายทั่วทั้งธุรกิจแนวดิ่งหลายด้าน เช่น ฟินเทค เทคโนโลยีโฆษณา สื่อและการกระจายเสียงแพร่ภาพ และยานยนต์

เกี่ยวกับ Mavenir:
Mavenir กำลังสร้างอนาคตของเครือข่ายปัจจุบันด้วยโซลูชันระบบคลาวด์เนทีฟที่ใช้ AI ขับเคลื่อน ซึ่งได้รับการออกแบบให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผู้ให้บริการสามารถใช้ประโยชน์จาก 5G และสร้างเครือข่ายที่อัจฉริยะ อัตโนมัติ และสามารถตั้งโปรแกรมได้ ในฐานะผู้ริเริ่ม Open RAN และผู้นำการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว โซลูชันที่ได้รับรางวัลของ Mavenir กำลังส่งมอบระบบอัตโนมัติและการสร้างรายได้ผ่านเครือข่ายมือถือทั่วโลก โดยเร่งการเปลี่ยนแปลงเครือข่ายซอฟต์แวร์สำหรับผู้จำหน่ายด้านการสื่อสารมากกว่า 300 รายในกว่า 120 ประเทศ ซึ่งให้บริการแก่ผู้ใช้มากกว่าร้อยละ 50 ของประชากรโลก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาไปที่ www.mavenir.com

ข้อมูลติดต่อฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ Mavenir:
Emmanuela Spiteri
[email protected]

______________________________
1 MDE เป็นเครื่องมือในการสร้างรายได้ที่อยู่เบื้องหลังโซลูชัน OpenGW ภายในองค์กรของ Mavenir ให้กับลูกค้าของ Mavenir ที่ใช้โซลูชันระบบนิเวศขนาดใหญ่ของ Mavenir

GlobeNewswire Distribution ID 9321967

Walrus Pump Announces Financial and Operating Results for Three Quarters of FY2024

Steady Dual Growth in Domestic and International Sales: Walrus Pump Driving Industry Supply Chain Upgrades

TAIPEI, Taiwan, Dec. 17, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — The leading pump brand Walrus Pump (TPEX: 6982) recently hosted its pre-listing performance presentation in November. The company offers a wide range of pump solutions, catering to needs from household water supply and agricultural irrigation to advanced industrial processes. Its core products serve both daily life and industrial applications, not only meeting consumer needs but also supporting high-tech uses such as data centers and fast charging station cooling. Through technological innovation and strategic market positioning, Walrus Pump has firmly established itself as the leader in Taiwan’s water pump market.

For the first three quarters of FY2024, the company recorded cumulative revenue of NT$1.227 billion, marking a 15.63% year-on-year growth. Cumulative revenue from January to October reached NT$1.341 billion, reflecting a 16.04% year-on-year growth, demonstrating impressive operational performance.

Walrus Pump operates two major production bases in Taiwan: the Sanzhi Plant in New Taipei and the Luzhu Zhengyi Plant in Kaohsiung. Its newly constructed Global Plant in Kaohsiung is expected to receive usage permits and commence small-scale production in the second half of FY2025. In China, the Suzhou Walrus Plant serves as a key hub for the domestic and ASEAN markets.

On the technical development front, Walrus Pump has established a pump and motor laboratory, the only such facility in Taiwan certified by both TAF and TUV. This laboratory integrates client needs into testing and product development systems, optimizing pump head, flow rate, and motor performance. Its clients span Europe, the Americas, Japan, South Korea, and ASEAN countries, with plans to expand into emerging markets like Indonesia, Philippines and India. Currently, its sales ratio is 70% domestic and 30% international.

In Taiwan, the annual pump demand is approximately NT$13 billion, with domestically produced pumps accounting for a proportion of about NT$5 billion, while imported pumps represent a proportion of NT$8 billion. Compared to the high cost of imported pumps, Walrus Pump’s competitive edge in cost and quality has made it the top choice for many domestic enterprises. In terms of international market deployment, it is expanding its operational points to further enhance the company’s performance.

Press Contact

Walrus Pump Spokesman +886 2 2768-0189

AMAZING CREATIVITY INTEGRATED MARKETING CO., LTD Mr. Hu 886 952-343-528

GlobeNewswire Distribution ID 9319586

Walrus Pump ประกาศผลประกอบการทางการเงินและการดำเนินงานสำหรับสามไตรมาสของปีงบประมาณ 2024

ยอดขายทั้งในประเทศและต่างประเทศเติบโตแบบคู่อย่างมั่นคง: Walrus Pump ขับเคลื่อนการยกระดับในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรม

ไทเป ไต้หวัน, Dec. 17, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — Walrus Pump (TPEX: 6982) ซึ่งเป็นแบรนด์ปั๊มชั้นนำ ได้จัดงานนำเสนอผลการดำเนินงานก่อนเข้าจดทะเบียนเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา บริษัทนำเสนอปั๊มที่ออกแบบตามความต้องการเฉพาะด้านหลากหลายประเภทเพื่อตอบสนองความต้องการ โดยมีตั้งแต่การจ่ายน้ำในครัวเรือนและการชลประทานทางการเกษตรไปจนถึงกระบวนการอุตสาหกรรมขั้นสูง ผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทให้บริการทั้งในชีวิตประจำวันและการใช้งานในอุตสาหกรรม โดยไม่เพียงแต่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังรองรับการใช้งานด้านเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ศูนย์ข้อมูลและการระบายความร้อนสำหรับสถานีชาร์จด่วนอีกด้วย Walrus Pump ได้สร้างชื่อให้กับตัวเองในฐานะผู้นำในตลาดปั๊มน้ำของไต้หวันได้อย่างมั่นคงด้วยนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและการวางตำแหน่งทางการตลาดเชิงกลยุทธ์

ในช่วงสามไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2024 บริษัทมีรายได้รวม 1,227 ล้านเหรียญไต้หวัน ซึ่งเพิ่มขึ้น 15.63% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา รายได้รวมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคมอยู่ที่ 1,341 ล้านเหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้น 16.04% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพการดำเนินงานที่น่าประทับใจ

Walrus Pump มีการดำเนินการในฐานการผลิตหลักสองแห่งในไต้หวัน ได้แก่ โรงงาน Sanzhi ในนิวไทเปและโรงงาน Luzhu Zhengyi ในเกาสฺยง โรงงานระดับโลกที่เพิ่งสร้างใหม่ในเกาสุยงคาดว่าจะได้รับใบอนุญาตใช้งานและเริ่มการผลิตขนาดเล็กในช่วงครึ่งหลังของปีงบประมาณ 2025 ในประเทศจีน โรงงาน Walrus ในเมืองซูโจวทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำคัญสำหรับตลาดในประเทศและอาเซียน

ในด้านการพัฒนาทางเทคนิค Walrus Pump ได้จัดตั้งห้องปฏิบัติการปั๊มและมอเตอร์ ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการแห่งเดียวในไต้หวันที่ได้รับการรับรองจากทั้ง TAF และ TUV ห้องปฏิบัติการแห่งนี้ผสานรวมความต้องการของลูกค้าเข้ากับระบบการทดสอบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยปรับแรงดันของปั๊ม อัตราการไหล และประสิทธิภาพของมอเตอร์ให้เหมาะสมที่สุด ลูกค้าของบริษัทครอบคลุมทั้งยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และประเทศในกลุ่มอาเซียน และมีแผนที่จะขยายไปสู่ตลาดเกิดใหม่ เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และอินเดีย ปัจจุบัน อัตราส่วนการขายของบริษัทอยู่ที่ 70% ในประเทศ และ 30% ในต่างประเทศ

ในไต้หวัน ความต้องการปั๊มต่อปีอยู่ที่ประมาณ 13,000 ล้านเหรียญไต้หวัน โดยปั๊มที่ผลิตในประเทศคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 5,000 ล้านเหรียญไต้หวัน ในขณะที่ปั๊มนำเข้าคิดเป็นสัดส่วน 8,000 ล้านเหรียญไต้หวัน Walrus Pump มีข้อได้เปรียบทางการแข่งขันด้านต้นทุนและคุณภาพเมื่อเทียบกับปั๊มนำเข้าที่มีต้นทุนสูง ทำให้บริษัทเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับบริษัทในประเทศหลายแห่ง ในแง่ของการนำผลิตภัณฑ์และบริการออกสู่ตลาดต่างประเทศ บริษัทกำลังขยายจุดปฏิบัติการเพื่อยกระดับประสิทธิภาพของบริษัทต่อไป

ติดต่อสื่อประชาสัมพันธ์

โฆษกของ Walrus Pump +886 2 2768-0189

AMAZING CREATIVITY INTEGRATED MARKETING CO., LTD Mr. Hu 886 952-343-528

GlobeNewswire Distribution ID 9319586

Quantexa ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำในหมวดในรายงาน AML Transaction Monitoring Solutions ประจำปี 2024 ของ Chartis

ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ด้านข้อมูล การวิเคราะห์ และ AI ได้รับการจัดอันดับ “ดีที่สุดในหมวด” สำหรับความสามารถในการป้องกันการฟอกเงิน ในด้านการบูรณาการข้อมูล การสร้างแบบจำลอง และกระบวนการทำงาน

ลอนดอน, Dec. 16, 2024 (GLOBE NEWSWIRE) — Quantexa ผู้ให้บริการชั้นนำด้านโซลูชัน Decision Intelligence สำหรับภาครัฐและภาคเอกชน ประกาศวันนี้ว่าได้รับการยอมรับใน Chartis RiskTech Quadrant Update สำหรับโซลูชันการตรวจสอบธุรกรรมป้องกันการฟอกเงิน (AML) รายงานเน้นย้ำถึงความสามารถระดับ “ดีที่สุดในหมวด” ของ Quantexa ในด้านสำคัญต่าง ๆ เพื่อช่วยให้สถาบันการเงินสามารถต่อสู้กับอาชญากรรมทางการเงินและปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการกำกับดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สถาบันการเงินต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบทั้งในระดับประเทศ (เช่น USA PATRIOT ACT) และระดับนานาชาติ (เช่น Anti-Money Laundering Directives ของสหภาพยุโรป) เพื่อป้องกันการฟอกเงิน UN ประมาณการว่าปริมาณการฟอกเงินต่อปีอยู่ในช่วง 2 ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ของ GDP การปฏิบัติตามข้อกำหนดและการป้องกันอาจเป็นเรื่องที่ท้าทาย เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของข้อกำหนดที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง แผนการฟอกเงินที่ซับซ้อนมากขึ้น และความท้าทายด้านเทคโนโลยีและข้อมูลภายในองค์กร

ชุดโซลูชัน AML ของ Quantexa ช่วยให้สถาบันการเงินรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ด้วยการใช้ AI และ ML ในความสามารถด้านการแก้ไขหน่วยข้อมูลและกราฟความรู้ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลที่แยกส่วน เปิดเผยความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ และดำเนินการตรวจสอบและตรวจจับเชิงรุก ในหมวดหมู่อื่น ๆ โซลูชันเหล่านี้นำไปใช้ในกระบวนการสืบสวนที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลข่าวกรอง ซึ่งตรงกับ AML สำหรับการธนาคารตัวแทน และ AML สำหรับการค้าและค้าปลีก

Chartis ชี้ให้เห็นว่า Generative AI กำลังกลายเป็นคุณสมบัติที่มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับโซลูชันการตรวจสอบธุรกรรม AML เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา Quantexa ได้เปิดตัวชุดเทคโนโลยี Generative AI ภายใต้ชื่อ Q Assist ซึ่งช่วยให้ Financial Investigation Units (FIU) สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลของตน โดยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสืบสวนเพื่อระบุและทำความเข้าใจความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้

Quantexa ยังคงเป็นผู้นำในหมวดสำหรับการตรวจสอบธุรกรรม AML โดยต่อยอดจากความแข็งแกร่งในด้านการตัดสินใจเชิงอัจฉริยะและ GenAI เพื่อพัฒนาแนวทางการทำงานที่ช่วยให้การสืบสวนที่ซับซ้อนเป็นไปอย่างอัตโนมัติ และสามารถแก้ปัญหาสำคัญที่สุดในด้านนี้ได้” Nick Vitchev ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ Chartis กล่าว “ระบบคะแนนรูปแบบการฟอกเงินของบริษัทเป็นแนวทางใหม่ที่มีความเป็นรูปธรรมและใช้งานได้จริงในระบบนิเวศที่ซับซ้อนและเน้นรูปแบบการฟอกเงินมากขึ้นเรื่อย ๆ ขณะเดียวกัน ความสามารถในการบูรณาการชุดข้อมูลและสัญญาณที่หลากหลายจำนวนมหาศาลเข้าสู่ระบบตรวจสอบธุรกรรมช่วยเพิ่มทั้งประสิทธิผลและประสิทธิภาพ”

Alexon Bell ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ (FinCrime) แห่ง Quantexa กล่าวว่า “การได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำในหมวดโดย Chartis ร่วมกับผู้นำในอุตสาหกรรมที่โดดเด่น เน้นย้ำถึงการยอมรับที่เพิ่มขึ้นในแนวทางนวัตกรรมของเราในการตรวจสอบ Contextual AML และความก้าวหน้าในด้าน Generative AI คะแนนระดับสูงสุดของเราในด้านสำคัญ ๆ เช่น การบูรณาการข้อมูลและระบบ รวมถึงการสร้างแบบจำลองและรูปแบบความเสี่ยง แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการจัดหาเครื่องมือล้ำสมัยให้กับสถาบันการเงินเพื่อรับมือกับอาชญากรรมทางการเงิน การยอมรับนี้เป็นการยืนยันถึงความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีของเรา รวมถึงความมุ่งมั่นในการทำความเข้าใจและแก้ไขความท้าทายที่เปลี่ยนแปลงไปซึ่งลูกค้าของเราต้องเผชิญในการต่อสู้กับการฟอกเงิน”

Chartis ได้ยกย่อง Quantexa ให้เป็นผู้นำใน 5 หมวดในปี 2024 ซึ่งรวมถึง RiskTech Quadrant® สำหรับ Enterprise Fraud Solutions, รายงาน Enterprise and Payment Fraud Solutions, 2024 Market Update and Vendor Landscape และการเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการชั้นนำในรายงานจัดอันดับและการวิจัยครั้งแรก Chartis RiskTechAI 50 ประจำปี 2024 Quantexa ยังได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำในหมวดหมู่ RiskTech Quadrant® สำหรับโซลูชัน KYC และติดอันดับหนึ่งใน 20 อันดับแรกในรายงาน RiskTech100® ประจำปี 2025 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเป็นที่ยอมรับในตลาด นวัตกรรม และความเป็นผู้นำในด้านความเสี่ยงและการปฏิบัติตามข้อกำหนด

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความสามารถของ Quantexa ในด้าน AML และการตรวจสอบธุรกรรม โปรดเยี่ยมชมที่นี่

เกี่ยวกับ Quantexa
Quantexa เป็นบริษัทซอฟต์แวร์ด้านข้อมูลและการวิเคราะห์ระดับโลกที่บุกเบิกด้านตัวช่วยการตัดสินใจอัจฉริยะที่ให้อำนาจองค์กรในการตัดสินใจในเรื่องเกี่ยวกับการปฏิบัติงานที่เชื่อถือได้โดยการให้ข้อมูลตามบริบท แพลตฟอร์มตัวช่วยการตัดสินใจอัจฉริยะของ Quantexa ช่วยให้องค์กรค้นพบความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่และโอกาสใหม่ ๆ โดยการนำข้อมูลที่แยกกันมาผนวกรวมและเปลี่ยนให้เป็นแหล่งข้อมูลที่สามารถใช้ซ้ำและเชื่อถือได้ด้วยการใช้ความก้าวหน้าล่าสุดของปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาด้านความท้าทายที่สำคัญได้อย่างครอบคลุม ทั้งการจัดการข้อมูล การเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า การทำความรู้จักกับลูกค้าของคุณ (KYC) อาชญากรรมทางการเงิน ความเสี่ยง การฉ้อโกง และความปลอดภัย ซึ่งสามารถช่วยแก้ปัญหาได้ตลอดวงจรการตัดสินใจของลูกค้า

แพลตฟอร์มตัวช่วยการตัดสินใจอัจฉริยะของ Quantexa ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานด้วยความแม่นยำมากกว่า 90% อีกทั้งความละเอียดของแบบจำลองการวิเคราะห์ก็รวดเร็วกว่าวิธีการแบบดั้งเดิมถึง 60 เท่า การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับแพลตฟอร์มตัวช่วยการตัดสินใจอัจฉริยะของ Quantexa ที่ Forrester TEI ดำเนินการโดยอิสระ พบว่าลูกค้ามีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) 228% ในช่วงเวลาสามปี Quantexa ก่อตั้งขึ้นในปี 2016 ปัจจุบันมีพนักงานมากกว่า 800 คน และมีผู้ใช้แพลตฟอร์มหลายพันรายที่ทำงานเกี่ยวกับธุรกรรมและจุดรวบรวมข้อมูลหลายพันล้านรายการทั่วโลก

สอบถามจากสื่อ
ติดต่อ: Stephanie Crisp, Fight or Flight
อีเมล: [email protected]

หรือ

ติดต่อ: Adam Jaffe รองประธานอาวุโสฝ่ายการตลาดขององค์กร
โทรศัพท์: +1 609 502 6889
อีเมล: [email protected]


GlobeNewswire Distribution ID 1001028819