Green Building Initiative และ Global Electronics Council ร่วมมือกันเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานของอาคารทั้งหลัง

พอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน, Oct. 29, 2025 (GLOBE NEWSWIRE) — Green Building Initiative (GBI) ประกาศว่าจะมีการใช้ฉลากสิ่งแวดล้อม EPEAT® ของ Global Electronics Council (GEC) เป็นช่องทางเพิ่มเติมในการประเมินความยั่งยืนและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ภายใต้การรับรอง GBI Ascent™ และ Green Globes® ความร่วมมือครั้งนี้ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างความยั่งยืนในระดับผลิตภัณฑ์และประสิทธิภาพในระดับอาคาร ช่วยให้สามารถประเมินประสิทธิภาพการใช้พลังงานได้อย่างครอบคลุมมากขึ้นทั่วทั้งสภาพแวดล้อมอาคาร

“เรามีความยินดีที่จะส่งเสริมการใช้งานฉลาก EPEAT ในฐานะแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดซื้อจัดจ้างและผู้ผลิต เพื่อสนับสนุนการส่งมอบและการใช้งานผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในตลาด” Vicki Worden ประธานกรรมการบริหารของ GBI กล่าว

“การใช้พลังงานในสภาพแวดล้อมอาคารกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของศูนย์ข้อมูลและความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น เพื่อให้เซิร์ฟเวอร์ อุปกรณ์เครือข่าย และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่ติดตั้งอยู่ในอาคารสามารถทำงานได้” Bob Mitchell ประธานกรรมการบริหารของ Global Electronics Council กล่าว “การบูรณาการฉลาก EPEAT เข้ากับการรับรอง Green Globes และ Ascent ช่วยให้มั่นใจได้ว่าการใช้พลังงานและผลกระทบด้านความยั่งยืนอื่น ๆ ของอุปกรณ์ ICT ที่ใช้ในศูนย์ข้อมูลและอาคารที่ได้รับการรับรองจาก GBI จะลดลงเหลือน้อยที่สุด เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งกับความร่วมมือครั้งใหม่ที่น่าตื่นเต้นนี้ และตั้งตารอที่จะร่วมงานกับ GBI เพื่อช่วยให้สมาชิกขององค์กรนำอุปกรณ์ ICT ที่จดทะเบียน EPEAT มาใช้”

การรับรอง Green Globes และ Ascent ของ GBI ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับมาตรฐานอุตสาหกรรม และมีแนวทางการปฏิบัติตามข้อกำหนดที่หลากหลาย ทำให้การรับรองด้านความยั่งยืนสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับอาคารหลากหลายประเภท การบูรณาการฉลาก EPEAT เพิ่มทั้งความยืดหยุ่นและความรับผิดชอบให้กับผู้ใช้ Green Globes และ Ascent พร้อมทั้งช่วยลดความเสี่ยงควบคู่ไปกับการบรรลุผลลัพธ์ที่วัดผลได้ ด้วยความร่วมมือกัน GBI และ GEC กำลังจัดเตรียมทีมโครงการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่ลึกซึ้งขึ้นและวัดผลได้

ณ ปัจจุบัน มีศูนย์ข้อมูลมากกว่า 25 ล้านตารางฟุตได้รับการรับรองหรือกำลังดำเนินการยื่นขอรับรอง Green Globes หรือ Ascent ใน 18 รัฐและในแคนาดา ซึ่งเน้นย้ำถึงขนาดและผลกระทบของทางเลือกที่ยั่งยืนในภาคส่วนที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วนี้ ขณะนี้ อุปกรณ์สำนักงานที่จดทะเบียน EPEAT รวมถึงคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สร้างภาพ ยังสามารถนำมาใช้เพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์ความยั่งยืนในระดับผลิตภัณฑ์ของ GBI ในสภาพแวดล้อมอาคารประเภทอื่น ๆ ได้แล้วเช่นกัน

ปัจจุบัน ศูนย์ข้อมูลมีสัดส่วนประมาณ 1.5% ของการใช้ไฟฟ้าทั่วโลก เพื่อจ่ายพลังงานให้กับอุปกรณ์ ICT ของศูนย์ข้อมูลและกลยุทธ์การระบายความร้อนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคาดการณ์ว่าตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าภายในปี 2030 GEC นำเสนอผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเซิร์ฟเวอร์และแผงโซลาร์พร้อมอินเวอร์เตอร์ที่จดทะเบียน EPEAT ซึ่งเป็นวิธีการสร้างมาตรฐานและการเปรียบเทียบในตลาดได้ และคาดว่าอุปกรณ์เครือข่ายที่จดทะเบียน EPEAT จะพร้อมให้ใช้งานเร็ว ๆ นี้ คาดว่าอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่จดทะเบียน EPEAT จะพร้อมให้ใช้งานในปีงบประมาณ 2027 การยอมรับผลิตภัณฑ์ที่จดทะเบียน EPEAT ในศูนย์ข้อมูลจะช่วยให้ศูนย์ข้อมูลทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ที่จดทะเบียน EPEAT ยังได้รับการตรวจสอบโดยบุคคลที่สาม เพื่อยืนยันว่าเป็นไปตามเกณฑ์ซึ่งช่วยกระตุ้นการลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศในกระบวนการผลิตอุปกรณ์ ICT และส่งเสริมการหมุนเวียน การใช้สารเคมีที่ปลอดภัยขึ้น และห่วงโซ่อุปทานที่รับผิดชอบ ตอนนี้ ผลิตภัณฑ์สำนักงานที่จดทะเบียน EPEAT สามารถนำมาใช้เพื่อให้เป็นไปตามตามข้อกำหนดเกณฑ์การรับรอง Green Globes และ Ascent ของ GBI ได้แล้ว

GBI และ GEC มีพันธกิจร่วมกันในการเร่งการนำแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนมาใช้เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเพิ่มปรับปรุงประสิทธิภาพ ด้วยการปรับการรับรอง Green Globes และ Ascent ของ GBI ให้สอดคล้องกับฉลากสิ่งแวดล้อม EPEAT® ของ GEC ทั้งสององค์กรกำลังผลักดันให้เกิดแนวทางแบบบูรณาการมากขึ้นในการสร้างความยั่งยืน โดยส่งเสริมให้เจ้าของ ผู้ดำเนินงาน และผู้ผลิตสามารถตัดสินใจเลือกอย่างมีข้อมูลซึ่งจะช่วยให้อาคารทั่วโลกมีสุขภาพดีขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

เกี่ยวกับ GBI

GBI เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรระหว่างประเทศและเป็นผู้พัฒนามาตรฐานที่ได้รับการรับรองจาก American National Standards Institute (ANSI) ซึ่งมุ่งมั่นที่จะลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศโดยการปรับปรุงสภาพแวดล้อมอาคาร องค์กรที่ก่อตั้งในปี 2004 นี้เป็นผู้ให้บริการระดับโลกในสำหรับ Green Globes®, Ascent™, Journey to Net Zero™ และโปรแกรมการประเมินและการรับรองอาคารให้สอดคล้องกับการปฏิบัติตามหลักการชี้นำของรัฐบาลกลาง นอกจากนี้ GBI ยังออกใบรับรองวิชาชีพต่าง ๆ รวมถึง Green Globes Professional (GGP) และ Guiding Principles Compliance Professional (GPCP) ด้วย หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโอกาสในการมีส่วนร่วมกับ GBI กรุณาติดต่อ [email protected] หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ GBI ที่ www.thegbi.org

เกี่ยวกับ Global Electronics Council

Global Electronics Council (GEC) มุ่งหวังที่จะสร้างโลกที่มีเพียงเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ที่ยั่งยืน ซึ่งจะช่วยยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนและสิ่งแวดล้อม พันธกิจของเราคือการเร่งการเปลี่ยนแปลงของตลาดเพื่อให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์และบริการอิเล็กทรอนิกส์ที่ยั่งยืนที่สุด

ในฐานะผู้ดูแลฉลากสิ่งแวดล้อม EPEAT® เรากำหนดมาตรฐานระดับโลกสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อช่วยให้แบรนด์ ห่วงโซ่คุณค่า และผู้ซื้อสามารถบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่ทะเยอทะยานได้ ด้วยการเป็นผู้นำทางความคิด การสนับสนุน และฉลากสิ่งแวดล้อม EPEAT ของเรา GEC กำลังช่วยปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ให้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ที่ดีทั่วโลก ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ gec.org

ติดต่อด้านสื่อ
Megan Baker รองประธานฝ่ายการมีส่วนร่วม GBI (971) 256-7174 [email protected]

GlobeNewswire Distribution ID 9564213

Datavault AI เปิดตัวยูเนียนข้อมูลที่เป็นนวัตกรรม 2 รายการ เพื่อแปลงข้อมูลประกันภัยและบัญชีเป็นโทเคน ซึ่งช่วยปลดล็อกรายได้ประจำปี (ARR) ให้แก่ผู้ประกอบการอิสระ

Data Vault Bank® พร้อมด้วยระบบ Smart Contracting DataScore® และ DataValue® นำเสนอโซลูชันที่ได้รับการคุ้มครองตามสิทธิบัตรเพื่อการสร้างรายได้จากสินทรัพย์ข้อมูลร่วม ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่ปรากฏเป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรม

นิวยอร์ก, Oct. 29, 2025 (GLOBE NEWSWIRE) — ผ่านทาง IBN – Datavault AI Inc. (Nasdaq: DVLT) ผู้นำด้านการแปลงข้อมูลเป็นโทเคนและการจัดการข้อมูล ได้ประกาศการสร้างยูเนียนที่ก้าวล้ำสองรายการ ได้แก่ ยูเนียนข้อมูลประกันภัย โดยร่วมมือกับตัวแทนและนายหน้าประกันภัยอิสระแห่งอเมริกา (Big “I”) และเครือข่ายตัวแทน/นายหน้าอิสระทั่วประเทศ และยูเนียนข้อมูลบัญชี โดยร่วมมือกับสำนักงานบัญชีสองเอกชนชั้นนำสองแห่งจากแต่ละรัฐของสหรัฐฯ เพื่อพัฒนาดัชนีหุ้นเอกชนที่ครอบคลุมบริษัทนับพันแห่งจากทุกภาคส่วนธุรกิจ ยูเนียนเหล่านี้จะแปลงข้อมูลประกันภัยและบัญชีแบบไม่ระบุตัวตนเป็นโทเคน ช่วยให้สามารถสร้างรายได้อย่างปลอดภัยและขยายขนาดได้ง่าย พร้อมทั้งใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่จดสิทธิบัตรของ Datavault AI และแพลตฟอร์ม Information Data Exchange

Tim Varone ผู้อำนวยการฝ่ายขายสวัสดิการประกันสุขภาพ ซึ่งมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมกว่า 25 ปี และเป็นที่ปรึกษาให้แก่ Datavault AI มาอย่างยาวนาน กล่าวว่า “เป็นเรื่องน่าทึ่งมากที่มีหลายตลาดพร้อมจะได้รับการปฏิวัติผ่านโซลูชันที่จดสิทธิบัตรของ Datavault มีเพียงไม่กี่ตลาดที่มีสินทรัพย์ข้อมูลภาคประกันภัยและบัญชี ยูเนียนข้อมูล ซึ่งขับเคลื่อนด้วยสัญญาอัจฉริยะและการประมวลผลประสิทธิภาพสูง ได้เปลี่ยนขอบเขตความเป็นไปได้ไปอย่างสิ้นเชิง”

ยูเนียนข้อมูลของตัวแทนและนายหน้าประกันภัยอิสระที่ดำเนินงานโดยไม่ขึ้นตรงกับรัฐใด ๆ สามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์เข้าร่วมเป็นสมาชิกยูเนียนได้ ยูเนียนจะชำระเงินสดให้แก่สินทรัพย์ข้อมูลที่มีคุณสมบัติ ซึ่งได้รับการประเมินด้านคุณภาพ ความสมบูรณ์ ความถูกต้อง และการกำกับดูแลผ่าน DataScore, DataValue และ Data Vault Bank ที่ได้รับการจดสิทธิบัตร

โซลูชันตัวแทนที่ได้รับการจดสิทธิบัตรช่วยให้บริษัทประกันภัย นายหน้า หรือสำนักงานบัญชีอิสระสามารถสร้างกระเป๋าเงินและบัญชีเพื่อแปลงข้อมูลเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ผ่านโทเคนที่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และรองรับสัญญาอัจฉริยะ โซลูชันระบบเศรษฐกิจโทเคนจะทำให้สินทรัพย์ข้อมูลเป็นมาตรฐานเดียวกัน และใช้ AI ในการจัดการทั้งการเพิ่มผลตอบแทนทางการเงินสูงสุดและการรให้ข้อมูลเชิงลึกที่นำไปใช้ได้จริงใน Web 3.0 รูปแบบใหม่

สัญญาอัจฉริยะที่ Datavault AI จัดหาให้จะสร้างสำเนา creData สำหรับการขายในรูปแบบโทเคน ซึ่งสามารถแลกได้เมื่อจำหน่ายโดยตรงให้กับตัวแทนอิสระ รวมถึงยังสามารถจัดทำเป็นดัชนีและจัดเรียงอย่างเป็นระบบ

ด้วยการเปลี่ยนสมาชิกยูเนียนให้กลายเป็นผู้มีส่วนร่วมอย่างจริงจังในการสร้างรายได้จากข้อมูล Datavault AI คาดว่าจะสร้างรายได้ประจำปี (ARR) เป็นจำนวนมาก ผ่านการขายข้อมูลในรูปแบบโทเคน การวิเคราะห์เชิงเป้าหมาย และธุรกรรมที่ใช้สัญญาอัจฉริยะ ตลาดประกันภัยทั่วโลกซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่า 8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 และตลาดบริการบัญชีทั่วโลกที่ประเมินมูลค่าราว 6.50 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นโอกาสอันมหาศาลสำหรับสมาชิกในการสร้างมูลค่าจากข้อมูลที่ยังไม่ได้นำมาใช้ให้ประโยชน์อย่างเต็มที่

สัญญาอัจฉริยะช่วยทำให้ธุรกรรมภายในยูเนียนเหล่านี้เป็นระบบอัตโนมัติและสมบูรณ์แบบ ลดข้อขัดแย้งเกี่ยวกับค่าตอบแทนด้วยการบังคับการชำระเงินทันทีและโปร่งใส เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีฝ่ายใดต้องตามทวงเงินที่ค้างชำระอีกต่อไป ยูเนียนข้อมูลประกันภัยแบบรวมศูนย์อาจรวบรวมฐานข้อมูลได้ในระดับที่เทียบเท่าบริษัทขนาดใหญ่ เช่น State Farm โดยเปิดโอกาสให้เข้าถึงชุดข้อมูลจำนวนมหาศาลได้อย่างเท่าเทียม เพื่อสร้างข้อมูลเชิงลึกด้วย AI และเพิ่มความได้เปรียบทางการแข่งขัน

นอกจากนี้ การผสานรวมประกันภัยกรรมสิทธิ์เข้ากับการแปลงอสังหาริมทรัพย์เป็นโทเคน ยังสร้างมูลค่าที่ขยายขนาดได้สำหรับองค์กรอย่าง Fannie Mae และ Freddie Mac ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากประสิทธิภาพที่สูงขึ้น รวมถึงการสร้างรายได้จากสินทรัพย์จริงและข้อมูล ทั้งยังเอื้อให้เกิดการถือครองกรรมสิทธิ์แบบสัดส่วน เพิ่มสภาพคล่อง และช่วยให้การบริหารความเสี่ยงในตลาดที่อยู่อาศัยซึ่งมีมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

Nathaniel Bradley ประธานกรรมการบริหารของ Datavault AI กล่าวว่า “ยูเนียนข้อมูลของเราช่วยเสริมศักยภาพให้ผู้เชี่ยวชาญอิสระสามารถสร้างรายได้จากข้อมูลของตนได้อย่างมีจริยธรรมและมีประสิทธิภาพภายใต้แบรนด์อิสระของตนเอง แต่ยังคงมีความแข็งแกร่งและความเกี่ยวข้องของข้อมูลในระดับเดียวกับยูเนียนขนาดใหญ่ที่เรากำลังสร้างขึ้น เรากำลังเปลี่ยนข้อมูลให้กลายเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนประเภทหนึ่ง เพื่อส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมในอุตสาหกรรมที่มีข้อมูลอุดมสมบูรณ์ กลยุทธ์ยูเนียนข้อมูลของเราช่วยปลดล็อกและสร้างเทคโนโลยีการสร้างรายได้จากข้อมูลที่สามารถดำเนินการได้อย่างอิสระในรูปแบบที่โซลูชันคู่แข่งไม่อาจทำได้”

หัวใจสำคัญของโครงการที่เป็นนวัตกรรมเหล่านี้คือ สิทธิบัตรสหรัฐอเมริกาหมายเลข 12,198,201 ของ Datavault AI สำหรับ “แพลตฟอร์มและวิธีการจัดเตรียมแบบแสดงรายการภาษี” ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการแปลงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับภาษีเป็นโทเคนได้อย่างราบรื่น สิทธิบัตรสนับสนุนประกอบด้วย สิทธิบัตรสหรัฐอเมริกาหมายเลข 11,315,150 สำหรับ “เครือข่าย ระบบ และวิธีการโฆษณาแบบกำหนดเป้าหมายโดยใช้กลุ่มผลิตภัณฑ์” ซึ่งช่วยสร้างต้นแบบรายได้ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล สิทธิบัตรสหรัฐอเมริกาหมายเลข 11,593,515 สำหรับ “แพลตฟอร์มสำหรับการจัดการข้อมูลผู้ใช้” เพื่อรับรองการจัดการข้อมูลอย่างปลอดภัย และคำขอจดสิทธิบัตรที่อยู่ระหว่างดำเนินการ เช่น หมายเลข 17/941,550 สำหรับ “แพลตฟอร์มและวิธีการแปลงข้อมูลองค์กรเป็นโทเคน” และหมายเลข 17/842,139 สำหรับ “ระบบและวิธีการสร้าง ยืนยันตัวตน และใช้งานสินทรัพย์ในรูปแบบโทเคน” ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการแปลงสินทรัพย์ข้อมูลหลากหลายประเภทเป็นโทเคน

เกี่ยวกับ Datavault AI Inc.

Datavault AI™ (Nasdaq: DVLT) เป็นผู้นำในการสร้างประสบการณ์ข้อมูล การประเมินมูลค่า และการสร้างรายได้จากสินทรัพย์ด้วย AI ในสภาพแวดล้อมของ Web 3.0 แพลตฟอร์มในระบบคลาวด์ของบริษัทนำเสนอโซลูชันที่ครอบคลุม โดยมุ่งเน้นการทำงานร่วมกันในแผนกวิทยาศาสตร์อะคูสติกและวิทยาศาสตร์ข้อมูล แผนกวิทยาศาสตร์อะคูสติกของ Datavault AI มีเทคโนโลยี WiSA®, ADIO® และ Sumerian® ที่ได้รับการจดสิทธิบัตรและเทคโนโลยีการส่งสัญญาณเสียง HD ไร้สายแบบหลายช่องสัญญาณและเชิงพื้นที่พื้นฐานรายแรกของอุตสาหกรรม โดยมาพร้อม IP ที่ครอบคลุมในการจับเวลาเสียง การซิงโครไนซ์ และการตัดสัญญาณรบกวนแบบหลายช่องสัญญาณ ส่วนแผนกวิทยาศาสตร์ข้อมูลนั้นใช้ประโยชน์จากพลังของ Web 3.0 และการประมวลผลประสิทธิภาพสูง เพื่อส่งมอบโซลูชันสำหรับการรับรู้ข้อมูลเชิงประสบการณ์ การประเมินค่า และการสร้างรายได้อย่างปลอดภัย แพลตฟอร์มในระบบคลาวด์ของ Datavault AI ให้บริการโซลูชันที่ครอบคลุมแก่หลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งรวมถึงการอนุญาตสิทธิ์ซอฟต์แวร์ HPC สำหรับกีฬาและความบันเทิง งานกิจกรรมและสถานที่ เทคโนโลยีชีวภาพ การศึกษา เทคโนโลยีทางการเงินหรือ Fintech อสังหาริมทรัพย์ การดูแลสุขภาพ พลังงาน และอื่น ๆ อีกมากมาย Information Data Exchange® (IDE) ช่วยให้ใช้งาน Digital Twins ในการให้การอนุญาตชื่อ รูปภาพ และความเหมือน (NIL) ได้ โดยการแนบวัตถุทางกายภาพในโลกแห่งความเป็นจริงเข้ากับวัตถุเมตาข้อมูลที่ไม่เปลี่ยนแปลง ทำให้เกิด AI ที่มีความรับผิดชอบและมีความสมบูรณ์ ชุดเทคโนโลยี Datavault AI สามารถปรับแต่งได้อย่างสมบูรณ์และมีระบบอัตโนมัติ AI และแมชชีนเลิร์นนิง (ML) การบูรณาการกับบุคคลที่สาม การวิเคราะห์โดยละเอียดและข้อมูล ระบบอัตโนมัติด้านการตลาด และการติดตามตรวจสอบโฆษณา บริษัทมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองบีเวอร์ตัน รัฐออริกอน ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Datavault AI ได้ที่ www.dvlt.ai

ข้อความคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มี “ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้า” ตามความหมายของกฎหมาย Private Securities Litigation Reform Act of 1995 (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) และกฎหมายหลักทรัพย์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง คำต่าง ๆ เช่น “คาดว่า” “จะ” “คาดการณ์” “ดำเนินต่อไป” รวมถึงรูปแบบต่าง ๆ ของคำเหล่านี้และสำนวนในลักษณะเดียวกันที่สื่อถึงอนาคตหรือเงื่อนไข ล้วนใช้เพื่อระบุถึงข้อความคาดการณ์ล่วงหน้า ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้ รวมถึงถ้อยแถลงเกี่ยวกับโอกาสและแนวโน้มทางธุรกิจของเรา กลยุทธ์ ความคาดหวังด้านรายได้ในอนาคต การดำเนินการด้านสิทธิ์ใช้งาน การดำเนินการด้านสิทธิบัตร ตลอดจนความสำเร็จในการนำเทคโนโลยีที่จดสิทธิบัตรไปใช้งาน ล้วนตั้งอยู่บนการประเมินและสมมติฐานที่แม้เรากับฝ่ายบริหารจะพิจารณาว่าสมเหตุสมผล แต่โดยธรรมชาติแล้วยังมีความไม่แน่นอนอยู่ในตัว ผู้อ่านควรระมัดระวังที่จะไม่พึ่งพาข้อความที่มีการคาดการณ์ไปในอนาคตเหล่านี้มากเกินไป ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงอาจแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญจากที่ระบุไว้ในข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้ อันเป็นผลมาจากความเสี่ยงและความไม่แน่นอนหลายประการ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ: ความสามารถของเราในการใช้สิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาทั้งหมดที่ได้รับการออกและแจ้งอนุมัติแล้วอย่างมีประสิทธิภาพ ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ที่ได้มาเพื่อขยายส่วนแบ่งตลาดของเราอย่างสำเร็จผล ความเสี่ยงเกี่ยวกับความสามารถของเราในการเปิดแหล่งรายได้ใหม่จากสิทธิบัตรต่าง ๆ ที่กล่าวถึงในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ สถานะสภาพคล่องในปัจจุบันของเราและความจำเป็นในการจัดหาเงินทุนเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง สภาวะตลาด เศรษฐกิจ และปัจจัยอื่น ๆ โดยทั่วไป ความสามารถของเราในการดำเนินกิจการต่อเนื่อง ความสามารถในการรักษาสถานะการจดทะเบียนหุ้นสามัญในตลาด Nasdaq ความสามารถในการบริหารต้นทุนและดำเนินแผนการด้านปฏิบัติการและงบประมาณให้สำเร็จตามเป้า ความสามารถในการบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ระดับที่ผู้ได้รับสิทธิ์ใช้งานเทคโนโลยีของเรานำไปใช้ในผลิตภัณฑ์ของตน หากมี ระยะเวลาในการนำไปใช้งานดังกล่าว ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญา และความเสี่ยงอื่น ๆ ตามที่ระบุโดยละเอียดในเอกสารยื่นต่อ U.S. Securities and Exchange Commission ของเรา ข้อมูลในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีให้ ณ วันที่ของข่าวประชาสัมพันธ์นี้เท่านั้น และเราไม่มีภาระผูกพันใด ๆ ในการปรับปรุงข้อความที่มีการคาดการณ์ไปในอนาคตที่มีอยู่ในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้โดยอิงจากข้อมูลใหม่ เหตุการณ์ในอนาคต หรืออื่น ๆ เว้นแต่กฎหมายจะกำหนดไว้

ฝ่ายสื่อสารองค์กร
IBN
Austin, Texas
www.InvestorBrandNetwork.com
512.354.7000 สำนักงาน
[email protected]

ติดต่อด้านสื่อ:

[email protected]

GlobeNewswire Distribution ID 9563908

Ambiq เปิดตัว Apollo510 Lite SoCs เพื่อขับเคลื่อนอุปกรณ์ Always-On Edge พร้อมการเชื่อมต่อบลูทูธแบบสองโหมด

Apollo510 Lite SoC Series ใหม่มอบประสิทธิภาพการใช้พลังงานและประสิทธิภาพด้าน AI ที่ก้าวล้ำ เพื่ออุปกรณ์เชื่อมต่อที่ชาญฉลาดและใช้งานได้นานยิ่งขึ้น

ออสติน รัฐเท็กซัส, Oct. 29, 2025 (GLOBE NEWSWIRE) — Ambiq Micro, Inc. (“Ambiq”) ผู้ให้บริการระดับแนวหน้าด้านโซลูชัน AI และเซมิคอนดักเตอร์พลังงานต่ำพิเศษ ได้ประกาศเปิดตัว Apollo510 Lite System-on-Chip (SoC) Series ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดในตระกูล Apollo5 ผลิตภัณฑ์ซีรีส์นี้ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับเทคโนโลยีอัจฉริยะที่พร้อมทำงานตลอดเวลาบนอุปกรณ์ปลายทาง โดยมอบความสามารถในการประมวลผลด้วย AI ขั้นสูง การเชื่อมต่อไร้สายแบบหลายโปรโตคอล และประสิทธิภาพการใช้พลังงานชั้นนำของอุตสาหกรรม เพื่อเสริมประสิทธิภาพให้กับอุปกรณ์รุ่นถัดไป ตั้งแต่อุปกรณ์สวมใส่และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ไปจนถึงเซนเซอร์ IoT สำหรับอุตสาหกรรมและอาคารอัจฉริยะ

การเปลี่ยนแปลงความเป็นไปได้บนอุปกรณ์ปลายทาง

“Apollo510 Lite Series ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์โซลูชัน AI พลังงานต่ำพิเศษของ Ambiq โดยการนำความสามารถของ Edge AI มาสู่กลุ่มอุปกรณ์และการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่อุปกรณ์สวมใส่ การดูแลสุขภาพ ภาคอุตสาหกรรม ไปจนถึงสมาร์ทโฮม” Fumihide Esaka ประธานกรรมการบริหารของ Ambiq กล่าว “ความสำเร็จครั้งสำคัญนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการทำให้เทคโนโลยีอัจฉริยะสามารถใช้งานได้ทุกที่ โดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพหรือพลังงาน”

ความก้าวหน้าครั้งสำคัญด้านประสิทธิภาพ Edge AI

Apollo510 Lite Series สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม Subthreshold Power Optimized Technology (SPOT®) ที่เป็นเอกสิทธิ์ของ Ambiq โดยมอบประสิทธิภาพที่เร็วกว่าถึง 16 เท่า และมีประสิทธิภาพการใช้พลังงาน AI ดีขึ้นสูงสุดถึง 30 เท่า เมื่อเทียบกับโซลูชัน M4 หรือ M33 ที่เทียบเคียงกัน ความก้าวหน้าด้านประสิทธิภาพครั้งสำคัญนี้ช่วยให้นักพัฒนาสามารถปรับใช้เวิร์กโหลด AI ที่ซับซ้อน รวมถึงการวิเคราะห์สุขภาพ เซนเซอร์ฟิวชัน และการจดจำเสียง พร้อมทั้งยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อได้อย่างมาก

จุดเด่นของ Apollo510 Lite Series

  • การประมวลผลประสิทธิภาพสูง: หน่วยประมวลผล Arm® Cortex®-M55 ความเร็วสูงสุด 250 MHz พร้อม turboSPOT® และเทคโนโลยี Helium™ เพื่อเร่งความเร็วการทำงานของ AI อย่างมีประสิทธิภาพ
  • หน่วยประมวลผลร่วมเฉพาะ: หน่วยประมวลผลร่วม Arm Cortex-M4F ความเร็ว 48/96 MHz เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบไร้สายและเซนเซอร์ฟิวชัน
  • หน่วยความจำขยาย: RAM ขนาด 2 MB และหน่วยความจำถาวรขนาด 2 MB พร้อมแคชสำหรับคำสั่ง/ข้อมูลโดยเฉพาะเพื่อการประมวลผลที่รวดเร็วยิ่งขึ้น
  • การเชื่อมต่อขั้นสูง:
    • Bluetooth® Low Energy 5.4 พร้อมกำลังส่ง +14 dBm เพื่อประสิทธิภาพสัญญาณที่แรงและเสถียร
    • บลูทูธแบบสองโหมด (Classic + LE) เพื่อการใช้งานเสียงพลังงานต่ำและความเข้ากันได้กับอุปกรณ์รุ่นเก่า
  • ระบบความปลอดภัยในตัว: secureSPOT® 3.0 พร้อม Arm TrustZone® การบูตแบบปลอดภัย และการอัปเดตเฟิร์มแวร์ที่ได้รับการยืนยันเพื่อความสมบูรณ์ของข้อมูล

ผลิตภัณฑ์ซีรีส์นี้พร้อมให้ใช้งานสามรุ่น ได้แก่
Apollo510 Lite (ไม่มีวิทยุ BLE), Apollo510B Lite (รองรับ BLE) และ Apollo510D Lite (บลูทูธแบบสองโหมด)

ความพร้อมใช้งาน

Apollo510 Lite Series พร้อมให้สั่งตัวอย่างได้แล้ว โดยคาดว่าจะเริ่มผลิตจำนวนมากในไตรมาส 1 ของปี 2026 ไปที่หน้าผลิตภัณฑ์ซีรีส์ Apollo510 Lite SoC เพื่อดูข้อมูลทางเทคนิค เครื่องมือการพัฒนา และรายละเอียดการสั่งซื้อ

เกี่ยวกับ Ambiq

สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองออสติน รัฐเท็กซัส พันธกิจของ Ambiq คือการนำความอัจฉริยะ (ทั้งในรูปแบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีอื่น ๆ) ไปสู่ทุกพื้นที่ด้วยการส่งมอบโซลูชันเซมิคอนดักเตอร์ที่ใช้พลังงานต่ำสุด Ambiq ช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้งานการประมวลผลที่อุปกรณ์ปลายทางโดย AI ซึ่งเป็นจุดที่มีข้อจำกัดด้านการใช้พลังงานมากที่สุด นวัตกรรมด้านเทคโนโลยีของ Ambiq ซึ่งพัฒนาบนพื้นฐานของเทคโนโลยีที่ได้รับการจดสิทธิบัตรและเป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะ (SPOT®) ทำให้เกิดปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานได้อย่างมีนัยสำคัญในระดับโครงสร้าง เมื่อเทียบกับการออกแบบเซมิคอนดักเตอร์แบบดั้งเดิม Ambiq ขับเคลื่อนอุปกรณ์ต่าง ๆ ไปแล้วมากกว่า 280 ล้านเครื่อง ณ ปัจจุบัน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ www.ambiq.com

ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้า

ข้อความที่ปรากฏในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ซึ่งไม่ใช่ข้อเท็จจริงในอดีต ถือเป็นข้อความคาดการณ์ล่วงหน้า คุณสามารถระบุข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าได้จากคำต่าง ๆ เช่น “เชื่อว่า” “คาดว่า” “อาจ” “จะ” “ควร” “มุ่งหวัง” “ตั้งใจ” “วางแผน” “ประมาณการ” หรือ “คาดการณ์” หรือสำนวนในลักษณะใกล้เคียงกันที่เกี่ยวข้องกับกลยุทธ์ แผนการ การคาดการณ์ หรือเจตนารมณ์ของเรา โดยลักษณะของข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าแล้ว ข้อความเหล่านี้ไม่ใช่ข้อเท็จจริงในอดีตหรือการรับประกันผลการดำเนินงานในอนาคต และยังอยู่ภายใต้ความเสี่ยง ความไม่แน่นอน สมมติฐาน หรือการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ ซึ่งยากต่อการคาดการณ์หรือวัดผลได้อย่างชัดเจน รวมถึงปัจจัยที่อธิบายไว้ในส่วนที่มีชื่อว่า “ปัจจัยเสี่ยง” ในเอกสารของ Ambiq ที่ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ Ambiq ไม่มีพันธะผูกพันในการปรับปรุงหรือทบทวนข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าใด ๆ ต่อสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นผลจากข้อมูลใหม่ การเปลี่ยนแปลงในอนาคต หรือเหตุผลอื่นใด เว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้

ประชาสัมพันธ์และสื่อ

Charlene Wan
รองประธานฝ่ายการตลาดองค์กรและนักลงทุนสัมพันธ์
[email protected]
+1.512.879.2850

นักลงทุนสัมพันธ์
Teneo
Christina Coronios
[email protected]
+1.212.915.4581

ดูภาพประกอบสำหรับประกาศนี้ได้ที่ https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/1dde6260-281e-4572-9dcb-27c99f7bd952

GlobeNewswire Distribution ID 9563876

CGTN: การเสวนา การพัฒนา และความมั่งคั่งร่วมกัน

ปักกิ่ง วันที่, Oct. 28, 2025 (GLOBE NEWSWIRE) — ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก บรรดาผู้นำความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) กำลังรวมตัวกันที่เกาหลีใต้ในการประชุมสุดยอดผู้นำเศรษฐกิจ APEC ปี 2025 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในการรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นในภูมิภาคนี้

ก่อนการประชุม China Media Group (CMG) ร่วมกับมหาวิทยาลัยยอนเซ และสถานีโทรทัศน์ YTN ได้จัดเสวนาที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ภายใต้หัวข้อ “การเสวนาว่าด้วยธรรมาภิบาลโลกและความมั่งคั่งร่วมกันในเอเชีย-แปซิฟิก”

Ren Hongbin ประธานสภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศแห่งประเทศจีน กล่าวว่าผลประโยชน์ของแต่ละประเทศมีความเกี่ยวพันกันมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงทำให้จำเป็นต้องมีธรรมาภิบาลร่วมที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยความร่วมมือและผลประโยชน์ร่วมกันถือเป็นหัวใจสำคัญ เขายังกล่าวด้วยว่า Global Governance Initiative (GGI) ของจีนได้เสนอแนวทางแก้ไขในแบบจีนเพื่อสร้างระบบโลกที่ยุติธรรมยิ่งขึ้น Tengku Zafrul Aziz รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรมของมาเลเซีย เน้นย้ำว่ากฎเกณฑ์ ความเชื่อมั่น และการมีส่วนร่วมคือรากฐานของการเติบโตสำหรับทุกประเทศ Ruben Oyarzo สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชิลี ยืนยันถึงความมุ่งมั่นของชิลีต่อการพัฒนาในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกและการสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน Yoon Dong-sup อธิการบดีมหาวิทยาลัยยอนเซ กล่าวเพิ่มเติมว่าการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นวัตกรรม ปัญหาสังคมผู้สูงอายุ และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจนั้น ล้วนขึ้นอยู่กับการเสวนา ความร่วมมือ และการวางแผนร่วมกันเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

ท่ามกลางความท้าทายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนต่อระบบพหุภาคี จีนยังคงเดินหน้าดำเนินการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่าน Global Governance Initiative ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่โครงการริเริ่มระดับโลกที่จีนได้เสนอแก่ประชาคมโลก ผู้ร่วมเสวนาต่างชื่นชมแนวทางนี้ และเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือ การมีส่วนร่วม และความไว้วางใจซึ่งกันและกัน โดยชี้ให้เห็นถึงความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจของจีนที่มีบทบาทเป็นแรงผลักดันที่ช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับการเติบโตของเศรษฐกิจโลก

ผู้เข้าร่วมทั้งหมดเห็นพ้องกันว่าท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่เปราะบางในปัจจุบัน ความร่วมมือ ความเชื่อมั่น ความโปร่งใส และนวัตกรรมคือกุญแจสำคัญในการรักษาการเติบโตของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก David Perez Des Rosiers แห่งสภาธุรกิจแคนาดา-จีน กล่าวว่า APEC เป็นเวทีสำคัญสำหรับการสร้างโอกาสในระดับภูมิภาค Gaston Chee จากหอการค้ามาเลเซียในจีน เน้นย้ำถึงความโปร่งใสในการรับมือกับอุปสรรคทางการค้าที่เพิ่มมากขึ้น ขณะที่ Chung Suh-Yong จากสถาบันกฎหมายระหว่างประเทศกรุงโซล เรียกร้องให้ APEC สร้างความร่วมมือที่เปิดกว้างและครอบคลุม ซึ่งสามารถสร้างสมดุลระหว่างผลประโยชน์ร่วมและความแตกต่างได้

ท่ามกลางความแตกแยกและความไม่ไว้วางใจในระดับโลก ข้อความจากจีนชัดเจนเป็นเอกฉันท์: การเสวนา ความร่วมมือ และความมั่งคั่งร่วมกัน คือเส้นทางสู่การฟื้นฟู

https://news.cgtn.com/news/2025-10-27/Dialogue-development-and-shared-prosperity-1HOlRvc1WLu/p.html

สามารถดูภาพถ่ายที่ใช้ประกอบการประกาศนี้ได้ที่ https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/aef85933-62bf-42f3-a691-f6d01320017d

ติดต่อ: CGTN, อีเมล: [email protected]

GlobeNewswire Distribution ID 9563622

KFSHRC เปิดตัวโรงงานแห่งแรกสำหรับการผลิตยีนและเซลล์บำบัดในซาอุดีอาระเบีย

รียาด ซาอุดีอาระเบีย, Oct. 28, 2025 (GLOBE NEWSWIRE) — โรงพยาบาลและศูนย์วิจัยเฉพาะทางคิงไฟซาล (King Faisal Specialist Hospital and Research Centre – KFSHRC) กล่าวว่าจะเปิดโรงงานแห่งแรกของซาอุดีอาระเบียสำหรับการผลิตยีนและเซลล์บำบัดภายในปลายปี 2025 ซึ่งเป็นโครงการที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ป่วยหลายพันรายสามารถเข้าถึงการรักษาขั้นสูงในประเทศ ลดค่าใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพลงประมาณ 8,000 ล้านริยาล (ราว 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภายในปี 2030 และตอบสนองความต้องการยาบำบัดดังกล่าวของประเทศได้ประมาณร้อยละ 9

โรงงานใหม่นี้ตั้งอยู่ในวิทยาเขตของโรงพยาบาลในกรุงริยาด จะผลิตเซลล์บำบัด CAR T-cell และสเต็มเซลล์ ซึ่งเป็นการรักษาที่ปรับปรุงเซลล์ของผู้ป่วยเองเพื่อต่อสู้กับมะเร็งหรือซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหาย โรงงานมีพื้นที่กว่า 5,000 ตารางเมตร ถูกออกแบบให้มีห้องคลีนรูมแบบโมดูลาร์ 16 กลุ่ม ซึ่งสามารถขยายหรือปรับเปลี่ยนได้ตามวิวัฒนาการของเทคโนโลยีการรักษาใหม่ ๆ

เจ้าหน้าที่กล่าวว่าอาคารนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในความทะเยอทะยานด้านเทคโนโลยีชีวภาพของซาอุดีอาระเบีย โดยเป็นการรวมการแพทย์เฉพาะบุคคลและการผลิตขั้นสูงเข้าด้วยกัน เมื่อเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบ คาดว่าจะสามารถผลิตยารักษาได้ประมาณ 2,400 โดสต่อปี ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถของประเทศในการผลิตยาบำบัดที่ซับซ้อนที่สุดในโลกบางส่วน

โรงงานจะดำเนินการภายใต้มาตรฐานการผลิตที่ดี ซึ่งเป็นกรอบการทำงานระดับโลกที่ควบคุมการผลิตยา กระบวนการทุกขั้นตอน ตั้งแต่ระบบกรองอากาศจนถึงการทดสอบแต่ละชุดการผลิต จะได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มงวดเพื่อรับประกันความปลอดเชื้อ ความปลอดภัย และความสม่ำเสมอ ระบบปัญญาประดิษฐ์จะจัดการการควบคุมคุณภาพ ในขณะที่โครงร่างแบบโมดูลาร์ช่วยให้สามารถขยายขนาดได้อย่างรวดเร็วเมื่อนวัตกรรมเติบโตขึ้น

KFSHRC มีประสบการณ์ในด้านนี้อยู่แล้ว ผู้ป่วยกว่า 200 รายได้รับการบำบัดด้วย CAR T-cell ที่นั่นตั้งแต่ปี 2020 ซึ่งเป็นหลายปีก่อนที่จะเริ่มการผลิตภายในประเทศ สถานที่แห่งใหม่นี้ต่อยอดจากประวัติการรักษาทางคลินิกดังกล่าว ในขณะเดียวกันก็ส่งเสริมระบบนิเวศการวิจัยและการฝึกอบรมที่กว้างขึ้น ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับนักวิทยาศาสตร์ชาวซาอุดีอาระเบีย และดึงดูดผู้เชี่ยวชาญระดับโลกด้านยีนและเซลล์บำบัด เจ้าหน้าที่กล่าวว่าเป้าหมายคือการทำให้ราชอาณาจักรไม่เพียงแต่เป็นศูนย์กลางสำหรับการรักษาเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางสำหรับการค้นพบและผลิตยาด้วย

ในงาน Global Health Exhibition 2025 ที่กรุงริยาดในปีนี้ โรงพยาบาลกำลังจัดแสดงอาคารการผลิตแห่งใหม่ควบคู่ไปกับความก้าวหน้าในการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ การวินิจฉัยทางพันธุกรรม และการฝึกอบรมทางการแพทย์ด้วยเทคโนโลยีความจริงเสริม การนำเสนอนี้เน้นให้เห็นว่าโรงพยาบาลชั้นนำของประเทศกำลังปรับแนวคิดให้สอดคล้องกับความพยายามระดับชาติที่กว้างขึ้นในการเปลี่ยนจากการบริโภคการดูแลสุขภาพไปสู่การสร้างสรรค์การดูแลสุขภาพได้อย่างไร

KFSHRC ได้รับการจัดอันดับให้เป็นอันดับหนึ่งในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ และเป็นอันดับที่ 15 ของโลกในบรรดาศูนย์การแพทย์เชิงวิชาการ 250 อันดับแรกของโลกสำหรับปี 2025 นอกจากนี้ยังได้รับการยกย่องจาก Brand Finance 2025 ให้เป็นแบรนด์ด้านการดูแลสุขภาพที่มีมูลค่าสูงสุดในตะวันออกกลาง และได้รับการจัดอันดับในรายชื่อ Newsweek’s World’s Best Hospitals 2025, Best Smart Hospitals 2026 และ Best Specialized Hospitals 2026 ซึ่งยืนยันอีกครั้งถึงตำแหน่งผู้นำระดับโลกในการดูแลผู้ป่วยที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชม www.kfshrc.edu.sa หรือติดต่อทีมสื่อของเราที่ [email protected]

ภาพถ่ายประกอบประกาศนี้สามารถดูได้ที่ https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/c9ee13e5-9172-4352-8980-34db6df55b50

GlobeNewswire Distribution ID 9563373

Bodor Laser ได้รับรางวัล Red Dot Award: Design Concept 2025 Ceremony

ผลิตภัณฑ์หลักสามรายการได้รับการยกย่องในด้านความเป็นเลิศด้านการออกแบบ โดยเครื่องเชื่อมเลเซอร์แบบพกพาได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ “Best of the Best”

สิงคโปร์, Oct. 28, 2025 (GLOBE NEWSWIRE) — Bodor Laser ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันการตัดและเชื่อมด้วยเลเซอร์ ได้รับการยกย่องอย่างสูงในงานประกาศรางวัล Red Dot Award: Design Concept 2025 ที่จัดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์ ผลิตภัณฑ์หลักสามรายการ ได้แก่ เครื่องเชื่อมเลเซอร์แบบพกพารุ่นใหม่ เครื่องตัดแผ่นเลเซอร์ และเครื่องตัดท่อเลเซอร์ ได้รับยกย่องในด้านนวัตกรรมการออกแบบที่โดดเด่นและความเป็นเลิศด้านอุตสาหกรรม

เครื่องเชื่อมเลเซอร์แบบพกพาของ Bodor คว้ารางวัลอันทรงเกียรติ “Best of the Best” ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดของการแข่งขัน ถือเป็นก้าวสำคัญและตอกย้ำอิทธิพลในอุตสาหกรรมอุปกรณ์เลเซอร์ระดับโลก

รางวัล Red Dot Award ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1955 และถือเป็นรางวัลด้านการออกแบบระดับสูงสุดสามอันดับแรกของโลก ร่วมกับรางวัล iF Design Award ของเยอรมนี และรางวัล U.S. IDEA Award ผลิตภัณฑ์ที่ส่งเข้าประกวดไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ได้รับรางวัล โดย “Best of the Best” เป็นที่รู้จักในเรื่องเกณฑ์ที่เข้มงวดและอิทธิพลระดับโลก โดยรางวัลนี้ยกย่องผลิตภัณฑ์ที่สร้างมาตรฐานใหม่ ๆ ในด้านนวัตกรรม ฟังก์ชันการทำงาน และความสวยงาม

การออกแบบของ Bodor สะท้อนถึงปรัชญาที่ผสมผสานเทคโนโลยีและสุนทรียศาสตร์เข้าด้วยกัน ผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นสะท้อนถึงข้อมูลเชิงลึกของผู้ใช้และวิศวกรรมที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ตั้งแต่โครงสร้างตามหลักสรีรศาสตร์และอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายไปจนถึงโครงสร้างแบบโมดูลาร์และระบบความปลอดภัย ความกลมกลืนระหว่างความสง่างามและประสิทธิภาพนี้เป็นตัวกำหนดปรัชญาของ Bodor ซึ่งผสมผสานสุนทรียศาสตร์แบบเรียบง่ายเข้ากับเทคโนโลยีขั้นสูง Bodor ขับเคลื่อนการสร้างสรรค์นวัตกรรมและความเป็นเลิศด้านการออกแบบในอุตสาหกรรมเลเซอร์ โดยการเปลี่ยนความซับซ้อนให้กลายเป็นความชัดเจน และวิศวกรรมให้กลายเป็นศิลปะ

เบื้องหลังความสำเร็จเหล่านี้คือระบบนิเวศการผลิตของ Bodor สำนักงานใหญ่ระดับโลกอยู่ที่เมืองจี่หนาน มีพื้นที่ 200,000 ตารางเมตร มีสายการผลิตอัจฉริยะและระบบดิจิทัล โดยมีผลผลิตต่อปีมากกว่า 20,000 หน่วย สำนักงานใหญ่ในภาคใต้แห่งใหม่ที่เซินเจิ้น ซึ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาและการผลิตระดับไฮเอนด์ จะเพิ่มจำนวนหน่วยงานมากกว่า 5,000 หน่วยต่อปี เสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานและเครือข่ายบริการทั่วจีนตอนใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

รางวัลที่ Bodor ได้รับล่าสุดนี้ทำให้บริษัทกลายเป็นแบรนด์อุปกรณ์เลเซอร์รายแรกของโลกที่ได้รับรางวัล “Best of the Best” จาก Red Dot จนถึงปัจจุบัน บริษัทได้รับรางวัล Red Dot Awards 5 รางวัล อีกทั้งรางวัล iF Design Awards สี่รางวัล และรางวัลระดับนานาชาติอีกสี่รางวัล รวมถึงรางวัล MUSE, Good Design (U.S.) และรางวัล French Design Awards

ในอนาคต Bodor Laser ยังคงจะยึดมั่นในวิสัยทัศน์ของตนที่ว่า เทคโนโลยีคือรากฐาน การออกแบบคือปีก และผู้ใช้คือหัวใจ ด้วยนวัตกรรมและการบูรณาการการออกแบบ บริษัทส่งมอบโซลูชันเลเซอร์ที่ผสานการใช้งานและความสวยงามเข้าด้วยกัน ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมระดับโลกสู่ยุคใหม่แห่งการผลิตอัจฉริยะและความสวยงาม

รับชมรูปภาพประกอบการแถลงนี้ได้ที่ https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/4eb618f8-2c3f-452c-99fa-597a09b6c380

ติดต่อ
Dennis Wang
[email protected]
Bodor Laser Inc.
www.bodor.com

GlobeNewswire Distribution ID 9563288

Curia ลงทุน 4 ล้านดอลลาร์เพื่อยกระดับการผลิต Sterile API

ออลบานี นิวยอร์ก, Oct. 27, 2025 (GLOBE NEWSWIRE) — Curia Global, Inc. (Curia) ซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำระดับโลกด้านการวิจัย การพัฒนา และการผลิต ได้ประกาศในวันนี้ถึงการลงทุนมูลค่า 4 ล้านดอลลาร์เพื่อยกระดับห้องปลอดเชื้อ API สองแห่งในเมืองบายาโดลิด ประเทศสเปน การลงทุนนี้สอดคล้องกับมาตรฐาน EU GMP ภาคผนวก 1 ล่าสุด และตอกย้ำความมุ่งมั่นอันยาวนานของ Curia ในด้านความเป็นเลิศด้านกฎระเบียบและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ภาคผนวก 1 ให้คำแนะนำทั่วไปสำหรับการออกแบบและการควบคุมสิ่งอำนวยความสะดวก อุปกรณ์ ระบบ และขั้นตอนที่ใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ปลอดเชื้อทั้งหมด โดยใช้หลักการจัดการความเสี่ยงด้านคุณภาพ (Quality Risk Management, QRM) เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ สารแขวนลอย และเอนโดทอกซินในผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย

การปรับปรุงนี้สนับสนุนการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีของบายาโดลิด Curia ใช้เครื่องมือที่เป็นนวัตกรรมเพื่อใช้ประโยชน์จากความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ที่เกิดจากการประยุกต์ใช้ความเข้าใจในกระบวนการที่เพิ่มขึ้น การลงทุนส่วนใหญ่ทุ่มเทให้กับการปรับปรุงอุปกรณ์ของโรงงาน รวมถึงการติดตั้งเครื่องแยกแบบใหม่ พร้อมกับการปรับปรุงระบบ ระบบปรับสภาวะอากาศ แผงควบคุมยา ระบบอัตโนมัติ การฆ่าเชื้อในสถานที่ และระบบสาธารณูปโภคทั่วไป การเปลี่ยนไปใช้ระบบปิดอย่างสมบูรณ์เป็นแรงผลักดันหลักของการยกระดับอัปเกรดเหล่านี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนความปลอดภัยของกระบวนการและผลิตภัณฑ์ และป้องกันการปนเปื้อนทางจุลชีววิทยาในทุกขั้นตอนของการผลิต นอกจากนี้ การปรับปรุงตามหลักสรีรศาสตร์สำหรับผู้ปฏิบัติงานเป็นสิ่งสำคัญในการเพิ่มความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน พร้อมกับการนำระบบควบคุมอัตโนมัติเพิ่มเติมมาใช้เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายความสมบูรณ์ของข้อมูลที่เข้มงวดยิ่งขึ้น ตามที่ระบุไว้ใน 21 CFR ส่วนที่ 11

“คุณภาพและการปฏิบัติตามข้อกำหนดเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินงานของเรา” Philip Macnabb ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Curia กล่าว “ข้อกำหนดในภาคผนวก 1 ใหม่สอดคล้องกับแนวทางเชิงรุกของเราในการควบคุมคุณภาพ เรามุ่งมั่นที่จะนำเสนอระดับการรับรองสูงสุดแก่ลูกค้าของเราเสมอเมื่อพูดถึงการปฏิบัติตามข้อกำหนดและความสามารถของเราในการส่งมอบ API ปลอดเชื้อคุณภาพสูงในปริมาณมาก ลูกค้าพึ่งพาเราในด้านความน่าเชื่อถือ ความแม่นยำ และความไว้วางใจ ด้วยการปรับปรุงเหล่านี้ที่เมืองบายาโดลิด ลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่าเราจะยังคงลงทุนล่วงหน้าตามแนวโน้มอุตสาหกรรมในขณะที่เราเป็นพันธมิตรกับลูกค้าเพื่อนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด”

ข้อมูลที่ปรับปรุงล่าสุดที่เมืองบายาโดลิดเป็นไปตามการประเมินทั่วทั้งบริษัทในเครือข่ายทั่วโลกของ Curia เพื่อระบุโอกาสในการปรับปรุงที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดในภาคผนวก 1 ใหม่ การประเมินได้ตรวจสอบขั้นตอน อุปกรณ์ ระบบสาธารณูปโภค คุณสมบัติ และการตรวจสอบเพื่อสร้างโซลูชันที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละสถานที่ปฏิบัติงานและเพื่อแก้ไขพื้นที่สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพ

เครือข่ายการผลิตการแปรรูปปลอดเชื้อ API ทั่วโลกของ Curia ได้ให้บริการลูกค้าทั่วโลกมานานกว่า 20 ปี การลงทุนนี้ทำให้บริษัทสามารถสนับสนุนโครงการการผลิตที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ ขณะเดียวกันก็เสริมสร้างความมุ่งมั่นในการส่งมอบยาที่เปลี่ยนแปลงชีวิตด้วยคุณภาพและความน่าเชื่อถือที่ไม่ยอมแพ้

เกี่ยวกับ Curia
Curia เป็นองค์กรให้บริการวิจัย พัฒนา และการผลิตตามสัญญา (CDMO) ที่มีประสบการณ์กว่า 30 ปี เครือข่ายโรงงานทั่วโลก 20 แห่งที่บูรณาการ และพนักงาน 3,200 คน ที่ร่วมงานกับลูกค้าด้านชีวเภสัชภัณฑ์เพื่อนำการบำบัดที่เปลี่ยนแปลงชีวิตสู่ตลาด ข้อเสนอของเราในด้านโมเลกุลขนาดเล็ก สารออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรมทั่วไป ผลิตภัณฑ์ยาปราศจากเชื้อ และชีววัตถุครอบคลุมตั้งแต่การค้นพบจนถึงการผลิตเชิงพาณิชย์ พร้อมด้วยขีดความสามารถแบบบูรณาการด้านกฎระเบียบ การวิเคราะห์ และการบรรจุยาปราศจากเชื้อ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์และกระบวนการของเรา พร้อมกับโรงงานที่เป็นไปตามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ มอบประสบการณ์ระดับแนวหน้าตลอดการผลิตตัวยาสําคัญและผลิตภัณฑ์ยา เราเสนอการให้บริการในทุกขั้นตอนเพื่อเร่งการวิจัยของคุณและปรับปรุงชีวิตของผู้ป่วย ตั้งแต่ความอยากรู้อยากเห็นไปจนถึงการรักษา ดูข้อมูลเกี่ยวกับเราได้ที่ curiaglobal.com

ติดต่อบริษัท:
Viana Bhagan
Curia
+1 518 512 2111
[email protected]

GlobeNewswire Distribution ID 9562221

คู่มือ The MICHELIN Guide Abu Dhabi ฉบับที่ 4 เปิดตัวแล้ว

  • ร้านอาหารทั้งหมด 56 แห่งได้รับการคัดเลือกให้รวมอยู่ใน MICHELIN Guide Abu Dhabi 2026
  • มีร้านอาหารใหม่ทั้งหมด 11 แห่ง รวมถึงร้านที่ได้รับรางวัล Bib Gourmand ใหม่ 3 แห่ง และร้านใหม่ที่ได้รับเลือกอีก 8 แห่ง

อาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, Oct. 27, 2025 (GLOBE NEWSWIRE) — The MICHELIN Guide Abu Dhabi 2026 ภูมิใจนำเสนอฉบับที่ 4 โดยชูโรงร้านอาหารใหม่ล่าสุดในแวดวงอาหารของเมือง การคัดเลือกในปีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความลุ่มลึกและความหลากหลายที่เติบโตขึ้นของเมือง โดยมีร้านอาหารใหม่ 11 แห่งที่ได้รับการบรรจุในรายชื่อ ซึ่ง 3 แห่งในจำนวนนั้นได้รับรางวัล Bib Gourmand สำหรับการนำเสนออาหารคุณภาพยอดเยี่ยมในราคาคุ้มค่า ขณะที่อีก 3 แห่งยังคงรักษารางวัลมิชลินหนึ่งดาวเอาไว้ได้

Gwendal Poullennec ผู้อำนวยการระดับนานาชาติของ The MICHELIN Guide กล่าวว่า “รายชื่อร้านอาหารใน The MICHELIN Guide Abu Dhabi 2026 แสดงให้เห็นว่าแววงอาหารของเมืองที่มีชีวิตชีวาแห่งนี้ยังคงพัฒนาและเติบโตอย่างมั่นคง เป็นข้อพิสูจน์ว่าอาบูดาบีในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงเมืองหลวงทางวัฒนธรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดหมายปลายทางด้านอาหารที่ควรค่าแก่การเดินทางมาโดยเฉพาะ ด้วยความหลากหลายของอาหารจากทั่วโลก เมืองนี้จึงมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่หลากหลายและน่าตื่นเต้น ตั้งแต่อาหารอิตาเลียนแบบคลาสสิกและอาหารญี่ปุ่นร่วมสมัย ไปจนถึงรสชาติที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมอ่าวอาหรับและแนวคิดฟิวชันสุดสร้างสรรค์ การเพิ่มรายชื่อร้านที่ได้รับรางวัล Bib Gourmand ใหม่และการรักษารางวัลมิชลินหนึ่งดาวเอาไว้ได้ ยิ่งตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของอาบูดาบีในการยกระดับความเป็นเลิศและความคิดสร้างสรรค์ในศิลปะการทำอาหาร เมื่อภูมิทัศน์ของร้านอาหารในอาบูดาบียังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เมืองนี้ไม่เพียงมอบอาหารชั้นเลิศเท่านั้น แต่ยังมอบประสบการณ์ที่น่าจดจำ ซึ่งทำให้อนาคตของจุดหมายปลายทางอันมีชีวิตชีวาแห่งนี้สดใสยิ่งกว่าที่เคย”

มิชลินหนึ่งดาว

รางวัลดาวมิชลินมอบให้แก่ร้านอาหารที่นำเสนอการปรุงอาหารอันโดดเด่น โดยพิจารณาตามเกณฑ์สากล 5 ประการ ได้แก่ คุณภาพของวัตถุดิบ ความกลมกลืนของรสชาติ ความเชี่ยวชาญในเทคนิค บุคลิกของเชฟที่สะท้อนผ่านอาหารของตน และที่สำคัญไม่แพ้กันคือความสม่ำเสมอทั้งในเมนูทั้งหมดและตลอดช่วงเวลา ในโลกแห่งศิลปะการทำอาหารที่เดินหน้าอยู่ตลอดเวลา การรักษาความเป็นเลิศไว้ได้ในทุกปีถือเป็นความท้าทายอย่างแท้จริง ซึ่งเพียงแต่อาศัยความคิดสร้างสรรค์และความสามารถเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความทุ่มเท ความละเอียด และความสม่ำเสมออย่างไม่ลดละ การรักษารางวัลดาวมิชลินไว้ได้จึงนับเป็นหนึ่งในความสำเร็จที่ทรงเกียรติที่สุดในวงการ และสำหรับฉบับปี 2026 ร้านอาหารสามแห่งได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นเลิศนี้อีกครั้ง Erth, Hakkasan และ Talea by Antonio Guida สามารถรักษารางวัลของตนไว้ได้

รางวัล Bib Gourmands ใหม่สามรางวัล

รางวัล Bib Gourmands เป็นรางวัลที่มอบให้แก่ร้านอาหารที่ได้รับเลือกที่นำเสนออาหารที่คุณภาพสูงในราคาที่ยอดเยี่ยม

Bua Thai Café ตั้งอยู่ในศูนย์การค้าขนาดใหญ่ใจกลาง Yas Island เป็นที่หลบพักผ่อนเล็ก ๆ ที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยสีสันสำหรับผู้ที่หลงใหลในอาหารไทยแท้ เมนูประกอบด้วยอาหารกลางวันแบบไทยที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมรสชาติ เช่น ฮะเก๋านึง แกงเขียวหวานไก่รสจัดจ้าน และข้าวเหนียวมะม่วงของหวานยอดนิยมตลอดกาล แขกสามารถเลือกนั่งรับประทานภายในบรรยากาศที่มีชีวิตชีวา หรือเลือกนั่งบริเวณระเบียงในช่วงที่อากาศเย็นได้ตามต้องการ

3Fils Abu Dhabi นำร้านอาหารชื่อดังของดูไบมาสู่เมืองหลวงแห่งนี้ โดยเปิดให้บริการที่ท่าจอดเรือ Al Bateen Marina ในรูปแบบร้านอาหารญี่ปุ่นร่วมสมัยขนาดใหญ่สามชั้น การตกแต่งเรียบง่ายแต่ทันสมัย สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายแต่มีชีวิตชีวา เชฟที่สวมหมวกเบสบอลปรุงอาหารจานสมัยใหม่ เช่น ไก่อ่อนย่าง กุ้ง และซาชิมิสด ๆ จากครัวเปิด สำหรับของหวาน เมนู “Take Me To The Moon” ถือเป็นความฝันที่เป็นจริงของคนรักช็อกโกแลต

Goldfish ตั้งอยู่ใจกลางศูนย์การค้า Marina Mall อันโดดเด่น ซึ่งเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นร่วมสมัยของ Akmal Anuar สาขาในอาบูดาบี โดยเป็นร้านคู่แฝดของสาขาแรกในดูไบที่ได้รับความนิยม เมนูของที่นี่มีความหลากหลายและเต็มไปด้วยสีสัน ตั้งแต่ซูชิและอาหารเสียบไม้ย่างแสนอร่อย ไปจนถึงเมนูจานหลักอย่างราเมน เนื้อวากิวสไลด์ และบะหมี่รสเผ็ด ปริมาณอาหารที่เสิร์ฟถือว่าคุ้มค่า เหมาะอย่างยิ่งสำหรับแวะพักเติมพลังหลังจากช้อปปิ้งมาทั้งวัน

ร้านอาหารใหม่แปดแห่งที่ได้รับการคัดเลือกในคู่มือฉบับนี้

Cipriani Dolci ถ่ายทอดความหรูหราและสง่างามในแบบที่ผู้คนคาดหวังจากชื่อ Cipriani แต่เพิ่มเอกลักษณ์เฉพาะตัวสำหรับอาบูดาบี ร้านตั้งอยู่บริเวณชั้นล่างของศูนย์การค้า Marina Mall ร้านที่ดูน่าดึงดูดใจนี้ให้บริการมื้อเช้า บรันช์ มื้อกลางวัน ไปจนถึงของว่าง พร้อมมีเมนูพิเศษประจำวันและพิซซ่าให้บริการด้วย แขกผู้มาเยือนสามารถเพลิดเพลินกับเค้กหลากชนิด ขนมอบ และไอศกรีมโฮมเมดรสเลิศ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเติมความหวานระหว่างช้อปปิ้งหรือปิดท้ายมื้ออาหารอย่างอร่อย

Antonia เป็นร้านอาหารอิตาเลียนริมชายหาดอันงดงาม มองเห็นน้ำทะเลสีฟ้าใสของอ่าวอาหรับที่ Mamsha Al Saadiyat บรรยากาศของร้านให้ความรู้สึกอบอุ่นคล้ายร้านพิซซ่าอเมริกัน แต่เมนูนั้นเป็นอิตาเลียนแท้ทุกรายการ มีอาหารจานโปรดอย่างคาร์ปาชโช พาสต้าแบบคลาสสิก และไฮไลต์สำคัญคือพิซซ่าซาวร์โดว์สูตรเฉพาะที่หมักด้วยยีสท์ตั้งต้นอายุห้าสิบปี ของหวานอย่างทีรามิสุถือเป็นเมนูยอดนิยมตลอดกาล ซึ่งช่วยปิดท้ายมื้ออาหารที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของอาหารอิตาเลียนในบรรยากาศสบาย ๆ ริมทะเล

Novikov Abu Dhabi คือสาขาในอาบูดาบีของแฟรนไชส์ชื่อดังระดับโลก ตั้งอยู่ในศูนย์การค้า The Galleria Mall บนเกาะ Al Maryah อาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนเป็นจุดเด่นของร้าน โดยมีเมนูไฮไลต์อย่างพาสต้าสดทำใหม่ทุกวัน ปลาที่ปรุงอย่างประณีต ซุปกัซปาโชเย็น และทาร์ตเบอร์รีรสเลิศ เมนูอาหารกลางวันมีความคุ้มค่า และเมนู à la carte ก็หลากหลายเพียงพอที่จะตอบโจทย์ทุกคน ประสบการณ์การรับประทานอาหารยิ่งสมบูรณ์แบบขึ้นด้วยนักเปียโนที่บรรเลงดนตรีขับกล่อมบรรยากาศตลอดทั้งวัน

Villa Mamas นำโดยเชฟชาวบาห์เรน Roaya Saleh สร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับวงการอาหารของอาบูดาบี ด้วยอาหารที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมอ่าวอาหรับ ภายในร้านตกแต่งให้มีบรรยากาศคล้ายเรือกระจก เต็มไปด้วยต้นไม้ ของตกแต่งสีสันสดใส ผลไม้สด และชั้นวางที่เรียงรายไปด้วยเครื่องเทศ น้ำเชื่อม และตำราทำอาหารที่ทำขึ้นเอง เมนูอาหารสะท้อนถึงรสชาติและจิตวิญญาณของภูมิภาค เช่น มัชบูสไก่ และฮัมมูสหน้าเนื้อแกะหั่นเต๋า ซึ่งทั้งหมดเสิร์ฟในบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนบ้านแต่ยังคงความสง่างาม

Taparelle เป็นร้านที่โดดเด่นสะดุดตา ตั้งอยู่ใน Manarat Saadiyat ซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านศิลปะ วัฒนธรรม และกิจกรรมชุมชนของอาบูดาบี ระเบียงของร้านเป็นจุดเหมาะสำหรับมื้ออาหารสบาย ๆ โดยเฉพาะบรันช์วันเสาร์ที่ได้รับความนิยม เมนูของที่นี่เป็นการผสมผสานอย่างสร้างสรรค์ระหว่างอาหารฝรั่งเศสและอิตาเลียน มีจานเด่นอย่างหอยเชลล์สไตล์เกรอน็อบล์ รากูหางวัว และปลากะพงย่างกรอบ

Pincode by Kunal Kapur เชิญชวนผู้มาเยือนให้สัมผัสมุมมองร่วมสมัยของเชฟชื่อดัง Kunal Kapur ที่ตีความอาหารริมทางของอินเดียใหม่ให้ออกมาในแบบหรูหรา ตั้งอยู่ในศูนย์การค้า The Galleria Mall การตกแต่งภายในของร้านมีความหรูหราและมีสไตล์ ด้วยผืนผ้าที่งดงามและผนังสีขาวดำโทนซีเปีย ชวนให้นึกถึงความสง่างามแบบยุคอาณานิคมที่แฝงด้วยความละเมียดละไม

Strawfire by Ross Shonhan คือการเปิดตัวอย่างทรงพลังของเชฟชาวออสเตรเลีย Ross Shonhan ในอาบูดาบี ที่ซึ่งเปลวไฟจากครัวเปิดนั้นสอดประสานไปกับจังหวะดนตรีของดีเจที่บรรเลงแบบสด ๆ ร้านนี้เน้นการปรุงอาหารสไตล์วารายากิ ซึ่งเป็นเทคนิคที่การย่างอาหารด้วยไฟจากฟางที่ “ลุกท่วม” อาหารเพื่อสร้างกลิ่นและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ เมนูซิกเนเจอร์ได้แก่ ขนมปังกุ้ง ปลากระพงชิลีเคลือบมิโสะ และสปาเกตตีเมนไทโกะ ที่นั่งบริเวณระเบียงและรอบครัวเปิดช่วยมอบทั้งความตื่นตาตื่นใจและความสบายระหว่างมื้ออาหาร ประสบการณ์ทั้งหมดได้รับการเติมเต็มด้วยค็อกเทลสูตรเฉพาะ สาเกหลากหลายชนิด และทีมงานที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อให้ทุกค่ำคืนเป็นช่วงเวลาแสนพิเศษ

Sand & Koal มอบประสบการณ์การรับประทานอาหารหรูริมชายหาดภายในศาลากลางแจ้ง ที่มองเห็นพระราชวังประธานาธิบดีอันโอ่อ่าและทะเลอ่าวอาหรับที่เปล่งประกาย ที่นี่เป็นจุดที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนั่งชมพระอาทิตย์ตกพร้อมเครื่องดื่ม ก่อนลิ้มลองเมนูจานเด่นที่ปรุงด้วยเตาฟืน เมนูประกอบด้วยสเต๊กเนื้อนุ่ม เมนู “Reef and Beef” ที่ผสานอาหารทะเลและเนื้ออย่างลงตัว รวมถึงถาดอาหารทะเลขนาดใหญ่สำหรับแบ่งรับประทานร่วมกัน ของหวานอย่างมูสช็อกโกแลตรมควันและทาร์ตมะเดื่อช่วยปิดท้ายมื้ออาหารได้อย่างหวานฉ่ำ ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่เหมาะสำหรับค่ำคืนแสนโรแมนติก

ร้านอาหารแต่ละแห่งต่างนำเสนอเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้แก่วงการอาหารอันมีชีวิตชีวาของอาบูดาบี และมีส่วนช่วยเสริมชื่อเสียงที่เพิ่มขึ้นของเมืองในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการรับประทานอาหารระดับโลก

รางวัลพิเศษ

ด้วยรางวัลพิเศษต่าง ๆ The MICHELIN Guide ได้ชูโรงผลงานอันหลากหลายภายในวงการบริการและการต้อนรับ โดยยกย่องเชิดชูบุคคลที่มีความสามารถและแรงบันดาลใจสูงสุดในอุตสาหกรรมนี้

Strawfire by Ross Shonhan ได้รับการยกย่องด้วยรางวัล Exceptional Cocktail Award โดยการเปิดตัวของเชฟชาวออสเตรเลีย Ross Shonhan ในอาบูดาบีได้นำเสนอทั้งเปลวไฟจริงและบรรยากาศอันมีชีวิตชีวา พร้อมบาร์ค็อกเทลสุดอบอุ่นที่นำโดย Maria Luz Garcia และ Mahesh Dhami ซึ่งรังสรรค์ทั้งค็อกเทลคลาสสิกและสูตรสร้างสรรค์ เสิร์ฟคู่กับของว่างรสอร่อยและการบริการที่เอาใจใส่ ซึ่งผู้ตรวจสอบของเรากล่าวว่าทั้งหมดนี้ช่วยให้ทุกช่วงเวลามีความพิเศษ

รางวัล Young Chef Award มอบให้แก่ Villa Toscana ซึ่งตั้งอยู่ภายในโรงแรม St. Regis ผู้ตรวจสอบของเรากล่าวว่าที่นี่ให้บริการอาหารทัสคานีแบบคลาสสิกที่ปรุงด้วยทักษะและความหลงใหล ตั้งแต่สปาเกตตีอัลเลวองโกเล เนื้อลูกวัวมิลานีส ไปจนถึงทีรามิสุที่โดดเด่น ความเชี่ยวชาญของทีมงานและเสน่ห์แบบชนบทของร้านอาหารช่วยถ่ายทอดรสชาติแท้ ๆ ของทัสคานีได้อย่างยอดเยี่ยม

Ray’s Grill ได้รับรางวัล Service Award จากการบริการที่เปี่ยมด้วยความกระตือรือร้น ความอบอุ่น และความเอาใจใส่ ร้านตั้งอยู่บนชั้นที่ 63 ของโรงแรม Conrad Etihad Towers ผู้ตรวจสอบของเราพบว่าทีมงานสามารถให้บริการได้อย่างราบรื่นไร้ที่ติ ช่วยสร้างประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ยอดเยี่ยมให้แก่แขกผู้มาเยือน ด้วยสเต๊กที่ปรุงอย่างเชี่ยวชาญและวิวทิวทัศน์อันน่าตื่นตา ทำให้แขกรู้สึกได้รับการต้อนรับและมีคุณค่าอย่างแท้จริง

รางวัล Opening of the Year Award มอบให้แก่ 3Fils Abu Dhabi ซึ่งตั้งมาตรฐานใหม่ให้กับวงการอาหารของเมืองนับตั้งแต่เปิดให้บริการเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ผู้ตรวจสอบของเราประทับใจอย่างยิ่งกับร้านอาหารที่ตั้งอยู่ในอาคารสามชั้นบริเวณท่าเรือ Al Bateen Marina แห่งนี้ รวมถึงเมนูอาหารญี่ปุ่นร่วมสมัยที่นำเสนอได้อย่างน่าประทับใจ ในฐานะร้านคู่แฝดของสาขาดั้งเดิมในดูไบ สาขานี้มีขนาดใหญ่กว่ามาก และมอบบรรยากาศผ่อนคลายและอบอุ่น อีกทั้งยังเปี่ยมไปด้วยพลังทั้งในด้านการบริการ บรรยากาศ และอาหาร

สามารถดูภาพถ่ายและ/หรือสื่อประกอบได้ที่:
https://contentcenter.michelin.com

ติดต่อสื่อประชาสัมพันธ์:

BPG Group

[email protected]

เกี่ยวกับ Michelin

Michelin เป็นผู้ผลิตชั้นนำระดับโลกที่มุ่งสร้างสรรค์วัสดุคอมโพสิตและประสบการณ์ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คน ตลอดเวลากว่า 130 ปีแห่งการบุกเบิกนวัตกรรมด้านวัสดุวิศวกรรม Michelin อยู่ในตำแหน่งที่โดดเด่นในการมีส่วนช่วยขับเคลื่อนความก้าวหน้าของมนุษยชาติและสร้างโลกที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น ด้วยความเชี่ยวชาญลึกซึ้งด้านโพลีเมอร์คอมโพสิต บริษัทมุ่งพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อผลิตยางคุณภาพสูงและชิ้นส่วนสำหรับการใช้งานเฉพาะทางในหลากหลายสาขา ทั้งด้านการขนส่ง การก่อสร้าง การบิน พลังงานคาร์บอนต่ำ และการดูแลสุขภาพ ความพิถีพิถันในผลิตภัณฑ์และความเข้าใจในความต้องการของลูกค้าอย่างลึกซึ้งเป็นแรงบันดาลใจให้ Michelin มอบประสบการณ์ที่ดีที่สุด โดยครอบคลุมตั้งแต่การให้บริการโซลูชันเชื่อมต่อที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและ AI สำหรับยานพาหนะเชิงพาณิชย์ ไปจนถึงการแนะนำร้านอาหารและโรงแรมยอดเยี่ยมที่ได้รับการคัดสรรโดย The MICHELIN Guide Michelin มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองแกลร์มง-แฟร็องด์ ประเทศฝรั่งเศส โดยดำเนินธุรกิจใน 175 ประเทศ และมีพนักงานจำนวน 129,800 คน (www.michelin.com)

ติดตามข่าวสารทั้งหมดของเราได้ทาง X @Michelin

ภาพถ่ายที่เผยแพร่พร้อมกับประกาศฉบับนี้สามารถดูได้ที่ https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/0bbb8cef-ae64-49d1-86f8-ef82dbfc0421

GlobeNewswire Distribution ID 1001135157  

DAMAC เชิญชวนคนทั่วโลกสมัครเข้าร่วมโครงการ “The Ultimate DAMAC Islander”

  • เดินทางสู่เกาะปลายทางแปดแห่งทั่วโลก โดย DAMAC จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้แก่ผู้ชนะ

ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, Oct. 27, 2025 (GLOBE NEWSWIRE) — DAMAC Properties ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์หรูเอกชนรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเป็นแบรนด์ที่มีโครงการกระจายอยู่ทั่วโลก ประกาศเปิดโอกาสครั้งใหม่ให้กับนักเดินทาง ผู้ใฝ่ฝัน และนักสร้างสรรค์จากทั่วทุกมุมโลก กับโอกาสในการเป็น The Ultimate DAMAC Islander ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะเป็นพนักงานของ DAMAC พร้อมรับเงินเดือน และจะเริ่มต้นการเดินทางในฐานะทูตประจำเกาะแบบเต็มเวลา ใช้ชีวิต สำรวจ และแบ่งปันประสบการณ์ในแปดจุดหมายปลายทางเขตร้อนอันงดงาม รวมถึงประเทศมอริเชียสและบาร์เบโดส ค่าใช้จ่ายทั้งหมดตั้งแต่การเดินทาง ที่พัก ไปจนถึงประสบการณ์ต่าง ๆ จะได้รับการดูแลโดย DAMAC อย่างครบถ้วน บทบาทอันโดดเด่นนี้จาก DAMAC มอบโอกาสอันยิ่งใหญ่ให้ผู้ได้รับเลือกได้สัมผัสศิลปะแห่งการใช้ชีวิตอย่างผ่อนคลาย เพลิดเพลินกับความสงบ ความเชื่อมโยง และอิสรภาพ พร้อมแบ่งปันประสบการณ์นี้สู่ผู้ชมทั่วโลก

เชิญผู้ที่มีฝันยิ่งใหญ่
แคมเปญนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญโครงการ DAMAC Islands โดยเปิดรับผู้คนจากทุกวงการ ไม่ว่าจะเป็นนักเล่าเรื่อง ผู้สร้างสรรค์เนื้อหา นักสำรวจ หรือผู้มีวิสัยทัศน์ เพื่อสมัครและแสดงให้เห็นว่าทำไมพวกเขาจึงควรเป็น The Ultimate DAMAC Islander ตัวแทนที่ได้รับเลือกจะทำหน้าที่เป็นพนักงานและทูตอย่างเป็นทางการของ DAMAC ถ่ายทอดวิถีชีวิตบนเกาะเขตร้อนสุดหรู ที่เต็มไปด้วยความสงบอันอบอุ่นจากแสงแดด ความงามอย่างมีรสนิยม และการค้นพบที่ไม่สิ้นสุด

“นี่ไม่ใช่เพียงการแข่งขัน” Amira Sajwani กรรมการผู้จัดการ จาก DAMAC Properties กล่าว “แต่เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวของแบรนด์ผ่านการเดินทางของบุคคลหนึ่ง ซึ่งจะกลายเป็นเสียงแห่งสวรรค์ เรากำลังมองหาคนที่มีจิตวิญญาณแห่งความตื่นเต้น ความคิดสร้างสรรค์ และความรักในความท้าทาย หรือก็คือ คนที่พร้อมจะใช้ชีวิตในแบบที่คนอื่นเพียงแค่ฝันถึง”

ประสบการณ์ทั้งหมดจะถ่ายทอดสู่ผู้ชมทั่วโลกผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล สื่อสังคมออนไลน์ และซีรีส์พิเศษในรูปแบบคอนเทนต์ที่ติดตามเส้นทางของผู้ได้รับเลือกตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการใช้ชีวิตบนเกาะสวรรค์

วิธีการสมัคร
การสมัครจะเปิดให้ทั่วโลกในเร็ว ๆ นี้ผ่านทางเว็บไซต์ของ DAMAC ที่ www.damacislander.com ซึ่งผู้สมัครสามารถส่งผลงานสร้างสรรค์เพื่ออธิบายเหตุผลว่าทำไมจึงควรได้รับเลือกเป็น The Ultimate DAMAC Islander

เกี่ยวกับ DAMAC Properties
DAMAC Properties เป็นผู้นำในตลาดอสังหาริมทรัพย์หรูของตะวันออกกลางตั้งแต่ปี 2002 โดยพัฒนาโครงการที่พักอาศัยเชิงพาณิชย์ และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักผ่อนที่ได้รับรางวัลมากมาย ทั้งในภูมิภาคและต่างประเทศ รวมถึงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ จอร์แดน เลบานอน อิรัก มัลดีฟส์ แคนาดา สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร
จนถึงปัจจุบัน บริษัทได้ส่งมอบที่อยู่อาศัยแล้วกว่า 49,000 ยูนิต และยังมีอีกกว่า 54,000 ยูนิตอยู่ระหว่างการวางแผนและพัฒนา DAMAC ได้ร่วมมือกับแบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ชั้นนำระดับโลก เช่น Versace, Roberto Cavalli หรือ de GRISOGONO เพื่อสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่เหนือระดับ ด้วยวิสัยทัศน์ที่มั่นคงและพลังแห่งการเติบโต DAMAC กำลังก้าวสู่การสร้างนิยามใหม่ของการใช้ชีวิตหรูหราระดับโลก
ดื่มด่ำความหรูหรา

ดูข้อมูลเกี่ยวกับเราได้ที่ www.damacproperties.com

ติดตาม DAMAC Properties ได้ทาง Facebook, X, Instagram, LinkedIn และ YouTube(@DAMACofficial)

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อ:

ฝ่ายการสื่อสารองค์กร DAMAC Properties

โทร: +971 4 373 2197

อีเมล: [email protected]

ภาพประกอบการแถลงข่าวนี้สามารถดูได้ที่ https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/5680a49f-7c11-49f6-8996-76560cfa3617

GlobeNewswire Distribution ID 1001135108